แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตลาดคอนโดฯภูเก็ตเริ่มฟื้น

ตลาดคอนโดฯภูเก็ตเริ่มฟื้น


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อกรีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณ thansettakij.com


นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดภูเก็ต พบว่า ภาพรวมตลาดขยายตัวในอัตราที่ลดลง แต่ในส่วนของ ตลาดคอนโดมิเนียมกลับพบว่า คอนโดมิเนียมราคามากกว่า 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ในทำเลติดชายหาดที่มีชื่อเสียงยังเติบโตได้ดีแม้ไม่ใช่คอนโดติดรถไฟฟ้าก็ตาม แลไม่ใช่คอนโดราคาถูกด้วย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจึงได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย โดย ผู้ประกอบการรายใหญ่บางราย มีอัตราการดูดซับเฉลี่ย 6.47 หน่วยต่อเดือน ขณะที่อัตราดูดซับเฉลี่ยรวมทั้งตลาดอยู่ที่ 5.09 หน่วย สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่หดตัวตามกระแสเศรษฐกิจ 

ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเสนอขายในตลาด 16,241 หน่วย แบ่งเป็นห้องชุดสร้างเสร็จ 10,452 หน่วย จาก 53 โครงการ (สัดส่วน 64% ของสินค้าทั้งตลาด) ขณะที่ความต้องการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่เติบโตสูงขึ้นจากรอบก่อน 38% มาอยู่ที่ 7,166 หน่วย และมีอัตราการตอบรับเฉลี่ย 69% ส่วนราคาขายปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 85,314 บาทต่อ ตร.ม. มีการขยายตัวสูงขึ้น จากปีก่อน 4% 

"อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต เป็นทำเลที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศชื่นชอบ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก การส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งภูเก็ตมีข้อจำกัดเรื่องที่ดินเพื่อการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่อย่างจำกัด หา กอสังหาฯ เติบโตอย่างรวดเร็วอาจเกิดภาวะขาดแคลนที่ดิน ซึ่งจะผลักดันให้มูลค่าอสังหาฯ สูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ นักลงทุนชาวจีน ญี่ปุ่น และเอเชีย ตัดสินใจ ลงทุนในคอนโดฯ พร้อมอยู่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความคุ้มค่าด้านราคาแม้จะไม่ใช่คอนโดราคาถูก และ ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการปล่อยเช่าคอนโดในอนาคต โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามา เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดจองที่พักในโรงแรมต่างๆเริ่มสูงขึ้น และการขายคอนโดมิเนียมในหาดที่มีชื่อเสียง เช่น หาดป่าตอง หาด ลายัน หาดสุรินทร์ และ หาดไม้ขาว ได้รับการตอบรับที่ดี" นายภูมิภักดิ์ กล่าว 

ขณะที่ นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนา คอนโดมิเนียม บริษัท แสน สิริ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมหัวเมืองท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ชะลอตัวไปเมื่อ ปลายปี 2557 จากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงคิดโปรแกรมให้สอด รับกับตลาด ภายใต้ชื่อ Earn from the holidays ชีวิตพักผ่อนที่มากขึ้น กับผลตอบแทนที่มั่นคง ด้วยการการันตีผลตอบแทนค่า เช่า 6-7% ระยะ 2-4 ปี ซึ่งเป็นโปรแกรมต่อยอดมาจาก Rental Guarantee Programme โดยเพิ่มส่วนของระยะเวลาในการเข้า พักห้องชุดให้กับผู้ที่ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมตากอากาศพร้อมอยู่สูงสุดถึง 60 วันต่อปี 

โดยโปรแกรมดังกล่าวผู้ซื้อสามารถซื้อคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมเพียง 1 โครงการจาก 8 โครงการที่เข้าร่วม ซึ่งมีห้องชุด เหลือขายพร้อมโอน 4 ทำเลได้แก่ จังหวัดภูเก็ต 4 โครงการ หัวหิน 2 โครงการ เขาใหญ่ 1 โครงการ พัทยา 1 โครงการและอีก 7 โครงการที่ปิดการขายแล้วโดยผู้ซื้อสามารถแลกคะแนนเข้าพักห้องชุดในเครือข่ายแสนสิริได้ถึง 15 โครงการใน 5 เมือง ท่องเที่ยว ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยระบายสต๊อกพร้อมอยู่ได้ 250 หน่วย มูลค่า 1.5 พันล้านบาท จากหน่วยเหลือขายทั้งหมด 600 หน่วย รวมมูลค่า 3 พันล้านบาท 

ด้าน นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วงที่ผ่านมาอสังหาฯในจังหวัด ภูเก็ตมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่พัฒนาโดยกลุ่มผู้ประกอบการจากส่วนกลาง ซึ่งผู้ซื้อ ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมชูจุดขายซื้อเพื่อปล่อยเช่าเป็นสำคัญ ทำให้กระทบกับธุรกิจ เกี่ยวเนื่องอย่าง โรงแรม อพาร์ตเมนต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า 

"ส่วนตัวมองว่า บริษัทอสังหาฯ ที่มีจุดขายเรื่องการันตีผลตอบแทนจากการเช่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีกลุ่มธุรกิจ ในลักษณะนี้อยู่แล้วในตลาด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจเช่าประเภทอื่นได้ และการซื้อคอนโดฯต้องเป็นการขายขาด ไม่ใช่ให้ลูกค้าซื้อแล้วนำมาปล่อยเช่า บริษัททัวร์บางบริษัทถึงกับซื้อยกชั้น เพื่อนำมาปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยว" นายธนู ศักดิ์ กล่าว 


ขอขอบคุณที่มากจาก ฐานเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ยอดในการโอนที่อยู่อาศัย 9 เดือนแรกได้เพิ่มขึ้น 6%

ยอดในการโอนที่อยู่อาศัย 9 เดือนแรกได้เพิ่มขึ้น 6%โดยมาจากคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเยอะมาก



คอนโดใกล้รถไฟฟ้า
บล็อกรีวิวคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก thansettakij.com


          โดยสัมมา คีตสิน หรือผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้เปิดเผยว่าจากการสำรวจข้อมูลโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลใน 5 จังหวัด (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม) โดยประจำไตรมาส 3 ไตรมาส ปี 2558 ได้พบว่ามีจำนวนรวมกันประมาณ 132,000 ยูนิต และเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสแรกคือปี 2557 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 124,100 ยูนิตนั้นเอง

          โดยจากปริมาณกของารโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะที่อยู่อาศัย จำนวนทั้งหมด 132,000 ยูนิต ได้แบ่งเป็นยอดโอนในเดือนมกราคมประมาณ 11,300 ยูนิต และเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 13,000 ยูนิต และเดือนมีนาคมประมาณ 15,700 ยูนิต และเดือนเมษายนประมาณ 12,900 ยูนิต และเดือนพฤษภาคมประมาณ 14,000 ยูนิต และเดือนมิถุนายนประมาณ 15,500 ยูนิต และเดือนกรกฎาคมประมาณ 12,300 ยูนิต และเดือนสิงหาคมประมาณ 14,500 ยูนิต และสุดท้ายเดือนกันยายนประมาณ 14,900 ยูนิต นั้นเอง
          ยอดในการโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล นั้น ใน 3 ไตรมาสแรกปี 2558 ก็แบ่งเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมที่มากที่สุด จำนวน 48,100 ยูนิตหรือประมาณ 36%  ของยูนิตการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีอยู่อาศัยทุกประเภทรวมกัน และรองลงมาเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 46,200 ยูนิต หรือประมาณ 35% บ้านเดี่ยว 22,400 ยูนิต หรือประมาณ 17% อาคารพาณิชย์ 10,200 ยูนิต หรือประมาณ 8% ที่เหลือเป็นบ้านแฝดประมาณ 5,000 ยูนิตนั้นเอง

          ในทั้งนี้หากเราพิจารณาในแง่ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2558 มีมูลค่ารวมกันประมาณ 321,400 ล้านบาท ก็แบ่งเป็น ห้องชุดมีมูลค่าการโอนประมาณ 108,700 ล้านบาท หรือประมาณ 34% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในทุกประเภทรวมกัน โดยบ้านเดี่ยวมีมูลค่าการโอนประมาณ 97,800 ล้านบาท หรือประมาณ 30% บ้านทาวน์เฮ้าส์มีมูลค่าการโอนอยู่ที่ประมาณ 68,900 ล้านบาท หรือประมาณ 21% โดยอาคารพาณิชย์มีมูลค่าการโอนประมาณ 34,200 ล้านบาท หรือก็ประมาณ 11% และบ้านแฝดมีมูลค่าการโอน 11,800 ล้านบาท หรือประมาณ 4% ของทั้งหมด โดยคอนโดใกล้รถไฟฟ้าก็มาแรงามเคย

          ในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยนั้นประเภทห้องชุด มีมากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยประมาณ 36,400 ยูนิตและในจังหวัดนนทบุรีประมาณ 5,400 ยูนิต ส่วนจังหวัดสมุทรปราการประมาณ 3,400 ยูนิต และจังหวัดปทุมธานีประมาณ 2,200 ยูนิต ในส่วนจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 400 ยูนิต และในจังหวัดนครปฐมประมาณ 360 ยูนิต โดยพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยของห้องชุดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์นั้นในกรุงเทพฯอยู่ที่ประมาณ 27.4 ตารางเมตร และในส่วนในจังหวัดปริมณฑลอยู่ที่ประมาณ 28.3 ตารางเมตรของทั้งหมด

          ในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดใหม่ หรือโอนจากนิติบุคคล มีมากที่สุด 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 ได้แก่ ในเขตห้วยขวาง อำเภอเมืองนนทบุรี ในเขตสวนหลวง ในเขตพระโขนง และในเขตจตุจักร โดยส่วนพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ห้องชุดคอนโดมิเนียมมือสอง หรือโอนจากบุคคลธรรมดา ที่มากที่สุด ได้แก่ ในเขตห้วยขวาง ในอำเภอคลองหลวง เขตบางซื่อ ในเขตพระโขนง และในเขตดอนเมือง ตามลำดับนั้นเอง

          ในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวหรือขายใหม่มากที่สุด 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 ได้แก่ ในอำเภอบางบัวทอง ในอำเภอบางพลี ในอำเภอลำลูกกา ในเขตสายไหม และในอำเภอปากเกร็ด และส่วนพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมือสองที่มากที่สุด ได้แก่ ในเขตบางกะปิ ในอำเภอลำลูกกา ในอำเภอคลองหลวง ในเขตบางเขน และในเขตมีนบุรี ตามลำดับ

         และในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์ขายใหม่ที่มากที่สุด 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 ได้แก่ ในอำเภอบางพลี ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอลำลูกกา และในอำเภอเมืองปทุมธานี ส่วนในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์มือสองที่มากที่สุด ได้แก่ ในอำเภอคลองหลวง ในอำเภอเมืองสมุทรปราการ ในอำเภอบางบัวทอง ในเขตบางเขน และในอำเภอลำลูกกา ตามลำดับนั้นเอง

    ทั้งหมดก็เป็นยอกการโอนต่างๆ ที่มีต่างๆกันไป โดนในคอนโดนั้น คอนโดติดรถไฟฟ้าก็ถือได้ว่ามียอดโอสูงสุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคอนโดติดรถไฟฟ้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเลยสามารถทำให้รายได้สูงมากขึ้นและมีการโอมากขึ้น นอกจากนี้คอนโดราคาถูกก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่มียอดการโอนที่สูงเลยก็ว่าได้




คอนโดฯ ตากอากาศ แสนสิริ ที่ไม่ใช่คอนโดราคาถูก กำลังจะตีตลาด

คอนโดราคาถูก
บล็อกรีวิวคอนโดราคาถูก ขอขอบคุณภาพจาก thinkofliving.com

          โดยอุทัย อุทัยแสงสุข หรือรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ในสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทนั้นมีคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่พร้อมโอนฯ ในทำเลที่เมืองท่องเที่ยวจำนวน 8 โครงการ ซึ่งได้มีมูลค่าเหลือขายประมาณ 3 พันล้านบาท หรือก็ประมาณ 800 กว่ายูนิต ในราคาเริ่มต้น 2-70 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เดอะ วัลลีย์ เขาใหญ่,และ ออทัมน์ หัวหิน,และ เรน ชะอำ-หัวหิน,และ บ้านปลายหาด วงศ์อมาตย์,และ เดอะ เบส ไฮท์ ภูเก็ต,แะ เดอะ เบส อัพทาวน์ ภูเก็ต,และ บ้านไม้ขาว และเดอะ เดค ป่าตอง

          โดย ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโปรแกรม 'Earn FROM THE HOLIDAYS' ให้ชีวิตพักผ่อนที่มากขึ้น โดยกับผลตอบแทนที่มั่นคง โดยการซื้อคอนโดมิเนียม 1 ใน 8 โครงการดังกล่าว เราจะสามารถเข้าพักอาศัยได้ใน 15 โครงการ ก็คือ

          คอนโดมิเนียม 5 เมืองท่องเที่ยว ที่ได้แก่ เชียงใหม่,และ ภูเก็ต,และ หัวหิน, และเขาใหญ่และพัทยา ซึ่งก็จะได้ระยะเวลาในการเข้าพักนานสูงสุด 60 วัน อีกทั้งก็ยังได้รับประกันผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า 6-7% ต่อปี ในระยะเวลา 2-5 ปี โดยจะได้รับผลตอบแทนเป็นรายปีอีกด้วย

          "ยอมรับเลยว่าที่ผ่านมายอดขายไปได้ช้า และทำให้ต้องหาแคมเปญมากระตุ้น ที่ผ่านมาของบริษัทเคยทำการันตีค่าเช่าให้ลูกค้าเพียงอย่างเดียว โดยมาครั้งนี้เพื่อข้อเสนอให้ลูกค้าที่ซื้อห้องไปนอกจากจะได้รับผลที่ตอบแทนแล้วยังจะได้ไปพักที่อื่นๆ ได้ด้วย"

         ทั้งนี้ก็ระยะเวลาแคมเปญดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้-30 เมษายน 2559 และในบริษัทตั้งเป้ามียอดขาย 250 ยูนิต หรือได้คิดเป็นมูลค่า 1,500 ล้านบาท

ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆ จาก นิตยสาร The Condominium

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สภาพโดยรวมอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

สภาพโดยรวมอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

คอนโดติดรถไฟฟ้า


        ในงานเสวนา เรื่อง อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นั้น ก็เป็นกิจกรรมที่ได้เกิดจากความร่วมมือของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด กับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด มหาชน เพื่อจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์จากนักวิชาการและของผู้ที่ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาทุกปีอย่างต่อเนื่องมา และในปีนี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ในจังหวัดชลบุรี และในครั้งนี้ก็จัดที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมานั้นเอง และก็จะจัดครั้งสุดท้ายที่จังหวัดสงขลานั้นเอง
        โดย รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล หรืออาจารย์ประจำภาควิชาคณะเศรษฐศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอดีตที่ไปปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็พูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2558 จะได้ปรับตัว และขยายตัวแบบอ่อนๆ โดยการส่งออกจะยังไม่ฟื้น ก็น่าจะยังส่งผลต่อเศรษฐกิจจนถึงไตรมาส 1 ของปี 2559 อเมริกา จีน ญี่ปุ่น และยังมีการขยายตัวต่อเนื่องน่าจะเป็นผลดีต่อในประเทศไทย ราคาน้ำมันและในส่วนพลังงานยังอยู่ในระดับ 50-60 ดอลลาร์ ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการส่งออก และหลังจากประเทศไทยได้มีการเลือกตั้งและเหตุการณ์การเมืองเป็นปกตินั้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแน่นอน ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดี การเปิด AEC ที่จะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของในส่วนภาคอีสาน คุณอิสระ บุญยัง หรืออดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการของผู้จัดการ ในกลุ่มบริษัทกานดา ก็บอกถึงแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ โดยอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาปีที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจ โดยต้องตรวจสอบดังนี้
1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นค่ะ
3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองค่ะ
        โดยคุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็บอกถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค ก็คือ
1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย และยังสามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ แต่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางค่ะ
3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้น ในการสื่อสารแบบ 2 ทางและเท่าเทียม ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
4.การรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย จะชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วขึ้น
        โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล หรือผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้มาบอกถึงวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือในหลักของธนาคารในกรณีที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระโดยลูกค้าและไม่ต้องร้องขอ หรือการที่ให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ เพื่อที่จะลดปัญหาให้กับผู้ประกอบการในการก่อสร้าง รวมถึงยังมีการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อยเพื่อให้ได้บริการแบบครบวงจร
        และที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ยังมีอาจารย์กีรติ ศตะสุข หรืออาจารย์ประจำสาขานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มาพูดถึงนวัตกรรมที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ  เช่นเฟอร์นิเจอร์ 2 ฟังก์ชั่น, ห้องน้ำสำเร็จรูป, นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง, และเครื่องฉีด 3 มิติ เป็นต้น
        ก็นับว่าได้รับข้อมูลกันแบบเต็มอิ่ม และงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่โคราชและชมรมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่นที่ทำให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วย
และนอกจากนี้ในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือด้วย การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่คอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน


ต่อมาใน งานเสวนา "อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาคท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง" ณ จ.สงขลา
        จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด  และรวมธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ก็ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาขึ้น เพื่อที่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์โดยจากนักวิชาการและผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย ก็ได้กล่าวถึงพื้นที่หาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน และการที่จะปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์
        โดย ศ.ดร.บัณฑิต  จุลาสัย หรืออดีตคณบดีคณะสถาปัตย์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หาดใหญ่เป็นเมืองที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากผู้ประกอบการอย่างแท้จริงแห่งแรกของในประเทศไทย ได้มีความเป็นศูนย์กลางที่ครบถ้วนทั้งในเรื่องการศึกษาและ ท่องเที่ยว รวมทั้งการค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศไทย และก็ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมของภาคใต้ ต้องบอกว่าในอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้องเติบโตอย่างแน่นอนด้วย
        และคุณอิสระ บุญยัง อดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการในกลุ่มบริษัทกานดา ในการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจด้วย
        1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญด้วย
        2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นอีก
        3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองด้วย
        โดย คุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็ได้บอกจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค นั้นคือ
        1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย สามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย ที่วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ และเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
        2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางมากขึ้น
        3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้นในการสื่อสารแบบสองทางและเท่าเทียม ในทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
        4.การรับมือกับผู้บริโภคในยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย ชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วอีก
        โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) และวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือของธนาคารในกรณีที่ได้มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระด้วยและ หรือการให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ และรวมถึงการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของรายย่อยเพื่อให้บริการแบบครบวงจรอีก
และนอกจากนี้แล้วในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือ การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่ในคอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกันค่ะ


บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก home.co.th

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหากำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหาฯ กำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต 



คอนโดราคาถูก

บล็อก รีวิวคอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก plus.co.th

เอเจนซี่ฯ ได้ระบุว่าบ้านและคอนโดใกล้รถไฟฟ้า และคอนโดทั่วไป นั้นยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ แม้แต่ยูนิตเหลือขาย 1.78 แสนยูนิตก็ตาม เหตุเป็นเพราะอัตราเพิ่มขึ้นไม่มากเกินไป กังวล จะมีแนวโน้มอาจล้นตลาด และหากเติมซัพพลายใหม่เพิ่มอีก ขณะซัพพลายยังสร้างไม่เสร็จมากถึง 60% ก็กลายเป็นความเปราะบางทางธุรกิจอสังหาฯแจงในโครงการประสบปัญหาขายไม่ออกและเลิกร้างถึง 129 โครงการ และยังประสบปัญหาหนักสุด โดยคอนโด กว่า 2 หมื่นยูนิต ในส่วนใหญ่ระดับราคา 1-2 ล้าน และรองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 5 พันกว่ายูนิต โดยสาเหตุใหญ่แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อนั้นเอง 

โดยนายโสภณ พรโชคชัย หรือประธานกรรมการบริหาร ของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมในการสำรวจที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และเขต ปริมณฑล ล่าสุด ณ เดือน ก.ค. 2558ที่ผ่านมา พบว่า ยังมีโครงการที่อยู่อาศัย ที่เปิดใหม่ จำนวน 488,026 แสนยูนิต รวมมูลค่ากว่า 1.64 แสน ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม มากที่สุดถึง 51% รองลงมาก็เป็น ทาวน์เฮ้าส์ 23% และบ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆ ได้แก่พวก บ้านแฝด อาคาร พาณิชย์ และที่ดินจัดสรรต่างๆ อีก 7% 

ในขณะที่ ยูนิตเหลือขายรวมอยู่ประมาณ 1.78 แสนยูนิต แต่ก็ยังไม่ถืออยู่ขั้นภาวะ ล้นตลาดมากนัก แม้ว่ายูนิตเหลือขายจะกำลังเพิ่มขึ้น โดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เป็นอัตราการเพิ่มไม่มากเท่าไรนัก 

แม้ตัวเลขเหลือขายขณะนี้ จะยังไม่ถึง ขั้นวิกฤติก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤติ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยคาดว่า คงใช้ระยะเวลา อีก 2-3 ปี ถ้าหากไม่มีการแก้ไขใดๆ หรือมีซัพพลายใหม่เพิ่มเข้ามามากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ดี ในโครงการส่วนใหญ่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จถึง 60% ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเปราะบางในการที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ถ้าหาก เกิดปัญหาวิกฤติ อสังหาฯขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อด้วย ผู้ประกอบการ และในสถาบันการเงินอีกด้วย 

คาดว่าทั้งปี 2558 นี้ จะได้มีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมดอีก 107,821 ยูนิต โดยลดลงประมาณ 6% จากปีที่แล้ว 114,094 ยูนิต ในขณะที่ มูลค่า ของโครงการเปิดใหม่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นราวๆ 21% จาก ปี 2557 โดยที่เปิดตัว 344,549 ยูนิต และเป็น 418,006 ยูนิต เนื่องจาก สินค้าราคา ไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้นเอง 

ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคอนโด ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนยูนิตและมูลค่าดดยการพัฒนาถึง 25% เพราะเป็นสินค้าที่มีผู้ซื้อไว้เก็ง กำไรมากที่สุด และส่วนสินค้าราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป 

โดยเฉพาะราคา 20 ล้านบาทนั้น มีการเปิดตัวมากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯโดยมีจำนวนถึง 2,166 ยูนิต หรือมากเป็น 4 เท่า ในขณะ ที่มีมูลค่าสูงถึง 71,807 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5 เท่า ของ ปีที่แล้วเปิด 449 ยูนิต โดยรวมมูลค่า 12,539 ล้านบาทเท่านั้นเอง 

โดย นายโสภณ กล่าวยังว่า จากการสำรวจ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของศูนย์ฯ ก็ยังพบว่า ในขณะนี้มีได้โครงการที่ หยุดการขาย ที่ประสบปัญหา ในการขายจนต้องเลิกร้างไปถึง 129 โครงการ 

ทั้งนี้ก็ยังมีโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ 1,634 โครงการ โดยจำนวนยูนิตที่เลิกร้างไปหรือรอการปรับปรุงใหม่นั้นมี 34,038 ยูนิต รวม มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท 

สำหรับประเภทของโครงการอสังหาฯ จะหยุดการขายไปในจำนวนดังกล่าว ในกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งได้แก่ คอนโด มากถึง 20,067 ยูนิต หรือก็คิดเป็น 59% โดยเฉพาะห้องชุดราคา 1-2 ล้านนั้นที่ตั้งอยู่ย่านชานเมือง ในรองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่ได้ประสบปัญหา ก็มีราวๆ 5,673 ยูนิต หรือคิดเป็น17% ส่วนของทาวน์เฮาส์ที่ประสบปัญหามีนั้น 3,624 ยูนิต หรือคิดเป็น 11% เท่านั้นเอง และส่วนหากเป็นทาวน์เฮาส์ ก็ราคา 1-2 ล้านบาท โดยกลุ่มอื่น ๆ เช่น บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าจัดสรรด้วย มีเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น 

ในการผลิตที่อยู่อาศัย ในแบบบ้านเดี่ยวมักเกิดขึ้นมากเป็นอันดับ 3 แต่ในกรณีการหยุดการขาย บ้านเดี่ยวกลับได้มาเป็นอันดับ 2 กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า บ้านเดี่ยวที่มักจะขายได้ช้านั้นก็มีปัญหาอยู่พอสมควร และในที่ดินจัดสรรที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวย สินเชื่อ นั้นเพราะหลักประกันต่ำด้วยไม่มีบ้านอยู่ด้วย และก็มักจะขายไม่ออก จนกระทั่งประสบปัญหาไปในที่สุดนั้นเอง 

หากพิจารณาจากแนวโน้มจะพบว่า ณ สิ้นปี 2557 ได้มีโครงการที่ประสบปัญหาจำนวน 122 โครงการประมาณ 34,519 ยูนิต โดยมูลค่า 81,704 ล้านบาท แต่ ณ กลางปี 2558 ได้มีจำนวนเพิ่มเป็น 129 โครงการหรือประมาณ 34,038 หน่วย มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท สรุปว่า จำนวนของโครงการเพิ่ม 7 โครงการ โดยคิดเป็น 9% ยูนิตขายลดลงถึง 481 หน่วย คือติดลบ1% แต่มูลค่าได้เพิ่มขึ้น 9,424 ล้านบาท หรือประมาณ 12% ที่เป็นเช่นนี้ได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่า ยูนิตขายที่มีราคาสูงขึ้นก็จะประสบปัญหาในการขายเช่นกัน ดังนั้นในสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรนัก 

ในสำหรับสาเหตุของการล้มเลิกโครงการจนหยุดขายนั้น จะประกอบด้วย สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อต่างๆ จำนวน 37 โครงการ โดยคิดเป็น 29%, และขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ หรือรูปแบบสินค้า ไม่เหมาะสม อีกจำนวน 23 โครงการ โดยคิดเป็น 18%, และไม่ผ่านการประเมิน สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อีกจำนวน 29โครงการ หรือคิดเป็น 22% , และรอปรับราคาขายใหม่อีกจำนวน 8โครงการ และคิดเป็น 6%, มีการเปลี่ยนรูปแบบโครงการ อีกจำนวน 10 โครงการ และคิดเป็น12%, อยู่ในทำเลที่ตั้งห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก อีกจำนวน 15 โครงการ โดยคิดเป็น 12%, กรรมสิทธิ์ ของที่ดินและทางเข้าออกโดนเวนคืนอีกจำนวน 3 โครงการ โดยคิดเป็น 2%, ยกเลิกการขายที่เหลือนำมาปล่อยเช่าอีก จำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% และขาดผู้ที่รับเหมาและแรงงานก่อสร้าง อีกจำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% 

โดยคอนโดราคาถูก ก็มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดมาก เพราะช่วงปลายปีได้มีโครงการคอนโดที่มาราคาที่ถูก หรือคอนโดราคาถูก กันออกมามาพอสมควร โดยหลังการซื้อได้ลลดลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้จะเกิดสภาวะล้นตลาดขึ้นได้

บล็อกรีวิว คอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

โดยราจะขอเริ่มต้นด้วย โครงการ IDEO Mobi Sukhumvit Eastgate เป็น คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสท์เกต ที่ได้มาพร้อมกับแนวคิดในการออกแบบแห่งอนาคต ที่เหมาะกับผู้ที่ได้ชื่นชอบในความทันสมัยและมีเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ โดยสร้างไว้บนพื้นที่ 4-0-18 ไร่ รวม 844 ยูนิตเลย และขนาดห้องพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่เป็นห้อง Studio 21 ตร.ม. และในส่วนของห้องขนาด 30 ตร.ม. เป็นการออกแบบภายใน และมุ่งเน้นในการให้สำคัญกับประโยชน์ใช้สอยต่างๆ และห้องสมุดได้ออกแบบไว้ที่ชั้นล่างซึ่งได้มาพร้อมกับสวนธรรมชาติต่างๆ และให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกถึงความสงบ ในส่วนของชั้น 5 ของอาคารก็ได้แบ่งไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่มี สวน โซเชียลคลับ สระว่ายน้ำ สระเด็ก ห้องซักรีด และรวมถึงห้องออกกำลังกายต่างๆ โดยห้องพักอาศัยนั้นจะเริ่มต้นจากชั้นที่ 5 จนถึงชั้น 29 ซึ่งเป็นส่วนดาดฟ้าแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับสวนสีเขียวอีกด้วย เปิดรับวิวแม่น้ำ และวิวในเมือง ที่สัมผัสมุมมองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลย
คอนโดราคาถูก

โดย คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท นั้นห่างเพียง 150 เมตร จาก BTS สถานีของบางนา 1 สถานี ไปสู่ Bangkok Mall และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของกรุงเทพตะวันออกอีกด้วย ซึ่งถือเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเลย และให้ผู้อยู่อาศัยได้เชื่อมต่อสู่ใจกลางของสุขุมวิทได้อย่างรวดเร็วภายใน 6 สถานีสู่ทองหล่อ และ 7 สถานีสู่ Emporium Emquartier กับ Emsphere ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ใน 8 สถานีไปสู่อโศก แหล่งธุรกิจใจกลางเมือง และอีกเพียง 12 สถานีสู่ Siamparagon ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย Sky Deck & Sky Lounge โดย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.29 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคอนโดราคาถูก มากเมื่อเทียบกับทำเลและบริการต่างๆของโครงการ


โดยโครงการต่อมาก็จะมากันที่ Ashton Asoke (แอชตัน อโศก) เป็น คอนโดมิเนียมสุดหรู โดยสร้างไว้บนที่ดินขนาดถึง 2-3-47.60 ไร่ และแบ่งเป็น 783 ยูนิต ภายในห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 30 ถึง 64 ตร.ม. โดยเปิดมุมมองการอยู่อาศัยแบบพาโนราม่าด้วย คือผู้อยู่อาศัยสามารถที่จะมองเห็นวิวกลางเมืองได้ถึง 270 องศาเลย โดยไม่ต้องมากังวลว่าห้องที่ซื้อไปนั้นจะไปได้มุมมองห้องในระดับต่ำกว่า เนื่องจากห้องชุดพักอาศัยและออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้น 11 ถึงชั้น 50 โดยจะเว้นพื้นที่ชั้นล่างไว้สำหรับเป็นที่จอดรถ และชั้น 35  นั้นจะมีไว้สำหรับส่วนกลาง และให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนไปกับสระว่ายน้ำซึ่งก็รองรับทั้งสระเด็กและสระทั่วไป และจากุซซี่ และยังมีห้องออกกำลังกาย  อบไอน้ำ ซาวน่า นอกจากนี้ก็มี ห้องสมุด  บิสิเนสเซ็นเตอร์ และยังมีบริการ ห้องซักรีด ,Sky Lounge และ โซเชียลคลับ ด้วย ในส่วนชั้นหลังคาบนสุดก็เป็นพื้นที่สวนส่วนรวม
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางก็สะดวกสบาย โดยห่างจาก MRT ของสถานีสุขุมวิทเพียง 20 เมตร และยังจาก BTS สถานีอโศกไปอีกเพียง 230 เมตร ซึ่งทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางไปอีก และเพิ่มระยะเวลาให้ผู้ได้อยู่อาศัยได้พักผ่อนมากยิ่งขึ้นไปอีก จุดเด่นอีกด้านคือทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางของแหล่งธุรกิจ และมาพร้อมกับศักยภาพในการที่จะใช้ชีวิตได้อย่างครบครันเพราะด้วยแหล่งสาธารณูปโภคมากมาย เช่น Terminal 21 EmDistrict Interchange Tower และยังรวมไปถึง รพ.บำรุงราษฎร์  รพ.สมิติเวชนอก จากนี้ก็ยังมี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ วิโรฒ รร.วัฒนาวิทยาลัย และอื่นๆอีกมากมาย แต่ถึงแม้มันจะอยู่ใจกลางเมือง ทางโครงการยังได้จัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้กว่า 1 ไร่ โดยราคาจะเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท ซึ่งอาจจะดูราคาสูง และดูไม่เป็นคอนโดราคาถูก แต่ก็เป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เป็นคอนโดหรูที่มีทุกอย่าครบครับ พร้อมบรรยากาศธรรมาชาติที่จะพอเจอได้ยากเมื่อเทียบกับทำเลยจึงถือว่าเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่คุ้มค่ากับราคามากทีเดียวเลยค่ะ


และอีกโครงการ IDEO Q Siam – Ratchathewi สำหรับในโครงการนี้ก็เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการ IDEO Q Ratchathewi สู่การเป็น IDEO Q Siam-Ratchathewi ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร จำนวน 36 ชั้น สร้างไว้บนพื้นที่ 2-1-60.1 ไร่และมียูนิตจำนวน 552 ยูนิต พื้นที่ในการใช้สอยภายในห้อง เริ่มต้นที่ 29.5 ถึง 69 ตร.ม. โดยห้องพักอาศัยนั้นออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้นที่ 8 ถึง 36 ส่วนกลางจะจัดไว้ที่ชั้น 30 และรองรับสระว่ายน้ำ โดยมี สระเด็ก สระผู้ใหญ่ จากุซซี่  คาบาน่า และ ห้องสมุด ห้องออกกำลังกาย และยังมีบิสิเนสเซ็นเตอร์ ส่วนในชั้นดาดฟ้าก็จัดแต่งสวนไว้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย การออกแบบคอนโดใกล้รถไฟฟ้าก็ดีเยี่ยม เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งช้อปมากมาย อาทิเช่น  สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์  และ Platinum Fashion Center Central World, Gaysorn Plaza และยัง Central Embassy คอนโดนี้จึงเน้นดีไซน์ที่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ทั้งลวดลายและรูปทรงที่ดูแล้วมีเสน่ห์ ดุจดั่งสถาปัตยกรรมแฟชั่นใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้
คอนโดราคาถูก

จุดเด่นในด้านการออกแบบของ IDEO Q สยาม-ราชเทวี ก็คือวิวของสระว่ายน้ำที่เปิดมุมมองที่โค้งกว้างพิเศษดึง 360 องศา ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงความชุ่มฉ่ำพร้อมไปกับทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพรอบด้านอีกด้วย ภายในยังเน้นการตกแต่งให้ดูหรูหรา ดุจดั่งเป็นเครื่องประดับอัญมณีแะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้นำแฟชั่นได้เป็นอย่างดีเลย พื้นที่ในโครงการจะตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ราชเทวี  ที่ใกล้ BTS สถานีราชเทวี 390 เมตร หรือหากจะต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ ก็ยังสามารถเชื่อมต่อทุกเส้นทางของถนนสายหลักรัชดาภิเษก และพระราม 9 รามคำแหง รวมถึงวิภาวดีรังสิต จรัญสนิทวงศ์ โดยราคาเริ่มต้น 5.2 ล้านบาท ก็เป็นอีกโครงการที่ถ้ามองแค่ราคาจะดูเป็นไม่ใช่คอนโดราคาถูกเลย แต่ก็อยากให้ลองดูรายละเอียดของโครงการว่าด้วยวิวและบริการต่างๆ รวมถึงทำเลที่แสนจะดีสำหรับคนกรุง ราคานี้ก็ถือเป็นสิง่ที่เหมาะสมกันแล้ว


และขอปิดท้ายด้วย โครงการ IDEO MOBI Wong Sawang Interchange ที่มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อคุณภาพของชีวิตที่หลากหลาย ที่ได้สร้างไว้บนพื้นที่ 2-2-22.5 ไร่ จำนวน 559 ยูนิต และแบ่งเป็นห้องสตูดิโอพื้นที่ใช้สอย 21.50 ตร.ม. ที่เป็นแบบห้องนอนเดี่ยว 24.5-30 ตร.ม. และในแบบ 2 ห้องนอน 48 ตร.ม. ที่ทำให้ตอบโจทย์ทุกขนาดการอยู่อาศัยด้วย การออกแบบที่มีส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความทัดเทียมกัน และมีทั้ง Sky Pool Sky Fitness และยังได้ประสบการณ์ใหม่กับจของ Sky Outdoor Library พร้อมกับ Sky Deck เปิดรับวิวเมือง และได้เห็นวิวแม่น้ำได้อย่างเต็มที่และร่มรื่นด้วย Private Grand Park สวนที่มีขนาดใหญ่ภายในโครงการให้ทำคุณผ่อนคลายกับความเขียวขจีจากธรรมชาติในแบบส่วนตัวได้ที่นี่
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางที่แสนจะสะดวก ใกล้เพียง 1 ก้าวจากรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงที่สถานีบางซ่อน และห่าง 400 เมตร จากรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีบางซ่อน 1 สถานีก็ถึง Bang Sue Grand Station และยังใกล้รถไฟฟ้า 5 เส้นทาง คือสายสีม่วง สีแดง สีแดงอ่อน สีน้ำเงิน และก็ Airport Rail Link ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์ได้การอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาทเท่านั้น โดยเมื่อเทียบกับทำเลแล้วก็ถือว่าเป็นคอนโดราคาถูกเลยก็ว่าได้

บล็อกรีวิว คอนโดราคาถูก ขอขอบคุณ ภาพและเนื้อหาบางส่วนจาก banidea.com

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ รวมยอดขาย ทะลุ 900 ลบ.

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ ฟุ้งยอดขาย 'ยูนิโอ' ทะลุ 900 ลบ.

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก next.in.th/


          คุณชานนท์ เรืองกฤตยา หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทเราได้เปิดขายโครงการยูนิโอ คอนโด ซึ่งได้เป็นคอนโดมิเนียมที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อยูนิตนั้น จากการเปิดขายภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา และสามารถปิดการขายไปได้ 3 อาคาร จากทั้งหมด 6 อาคาร รวมมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวมถึง 2,096 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันโครงการได้ผ่านการพิจารณา EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ยังคาดว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในประมาณเดือนมีนาคม 2560 นี้

         โดยทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อที่เพื่ออยู่อาศัยจริงและให้ความสนใจโครงการเป็นจำนวนมาด้วย โดยในผู้ซื้อทั้งหมดจะต้องผ่านการ Pre Approve เสียก่อนการทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งจะทำให้การถูกปฎิเสธสินเชื่อจากสถาบันทางการเงินนั้นลดลงได้

          สำหรับในสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมี่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านต่อยูนิต ซึ่งได้เป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพง หากเราอยู่ในทำเลที่ใกล้แหล่งงานและทำให้เดินทางได้สะดวก ก็ถือว่ามันเป็นเซ็กเม้นท์ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว โดยเฉพาะคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้และราคาต่ำกว่าล้าน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ๋ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายนั้น ก็เป็นพนักงานบริษัทที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านหลังแรกนั้นเอง 

          โครงการ ยูนิโอ คอนโด ( UNIO  Condo ) นี้ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low rise ที่สูง 8 ชั้น มีจำนวน 1,932 ยูนิต โดยมูลค่าโครงการ 2,096 ล้านบาท ในราคา 999,900 บาทต่อยูนิต ตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 และยังใกล้ MRT สถานีท่าพระ 900 เมตร ซึ่งก็เป็น Interchange ของสายบางซื่อ-ท่าพระด้วย และสายหัวลำโพง-บางแคอีก ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นคอนโดราคาถูกที่หาได้ยากมากเพราะนอกจากจะเป็นคอนโดที่ราคาถูกแล้วยังติดรถไฟฟ้าด้วย



รมว.คมนาคม เตรียมชง ครม. ขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพิ่ม4สถานี

คอนโดราคาถูก
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก mrta.co.th


เพิ่งจะได้ลงมือทุบและรื้อสะพานข้ามแยกเกษตรไปก็เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้และยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีด้วย ก็ยังมีข่าวดีตามมาติดๆว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้เตรียมเสนอขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างถึง 2เส้นทาง ทางทิศเหนือคือเส้นทางหมอชิต-คูคต และทิศใต้ คอเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ ออกไปอีกโดยฝั่งละ 4 สถานีเลย

โดยทางทิศเหนือจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีคูคตนั้น จะเพิ่มไปสิ้นสุดที่คลอง 5 หรือลำลูกกา โดยส่วนด้านทิศใต้ไปสิ้นสุดที่สถานีบางปู โดยจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีเคหะสมุทรปราการ (หรือซอยเทศบาลบางปู50) ซึ่งในล่าสุดโครงการทั้ง 2 ช่วง นี้ ได้ผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)แล้ว จึงได้สามารถผลักดันเข้าสู่โครงการลงทุนเป็นการเร่งด่วนได้เลย เพื่อจะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของคนชานเมืองได้ให้เข้ามาในเขตกรุงเทพชั้นในได้สะดวกยิ่งขึ้น และคาดว่าจะเสนอโครงการให้ ครม.พิจารณาได้อีกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้านี้

ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้ ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ก็ได้มีการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายโดยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐด้ววย(โดยคณะกรรมการพีพีพี)แล้ว ก็อยู่ระหว่างรอการพิจารณา โดยได้คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อน เนื่องจากในโครงการผ่านอีไอเอแล้ว ยังเป็นส่วนสายสีเหลือง และยังมีประเด็นในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงต้องส่งรายละเอียดเพิ่มเติมได้ และยังจะต้องมีการปรับแก้ผล กระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ

ไม่นานก็คงจะมีคอนโดตามมาแน่ๆ ในเขตที่เพิ่มเติมไปนั้น ส่วนใหญ่ยังไม่มีคอนโดมากนัก ต่อจากนี้ไม่กี่เดือนต้องมีการเปิดตัว คอนโดติดรถไฟฟ้าแน่นอน ซึงจะเป็นคอนโดราคาถูกหรือคอนโดราคาแพงก็ต้องมารอรุ้นกัน



โดยมีการทุบซากอาคารเก่านาน 20 ปี และผุดคอนโดหรู โค้งแม่น้ำเจ้าพระยา


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก supalai.com


คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ ขิงบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงที่นำมาพัฒนาโครงการใหม่ล่าสุดได้ คุณศุภาลัย ริวา แกรนด์นั้น ก็ได้ตั้งดั้งเดิมเป็นโครงการที่ได้มีชื่อว่า "เอสวี การ์เด้น" ของบริษัท สหวิริยา ซิตี้ จำกัด(มหาชน)นั้นน ซึ่งตอนนั้นก็ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยบริษัทศุภาลัยก็ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากเอกชนรายหนึ่งซึ่งเป็นการประมูลที่ดินมาจากกรมบังคับคดีอีกทอดหนึ่งนั้นเอง

สำหรับในที่ดินแปลงงามดังกล่าว ที่ได้ซื้อมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว โดยในราคาตารางวาละ 2 แสนบาท ในสำหรับโครงการเก่า ที่มีอายุกว่าเกือบ 20 ปีนั้น ปัจจุบันก็ได้เริ่มทำการทุบโครงการสร้างเก่าทิ้งและจะได้ทำการก่อสร้างเป็นโครงการใหม่ทั้งหมดนั้นเอง ทั้งนี้แล้วเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่า ในโครงสร้างนี้จะปลอดภัยแน่นอน โดยเราคาดว่าจะทำการทุบให้แล้วเสร็จภายในต้น ’59 นี้ และเจึงริ่มก่อสร้างใหม่ในปลายปี ‘59 นี้ สำหรับโครงการนี้ จะเปิดให้ทำการจองห้องชุด วันที่ 16 -22 พ.ย 58 นี้ ณ ที่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 โดยตั้งเป้าการเปิดจองในครั้งนี้ ก็จะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 – 3,000 ล้านบาทแน่นอน

ศุภาลัย ริวา แกรนด์ นี้ ได้ตั้งอยู่บนที่ดิน 11 ไร่ โดยเป็นคอนโดมิเนียม 3 อาคาร จำนวนยูนิต 720 ยูนิต และขนาดห้องเริ่มที่ 53.50 – 433 ตร.ม ราคาอยู่ที่ 3.8-44 ล้านบาท  เฉลี่ยต่อตารางเมตร 83,000 บาทนั้นเอง ซึ่งคอนโดมิเนียมดังกล่าวนี้จะเป็นโครงการสุดท้ายของปีนี้แล้ว ส่วนโครงการแนวราบเปิดอีกราว 3- 4 โครงการภายในสิ้นปีนี้แน่นอน รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท แน่นนอนว่าไม่ใช่คอนโดราคาถูกอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ทางบริษัท ก็ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 28 โครงการ โดยรวมมูลค่า 35,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นแนวราบ 20 โครงการ มูลค่า 20,000 กว่าล้านบาท  และในแนวสูงไม่ต่ำกว่า 7โครงการ ที่ตีเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาทนั้นเอง

บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก home.co.th 

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดราคาถูก
บล็อกคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ภาพจาก terrabkk.com

คอลลิเออร์ส ได้ชี้สัญญาณในตลาดคอนโดมิเดียม ที่ขายใหม่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่ทำเลแจ้งวัฒนะนั้นเริ่มแผ่วลง เหตุเพราะถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้ จำนวนมาก ในราคาขายเกิน 6 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้นเสี่ยงดับ หากการสร้างรถไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน คาดว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มราคาขยับปรับ เพิ่มขึ้นราว 20% ในด้านศุภาลัย รับปี 58 ที่ยอดขายไม่กระเตื้อง แต่ก็ไม่หวั่นเดินหน้าเปิดโครงการที่ 4 ต่อเนื่องกันอย่างมั่นใจศักยภาพของ พื้นที่นี้

โดย นายสุรเชษฐ กองชีพ หรือรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย จำกัด ก็ได้เปิดเผยถึงทำเลถนนแจ้งวัฒนะที่ในอดีตนั้นไม่ค่อยมีความน่าสนใจมากนัก แต่พอหลังจากศูนย์ราชการกรุงเทพฯ ได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ ก็จึงเริ่มเห็น ความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่อยู่อาศัยด้วย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมนั้น จากการสำรวจพบว่า ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขายจำนวนมากทีเดียว ในปี 2553 - 2554 รวมกันมากกว่า 4,957 หน่วย โดยให้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะมีได้กำลังซื้อจากข้าราชการที่ต้องย้ายเข้ามาประจำที่ ศูนย์ราชการแห่งนี้ โดยรวมทั้งคนที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ที่เพื่อปล่อยเช่า แต่ก็ไม่ได้รับในการตอบรับจากตลาดเท่าใดนักและส่งผลให้ ตลาดคอนโดมิเนียมบนถนนแจ้งวัฒนะนั้นได้ชะลอตัวลงในปีต่อๆ มานั้นเอง และได้กลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2557 ที่เนื่องจากกระแส โดยโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู แต่ก็พบว่าอัตราการขายของโครงการที่เปิดในปี 2557 เป็นต้นมานั้น มีไม่มากเท่าที่ควรจน ทำให้บางโครงการต้องยกเลิกการขายไปในที่สุดเลย 

และเมื่อแยกพิจารณาตามทำเลที่ผู้ประกอบการได้เข้ามาลงทุนพัฒนาในโครงการในช่วงระหว่างปี 2550-สิงหาคม 2558 ก็พบว่า ช่วงห้าแยกปากเกร็ดได้ทางพิเศษศรีรัช ก็มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 4,337 หน่วย โดยมีอัตราการขายมากกว่าถึง 90% ราคาขาย เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้น และยังพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายเล็กเกือบทั้งหมดด้วย ในขณะที่พื้นที่นี้ตั้งแต่ทางพิเศษศรี รัช-แยกหลักสี่ ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 5,618 หน่วย โดยมีอัตราการขายค่อนข้างสูงเช่นกันคือเกือบ 90% เช่นกัน โดยราคาขาย เฉลี่ยจะค่อน ข้างสูงเฉลี่ยที่ประมาณถึง 5.2 หมื่นบาทต่อตร.ม. เลยทีเดียว และในพื้นที่นี้ก็ยังมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการรายเล็ก โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้เข้ามาในพื้นที่นั้นส่วนใหญ่มาในปี 2557 พร้อมกับได้ตั้งราคามากกว่าโครงการอื่นๆ แต่ทำให้ไม่ประสบ ความสำเร็จเท่าที่ควรนัก 

นายสุรเชษฐ ยังได้กล่าวต่อว่า สำหรับราคาขายของคอนโดมิเนียมที่ได้เปิดขายในช่วงระหว่างปี 2555 - 2556 จะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ก็ว่าราคาขายของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วงปี 2557-ครึ่งแรกปี 2558 จะอยู่ที่ประมาณ 6.3 หมื่นบาทต่อตร. ม. โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 26% และยังคงมีแนวโน้มที่จะได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอีกมากกว่า 20% ในอนาคตนี้ โดยเฉพาะโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่หลังจากปี 2558 เพราะว่าได้มีรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูที่ได้เริ่มมีความชัดเจนมาเป็นปัจจัยสนับสนุนในตอนนี้ และขณะที่ราคาที่ดินใน ปัจจุบัน หากติดถนนแจ้งวัฒนะก็จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 แสนบาทต่อตร.ว. โดยเพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เท่าเลย 

หากว่าโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูยังมีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ จะทำให้ถนนแจ้งวัฒนะนั้นมีความน่าสนใจ และได้มีโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากขึ้นอย่างแน่นอนในตอนนั้น แต่ตลาดคอนโดมิเนียมก็อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควรเป็น โดยเฉพาะโครงการที่เปิดและขายในราคาที่สูงกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดไว้นอกจากนี้โครงการใหม่ๆ ที่ได้จะเปิดขายต้องแข่งขันกับโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่เข้าอยู่แล้วอีกหลายโครงการอีกแต่มีราคาขายต่ำกว่ามากอีกด้วย 

และ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ก็ได้กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมี ได้มีโครงการบนถนนแจ้งวัฒนะ แล้ว 3 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ และยอดขายมากกว่า 95% ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้ง วัฒนะ มียอดขายปัจจุบัน 50% และสุดท้ายโครงการศุภาลัย วิสต้า ห้าแยกปากเกร็ด ก็มียอดขายแล้ว 70% โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดในแนว รถไฟฟ้าสายสีชมพูก็มากกว่า 10% 

ตอนนี้ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงจนปัจจุบัน ยอดขายในโครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในพื้นที่แจ้งวัฒนะได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะ โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ที่แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการกว่า 2 พันล้าน บาท แต่กลับมียอดขายเพียง 50% แต่ถ้าพิจารณาแล้ว ในโครงการนี้ก็เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการลอฟท์ แจ้งวัฒนะ เพราะมีระยะห่างกันไม่มากเพียง 500 เมตร เท่านนั้น เฉลี่ยยอดขายทั้ง 2 โครงการจะอยู่ที่ 75% ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลย ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ของบางรายต้องพับโครงการลงอีก เนื่องจากจะตั้งราคาขายสูงเกินไปคือ และอยู่ที่ประมาณ 8-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ในของเราเฉลี่ยราคาขายอยู่ที่ 6 หมื่นบาทต่อตร.ม.เท่านั้นเอง 

ในล่าสุด บริษัทก็ได้เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ที่สถานีแคราย โดยมูลค่าโครงการประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยยังถือเป็นอีก 1 โครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) แต่ก็เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ด้วย โดยได้เชื่อว่าโครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็จะเป็นระบบคมนาคมที่เอื้อประโยชน์ให้ต่อการเดินทางของผู้พักอาศัยในย่านแคราย ปากเกร็ด และมีนบุรีอีก ในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองให้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จก็ประมาณต้นปี2563 นี้ 

โดยคอนโดราคาถูกที่กำลังจะในปีหน้านี้เพราะ คอนโดแถวนั้มีราคาที่ค่อนข้าจะสูง ถ้ามีโครการคอนโดราคาถูก็จะช้วนให้ขายออกได้แน่นอนค่ะ

บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ที่มาจาก ฐานเศรษฐกิจ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไอคอนสยาม ปล่อยโครงการคอนโดหรู สุดแพง เริ่มต้นที่ 35 ล้านบาท

ไอคอนสยาม ปล่อยโครงการคอนโดหรู สุดแพง เริ่มต้นที่ 35 ล้านบาท คอนโดติดรถไฟฟ้าชิดซ้ายไปเลย



คอนโดติดรถไฟฟ้า
ขอบคุณภาพจาก ptcdn.info/


"ไอคอนสยาม" ได้ประกาศเปิดขายคอนโดสุดหรู "เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ" บริเวณริมแม่น้ำ เจ้าพระยา มูลค่ากว่า 9 พันล้าน โดยทุบสถิติราคาคอนโดที่แพงสุด 3.5 แสนต่อตร.ม. ของ "เพนท์เฮาส์" ทีมีขนาด 380 ตร.ม. ราคา 209 ล้าน และพร้อมผนึกยักษ์อสังหาฯจีน ในกลุ่มควีนแลนด์ ที่ผุดโครงการมิกซ์ยูส ที่พัทยา มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน คาดว่าเปิดตัวโครงการต้นปีหน้านี้ 

โครงการไอคอนสยามนี้ นับเป็นโครงการแห่งศูนย์การค้าคอนโดหรู บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในย่านเจริญนคร ที่ได้มีมูลค่าการลงทุนสูงมากถึง 5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว โดยยังเป็นความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่าง 3 ยักษ์ใหญ่ธุรกิจของในไทย ได้แก่ กลุ่ม สยามพิวรรธน์ รวมถึงแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และรวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ด้วย โดยในการกำหนดเปิดบริการปี 2560 แลนด์มาร์ค ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำการผลักดันให้กรุงเทพ เป็นจุดหมายที่น่ามาเยี่ยมเยือนแห่งหนึ่งของโลกเลย 

ยังมีการคาดกันอีกว่าว่าระหว่างปี 2555-2563 จะได้มีโครงการค้าปลีก ของอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมต่างๆ ได้เกิดขึ้นริมแม่น้ำ เจ้าพระยา ไม่น้อยกว่า 30 แห่งแน่นอน รวมมูลค่ากว่าคงกว่า 1.12 แสนล้านบาทเลยทีเดียว 

ในล่าสุด นางสาวทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ผู้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ให้ข้อมูลในฐานะกรรมการและประธานบริหาร บริษัทใหม่คือ ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้พร้อมจะเปิดขายโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ แล้ว ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม ที่มีระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บริเณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริหารโดยเชน แมนดาริน โอเรียลเต็ล เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย ซึ่ง ได้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนเป็น 9,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท 

ซึ่งโดยได้ประกาศเปิดตัวพร้อมกันกับ อีก 2 เมือง คือ ในฮ่องกง และลอนดอน ซึ่งจะถือเป็นเมืองแหล่งที่พักอาศัยระดับสุดหรูหราของโลก ที่กำหนดเปิดขายในวันที่ 29 ต.ค.2558 นี้ 

โดยโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรู เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ นี้ มีลักษณะเป็นอาคารสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต และตัวอาคารตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการไอคอนสยาม โดยในพื้นที่ของโครงการไอคอนสยาม จะประกอบด้วย โครงการที่พักอาศัยสุดหรูอีกหนึ่งโครงการ นั้นก็คือ แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ที่สูง 70 ชั้น 

สำหรับขนาดของห้องพักอาศัยนั้นเริ่ม ตั้งแต่ 130-230 ตารางเมตร และราคาขายเริ่มต้นที่ 3.5 แสนบาทต่อตารางเมตรหรือราคาอยู่ 45.5 ล้านบาท ต่อยูนิต ซึ่งก็นับว่าเป็นราคาขายคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในกรุงเทพขณะนี้เลย 

ส่วนห้องเพนท์เฮ้าส์ และดูเพล็กซ์เพนท์เฮ้าส์นั้น ขนาดตั้งแต่ 380-710 ตารางเมตร โดยราคาขายเริ่มต้น 5.5 แสนบาทต่อตารางเมตร และในทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพะยา และสวนขนาด 4,600 ตารางเมตรของโครงการได้ ปัจจุบันได้มีลูกค้าให้ความสนใจจองแล้วถึง 30 ยู นิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทเลย โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3-4 เดือน ข้างหน้าหลังเปิดขาย ก็จะมียอดขายเพิ่ม 20-30% เนื่องจากไม่อยากเร่งรีบในการขายที่จะสามารถขยับ ราคาขายไปได้เรื่อยๆ เช่น ในโครงการแรก แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ที่เปิดขาย เริ่มต้น 2.7 แสนบาทต่อตารางเมตรค่ะ 

นอกจากนี้แล้ว บริษัทมีแผนนำโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ไปทำการโรดโชว์ต่างประเทศ โดยในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค นี้ และมีแผนไปโรดโชว์ยังประเทศฮ่องกง และในปี 2559 นี้ มีแผนจะนำไปโรดโชว์ที่อิตาลีอีกด้วย โดยตั้งเป้ากลุ่มลูกค้ามาจาก ต่างชาติ 50% และคนไทยอีก 50% และในส่วนของโครงการแมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ก็จะเป็นกลุ่มลูกค้าคน ไทยประมาณ 80% ของทั้งหมด

เราได้ทุ่มงบลงทุนเพิ่มอีก 30% เพื่อที่ให้เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดที่สามารถเทียบเท่าสากลได้ และหวังให้เป็นโครงการแลนด์มาร์ค ของกรุงเทพ เพราะด้วยการออกแบบ และการก่อสร้าง และบริการ รวมถึงการบริหารในการจัดการอาคารโดยแมนดาริน โอเรียลเต็ล นั้นผสมผสานมนต์เสน่ห์ของกลิ่นอาย ในความเป็นไทย ลูกค้ากลุ่มนี้รู้ว่าทรัพย์สินนั้นหายากแบบนี้อยู่เหนือความผันผวนของสภาวะ เศรษฐกิจ และยังมีมูลค่าสูงขึ้นตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้ได้รับความสนใจในการจองล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เคาะราคาขายถึง 30 ยูนิต แน่นอน 

ด้านนายธนวันต์ ชัยวัฒนะ ผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ในบริษัท ดิไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก็ได้กล่าวว่า แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะยังชะลอตัวอยู่ แต่ความต้องการในที่อยู่อาศัย ก็ยังมีอยู่มาก ทั้งนี้ผู้ประกอบการ คิดว่าควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการหาทำเลใหม่ๆ ผลิตสินค้าที่มีความตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ และเชื่อว่าจะมีผลที่ดีต่อตลาดโดยรวมด้วย ซึ่งจะทำให้ ผลของตลาดช่วงปลายปีนี้กลับมาดีขึ้นแน่นอน ขณะที่ตลาดอสังหาฯ ระดับไฮเอนด์นั้น แม้ที่ผ่านมาลูกค้าจะมีการชะลอการในการตัดสินใจซื้อไปตาม ภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีดีมานด์อยู่มาก หากในโครงการที่พัฒนาออกมาแล้วสามารถตอบสนองถึงความต้องการของลูกค้าได้ก็จะยังขายได้ดีแน่นอน 

จากมาตรการในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ก็มั่นใจว่าจะมีผลดีต่อผู้บริโภคที่สนใจ เป็นอย่างมากโดยเฉพาะตลาดระดับ ราคา ไม่เกิน 3 ล้านบาท และในขณะที่ตลาดระดับบน หรือในระดับลักชัวร์รี่นี้นั้น ก็ยังเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลอะไรจากมาตรการดังกล่าว มากนัก แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าการที่ภาครัฐออกมาตรการ มาจะทำให้เป็นการปลุกกำลังซื้อของผู้บริโภค ขึ้นในช่วงนี้จนถึงต้นปีหน้าได้เป็น อย่างดี นายธนวันต์ ได้กล่าวไว้

นอกจากนี้ นางสาวทิพาภรณ์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัทยังได้ร่วมกันกับกลุ่มบริษัท ควีนแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มากๆของประเทศจีน โดยร่วมกันในนาม แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อที่จะร่วมพัฒนาโครงการ "มิกซ์ ยูส" ที่บริเวณจอมเทียน แถวพัทยา บนเนื้อที่ 40 ไร่ ภายในโครงการจะประกอบไปด้วย โรงแรม และคอนโดมิเนียม และรวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการวางคอนเซ็ปต์ต่างๆ โดยคาดว่าจะเปิดโครงการในปีหน้านี้ 

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แนวโน้มการลงทุนคอนโดนั้นก็ยังมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นได้ในปีข้งหน้า แต่ที่กำลังจะมา ไม่ใช่คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดราคาถูก แต่กลับเป็นคอนโดสุดหรูหร่า ที่จะเข้ามาเพื่อหากำไร จึงยังมันใจได้ว่าธุรกิจคอนโดมิเดียมในอนาคตจัยังไม่ซบเซ่าแน่นอน แต่อาจมีการเปลี่ยนแผน ในการทางการตลาดโดยจะเล็กันไปที่คอนโดราคาสูงที่มีคุณภาพเพื่อเรียกความสนใจ เพราในปัจจุบันคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดราคาถูกนั้นมีมากเกินความต้องการ บริษัทส่วนใหญ่จึงเริ่มมองเห็นและเลิกผลิดหันมาทำคอนโดหรู กันแทน ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน


บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้าขอขอบคุณ ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คิดจะซื้อคอนโดราคาถูก ในต่างจังหวัด ควรอ่าน

รีวิวคอนโด : คิดจะซื้อคอนโดราคาถูก ในค่างจังหวัด ควรอ่าน


ในปัจจุบันนี้มีบริษัทหลายบริษัทต่างเร่งสร้างโครงการคอนโดกันมากมาย ทั้งแบรนด์ใหญ่ แบรนด์เล็ก จนเริ่มกลายเป็นกระแสนิยมคอนโดกันไปแล้ว โดยเนื้อหาในบทความนี้ ไม่ได้ต้องการจะ รีวิวคอนโด  และมิได้ต้องการจะบอกว่า การอยู่อาศัยในคอนโดนั้นดีหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ แต่ต้องการจะเตือนสติผู้ที่กำลังคิดจะซื้อคอนโด โดยไม่ได้มีการตรวจสอบถึงความเหมาะสม และความพร้อมในด้านต่างๆ ก่อนที่จคิดนำเงินหลักล้านไปใช้จ่าย เราจึงควรต้องวิเคราะห์ พิจารณาการซื้อให้ถี่ถ้วนคะ วันนี้ฉันจึงขอรวบรวมสิ่งที่ผู้ซื้อต้องคิดก่อนซื้อมา 7 ข้อ เอาไว้ตัวช่วยในการตัดสินใจกัน


รีวิวคอนโด ติดรถไฟฟ้า บ้าวทาวน์เฮ้าส์ ขอขอบคุณภาพจาก newbangkokcondo.com


ข้อที่ 1. การเดินทาง
สิ่งที่ควรคิดเป็นสิ่งแรกๆคือ การเดินทาง ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของคอนโดเลยก็ว่าได้ เพราะคอนโดนั้จะให้ในเรื่องของความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพราะ "คอนโดติดรถไฟฟ้า" เนื่องด้วยการที่มีรถไฟฟ้า ช่วยลดความแออัดในการจารจรบนท้องถนน เป็นการช่วยให้การเดินทางเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่ในต่างจังหวัด "คอนโด" นั้นจะให้การเดินทางที่ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากกัน อาจจะสะดวกขึ้นบ้างก็เพียงแค่การที่ได้ขึ้นรถโดยสารใกล้ถนนใหญ่ แต่ในจังหวัดส่วนใหญ่นั้น รถโดยสารสาธารณะมักจะยังมีการพัฒนาที่ค่อนข้างน้อย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้รถส่วนตัว จึงยังไม่ตรงคำตอบที่ให้ความสะดวก แต่จะให้ความสะดวกในด้านการเก็บจอด สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ ในบางคอนโดนั้นมีที่จอดรถให้เพียง 50% ของผู้อยู่อาศัย จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา ว่าหากการอยู่อาศัยคอนโดต่างจังหวัดนั้น เราก็ยังจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว ซึ่งจะมีผลด้านดีน้อยมาก

ข้อที่ 2. ความสะดวก
จากการสำรวจพื้นที่ของเราคอนโดบางแห่งนั้น มีการอยู่อาศัยที่แทบจะไม่ได้แตกต่างจากบ้านเดี่ยวเลย ทั้งร้านค้า สิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งทำเลคอนโดบางแห่งสร้างไว้ชานเมือง ก็จะไม่ได้มีร้านค้า ไม่มีห้างสรรพสินค้า ให้ได้ใช้กันอย่างใกล้ จึงยังจำเป็นต้องเดินทางออกไปหากิน

ข้อที่ 3. ความเสี่ยงจากคู่แข่ง
ในลักษณะคอนโดทำเลที่ดูํน่าซื้อ คือทำเลที่ไม่จะสามารถสร้างคอนโดได้อีก มีพื้นที่อย่างจำกัดในการก่อสร้าง หากเป็นเช่นนั้นแล้วคอนโดในพื้นที่นั้นจะสามารถทำกำไรได้สูง แต่ว่าคอนโดในต่างจังหวัดนั้น พื้นที่เมืองต่างๆ ก็ยังคงขยายตัวได้ง่าย อาจมีจะคอนโดผุดใหม่มาสร้างอยู่ใกล้ๆคอนโดที่เราเพิ่งซื้อไป หากเป็นเช่นนี้แล้ว จะเกิดผลกระทบกับคอนโดเก่าของเราเป็นอย่างมาก เพราะจะมีคู่แข่งมาเปรียบเทียบ กรณีที่เราปล่อยให้เช่า ผู้เช่าย่อมจะเลือกการอยู่อาศัยคอนโดใหม่ หรือหากไม่ได้เปรียบเทียบความเก่า กับความใหม่ สิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณานั่นคือ เมื่อพื้นที่นี้มีคอนโดมาสร้างเพิ่ม ปริมาณห้องว่างก็จะเพิ่มขึ้นนับร้อยๆห้องพร้อมกัน กรณีที่เราปล่อยให้เช่า ก็จะจำเป็นต้องลดราคา เนื่องจากมีปริมาณห้องว่างสูงมาก แต่จำนวนผู้เช่าไม่ได้สูงตามมาก ส่งผลให้ขาดทุนในอนาคตได้

ข้อที่ 4. ความเสี่ยงจากคอนโดร้าง
ในกรณีคอนโดมีนันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดนั้นจะค่อนข้างมีผลกระทบสูงมาก เนื่องจากผู้คนก็จะยังคงจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี จนไม่กล้าที่อยู่หรืออาศัยอาศัย ซึ่งในกรณีที่มีคนย้ายออก หากเป็นบ้านเดี่ยวก็จะค่อยๆ ทยอยย้ายออกที่ละหลัง โครงการนั้นก็จะไม่ร้างอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากเป็นคอนโด การที่อยู่อาศัยในรูปแบบใกล้ชิด ห้องข้างกันกัน ใช้พื้นที่ส่วนรวมร่วมกัน หากผู้อาศัยน้อยลงอย่างรวดเร็ว ก็จะมีอารมณ์หดหู่ อารมณ์วังเวงเกิดขึ้น จึงส่งผลให้คอนโดร้างได้เร็ว ในที่สุด แต่ถ้าหากเป็นพื้นที่ กทม. ค่อนข้างจะเจอสถานการณ์แบบนี้ได้ยาก เนื่องด้วยมีพื้นที่ที่ดินมีจำกัด ท้ายที่สุดก็ยังคงขายได้

ข้อที่ 5. ความคุ้มค่าในเงินลงทุน
ดูมูลค่าราคาคอนโดกับบ้านเดี่ยวในบริเวณใกล้เคียง จะเทียบได้จากภายในรัศมี 5 กิโลเมตร ในเขตต่างจังหวัดนั้นราคาก็จะไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเราเทียบกับพื้นที่ใช้สอยที่เราได้มาแล้ว ความคุ้มค่าของบ้านเดี่ยวก็จะยังคงสูงกว่า เช่น ถ้าเป็นคอนโด มีพื้นที่ 30 ตร.ม. ราคา 2 ล้านบาท แต่ถ้าหากเป็นบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ 200 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ประมาณ 4 – 5 ล้านบาท เมื่อเทียบสัดส่วนให้ดีแล้ว ราคาบ้านเดี่ยวก็จะถูกกว่า อีกทั้งในอนาคตอัตราส่วนของราคาบ้านเดี่ยว ก็จะยังคงสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าคอนโด เนื่องจากราคาที่ดินที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

ข้อที่ 6. ผังเมือง
ในหัวเมืองใหญ่ๆ ของต่างจังหวัดนั้น มีโอกาสขยายตัวหรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก เมื่อใดที่มันมีการขยายตัว เมื่อนั้นทำเลก็ย่อมย่อมเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่อยู่อาศัยแถบชานเมืองก็จะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ข้อที่ 7. คอนโดเฟ้อ
ในยุคปัจจุบันคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัด จัดได้ว่ามีปริมาณที่ค่อนข้างมาก คำว่าค่อนข้างมากในที่นี้หมายถึงมากเกินกว่าที่ความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะในปี 2557 ที่ผ่านมา หลายบริษัทนั้นได้พยายามสร้าจนต้องลล้ม จึงทำให้แวดวงอสังหาริมทรัพย์ ต่างคิดที่จะปรับลดปริมาณของโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของประเภทคอนโดลงไป เป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า คอนโดในต่างจังหวัดั้นได้เริ่มเกิดสภาวะล้นตลาดเสียแล้ว

อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า หากการที่เราจะซื้อคอนโดในต่างจังหวัดนั้น มันมีความเสี่ยงสูง แล้วเราจะมีตัวเลือกใดอีกบ้างที่พอทำให้คอนโดมีความเสี่ยงที่ลดลง คำตอบคือ เราคงต้องดูที่ปัจจัยของทำเลเป็นอย่างแรก ทำเลที่ค่อนข้างจะมีความมั่นคง และเป็นทำเลที่มีผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวสูง เช่น คอนโดที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดังระดับภูมิภาคนั้นๆ ใกล้แหล่งงานที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น แต่หากเป็นคอนโดในจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว เช่น หัวหิน เชียงใหม่ พัทยา สิ่งจะที่สำคัญนั่นคือ วิวทิวทัศน์ ในห้องของคอนโด จำเป็นที่จะต้องมองเห็นวิวที่เปิดกว้าง ตัวอย่างเช่น หากเป็นคอนโดที่หัวหิน จำเป็นจะต้องเห็นวิวทะเล หากเป็นคอนโดที่เชียงใหม่ จำเป็นจะต้องเห็นวิวดอย โดยการเลือกคอนโดในแต่ละเมือง จึงค่อนข้างที่ละเอียดอ่อน ผู้ซื้อนั้นต้องมีความรอบคอบสูงจึงจะได้คอนโดที่ดี

อีกกรณีนึ่ง ที่เราสามารถซื้อคอนโดดังกล่าวได้ นั่นก็คือ กรณีที่เราซื้อไว้ให้เช่า โดยเราจะคิดคำนวณตามค่าเช่ารายเดือน เมื่อเราหักลบกับดอกแล้ว ยังสามารถทำกำไรได้อยู่ เท่ากับว่าการลงทุนของเราครั้งนี้ ไม่ได้ใช้เงินของตนเองลงทุน แต่เป็นการใช้เงินงวดที่ปล่อยให้เช่าจากผู้เช่ามาจ่ายเงินผ่อนให้ธนาคารนั้นเอง

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 อย่างที่จะต้องจ่าย เมื่อซื้อคอนโดใหม่


สิ่งที่จะต้องจ่าย เมื่อซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดราคาถูก


ภาพและเนื้อหาจาก http://home.sanook.com/

         ในตอนนี้ การซื้อคอนโดนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็น คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดราคาถูก หรือคอนโดต่างๆ ก็ง่ายขึ้นเพราะความต้องการหากำไรของเจ้าของโครงการจึงแทบจะทำทุกอย่าไว้รอเราเพื่อไปจ่ายเงิน เราจึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก็สามารถเป็นเข้าของคอนโดได้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องรู้ไว้ คือสิ่งที่เราต้องจ่ายในการซื้อคอนโดสักแห่ง นั้น มีดังนี้

         1. เงินจอง จ่ายครั้งเดียว เงินจองนั้นจะอยู่ที่ปะมาณหลักพัน หรือถ้าเป็นคอนโดแพงๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่น ซึ่งแล้วแต่ละคอนโดนั้นเอง

         2. เงินทำสัญญา จ่ายครั้งเดียว เมื่อเราได้จ่ายเงินจองเรียบร้อยแล้ว 7-14 วันต่อมา จะได้ทำ สัญญาซื้อขาย ซึ่งจะจ่ายอีกรอบหนึ่งและจะมากกว่าเงินที่จ่ายค่าจอง
3. เงินดาวน์ แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ในปัจจุบัน ธนาคารแห่งชาติ ได้กำหนดให้ธนาคารพานิชย์ต่างๆ ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโด ได้ในสัดส่วน LTV ไม่เกิน 90% ของทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจึงควร ดาวน์ขั้นต่ำ 10% เป็นอย่างน้อย โดยจะรวมต่าเงินจองและเงินทำสัญญาด้วย

         4. ค่าประเมินราคาห้องชุด จ่ายครั้งเดียว โดยจะทำการจ่ายในวันที่เราไปทำเรื่องยื่นกู้ให้ธนาคารที่เรากู้ โดยจะอยู่ที 2,000 - 3,000 บาท ต่อการประเมินหนึ่งครั้ง โดยถ้าเรายื่นกู้ไม่ผ่านก็ไม่ได้เงินคืน

         5. ค่าจดทะเบียนจำนอง จ่ายครั้งเดียว จ่ายในมูลค่า 1% ของที่จดจำนอง โดยจะทำการจ่าในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ โดยจะไปชำระให้สำนักงานที่ดิน เพื่อเป็นการเอาคอนโดค้ำประกันหนี้ให้กับธนาคารนั้นเอง

         6. ค่าธรรมเนียมการโอน จ่ายครั้งเดียว  จ่ายในมูลค่ 2% ของราคาประเมินจากกรมที่ดิน  ซึ่งเราจะต้องไปจดทะเบียนกับสำนักงานที่ดิน และในส่วนหใหญ่ผู็ขายและผู็ซื้อจะออกกันคนละ 50% หรือจะแล้วแต่การตกลง

         7. เงินกองทุนสำรองส่วนกลาง จ่ายครั้งเดียว เงินกลองกลางที่จะต้องจ่ายเพื่อเป็น กองทุนสำรอง เพื่อจะได้ใช้บริหารระยะยาว ในการจัดการต่างๆ ซึ่งจะต่างกันออกไปตามราคาของห้องนั้นๆ 

         8. ค่าเบี้ยงประกันอัคคีภัย ส่วนใหญ่ตจะจ่ายเป็นปี แต่บางที่ก็ต่างออกไป ถ้าเราของกู้จากธนาคาร ธนาคารส่วนใหญ๋จะให้เราทำประกันอักคคีภัยห้องชุดมาด้วย โดยเราจะต้องเปนคนจ่ายเบี้ยประกันแต่ธนาคารจะเป็นคนรับผลประโยชน์ ถ้าเกิดเหตุอัคคีภัย ประกันจะทำการจ่ายให้ธนาคารเพื่อไปตัดหนี้ที่เราค้างจ่ายอยู่
 
         9. ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า - น้ำ จ่ายครั้งเดียว โดยโครงการจะจ่ายค่ามิเตอร์ต่างๆให้เราก่อนและมาเรียกเก็บทีหลัง โดยจะอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท

         10. ค่าประกัยภัยอาคาร แล้วแต่ว่าแต่ละโครงการจะมีนโยบายในการจ่ายแบบใหน จะจ่ายตามราคาห้องของแต่ละห้องเช่นเดียวกัน


วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คิดจะซื้อคอนโด ช่วงพรีเซลส์ ต้องอ่าน

ซื้อ "คอนโดติดรถไฟฟ้า" ช่วงพรีเซลส์ จะได้ใน "คอนโดราคาถูก"



ขอบคุณข้อมูลบ่างส่วน และภาพ จาก http://www.oknation.net/

การซื้อคอนโดจะดีที่สุด คือการซื้อคอนโดที่พร้อมอยู่ เพราะเราจะได้เห็นสภาพห้องจริงๆ ของคอนดดนั้นๆ และบริเวณรอบๆ หรือคอนโดคู่แข่งที่อาจพึ่งเกิดขึ้น ที่จะมาให้เลือกกันอย่างมาก แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่จะสูงกว่าคนที่ซื้อ ช่วงพรีเซลส์ และยังเกลือห้องให้เลือกไม่มากนัก เพราะคนที่ซื้อช่วงพรีเซลส์ ก็จะเลือกห้องในมุมที่สวยๆ ไปหมด เพราะฉะนั้นจะให้ดีควรซื้อในช่วงพรีเซลส์ เพราะได้ราคาที่ต่ำกว่าและยังได้เลือกห้องที่ต้องการอีกด้วย เช่นเราต้องการจะซื้อ "คอนโดติดรถไฟฟ้า" ให้ได้ในแบบที่เป็น "คอนโดราคาถูก" สิ่งที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้นั้นคือการซื้อในช่วงพรีเซลส์ เพราะถ้าซื้อแบบพร้อมอยู่จะแพงมากเนื่องจากมีคนต้องการเยอะทำให้ราคาพุ่งขึ้น 10%-30% เลย เพราะฉะนั้นการที่จะซื้อ "คอนโดติดรถไฟฟ้า" ให้ได้ในแบบที่เป็น "คอนโดราคาถูก" นั้นก็มีแต่การซื้อในช่วงพรีเซลส์เท่านั้น แต่ถ้าคอนโดที่เราจะซื้อไม่ได้อยู่ใกล้อะไรที่สำคัญ หรือเป็นเขตที่มีคนไม่มาก คู่แข่งเยอะ ก็แนะนำว่าให้ซื้อแบบพร้อมอยู่จะดีกว่า
แต่การที่จะซื้อคอนโดในซื้อในช่วงพรีเซลส์ นั้นก็มีความเสี่ยงในการซื้อคอนโดมากมายรอรับ วันนี้ จึงได้ไปหาข้อมูลให้สำหรับคนที่จะซื้อคอนโดในช่วงพรีเซลส์ ได้ซื้อกันแบบปลอดภัย

1. ใบอนุญาตก่อสร้าง 
โครงการนั้นต้องมีใบอนุญาตก่อสร้าง ถ้าไม่ไม่ควรเสี่ยงจองในซื้อในช่วงพรีเซลส์ เพพราะอาจทำให้โครงการเสร็จล่าช้ากว่าที่ตกลงหรืออาจก่อสร้างไม่เสร็จ

2. รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA
โครงการที่มีจำนวนห้อง 80 ยูนิตขึ้นไป หรือเขตก่อสร้าง 4,000 ตร.ม. ขึ้นไป  จะต้องมีใบรายงาน EIA เพราะถ้าการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ผ่านการตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA จะไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ ซึ่งก็เคยมีหลายท ีที่เป็นแบบนั้นมาแล้ว กว่าจะตรวจผ่านก็ใช้เวลาเป็นปีปี กว่าจะสามารถอยู่ได้จริง ใบรายงานEIA จึงถือว่าสำคัญในการตรวจสอบก่อนจองในช่วงพรีเซลส์

3. โฉนดที่ดิน
การที่จะก่อสร้างในที่ดินหนึ่งๆ ได้นั้นต้องเป็นเจ้าของที่ดินนั้นๆ โดย โฉนด จะเป็นตัวบอกการเป็นเจ้าของ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้กับสำนักงานที่ดินที่โครงการนั้นตั้งอยู่

4. เขตที่ดิน
เป็นอีกสิ่งที่ควรตรวจสอบ เพราะถ้าขอบเขตของโครงการเราไม่ติดกับถนน สาธารณะแต่เป็นทางส่วนบุคคล จะต้องสอบถามโครงการว่าได้ทำการขอใช้ทางส่วนบุคคลนั้นเป็นทางเข้าออกของโครงการด้วยหรือไม่ เพื่อให้สะดวกในการเข้าออกคอนโดเมื่อสร้างเสร็จ

5. ชื่อที่อยู่ของผู้ประกอบการ
โดยเราต้องแน่ใจว่าเจ้าของโครงการนั้นได้กรรมสิทธิ์ ในการก่อสร้างในที่ดินนั้นจริงหรือไม่ อาจเป็นนิติบุคคลหรือคนธรรมดาก็ได้ แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลต้องดูว่าได้จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ทุนในการจดทะเบียนมีมูลค่าเทียบเท่ามูลค่าโครงการหรือไม่ โดยเรื่องเหลานี้สามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือกรมทะเบียนการค้า และก็ควรตรวจสอบประวัติผู้ประกอบการเช่นกัน ผลงานในอดีตเป็นยังไง ภาพพจน์ในวงการคอนโดเป็นยัง

ถ้าทำตาม 5ข้อนี้ ก็จะได้คอนโดที่ปลอดภัยอยู่ได้ แน่นอนคะ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หลักในการเลือกซื้อ คอนโด ที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างแน่นอน



ขอขอบคุณ เนื้อหาบางส่วน  และภาพ จาก http://www.home.co.th/


       ตอนนี้ธุรกิจคอนโดถือว่ามาแรง ไม่แพ้ธุระกิจอื่นๆ เลยก็ว่าได้ ดูจากการที่มีคอนโดเกิดขึ้นใหม่ เดือนๆนึงเกือบ 10 โครงการ ซึ่งมีมากกว่าจำนวนคนที่ต้องการจะอยู่ด้วยซ้ำ และอีกธุรกิจที่เกิดขึ้นคือ การซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายหรือเช่า ที่ถ้าเราจับจองได้ถูกที่ถูกเวลาละก็ ก็รวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย แต่ก็เช่นกัน ใครที่พลาดก็จะเจอกับหนี้ก้อนโต เพื่อหลีกหนี้ปัญหาขาดทุน วันนี้ผมจึงไปหาข้อมูลมาฝากกัน เพื่อนำไปปรับใช้ ในการเลือกซือคอนโดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดชานเมือง หรือคอนโดต่างๆ ให้สามารซื้อและได้กำไรแน่นอน โดยมีวิธีการดังนี้

1. ซื้อในช่วงที่คนส่วนมากคิดว่าอนาคตคอนโดจะแย่ลง โดยหลักการคิดนี้ไม่ต่างจากการหลักการซื้อหุ้นเลย คือการซื้อในตอนที่คนส่วนใหญ่คิดว่าจะไม่ลงทุนทำให้ราคาตก เราก็ซื้อมาและรอปล่อยในวันที่ราคาดีขึ้น

2. ในการปล่อยให้เช่า ค่าเช่ารายเดือนนั้นควรได้รับมากกว่ารายจ่ายที่เกียวเนื่องกับคอนโด เช่น เงินส่งธนาคาร ค่าภาษี และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงจะบอกได้ว่า ได้กำไร

3. มีราคาที่ถูกกว่าคอนโดในบริเวณนั้น ซึ่งถ้าเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วควรดูคอนโดหรืออพาตร์เม้นรอบๆ ว่าราคาเป็นแบบให้โดยคอนโดที่เราจะซื้อควรถูกกว่า เพราะจำทำให้นาสนใจกว่าในการทำกำไร

4. ห้องเช่าในพื้นที่ต้องมีคนอาศัยเต็มอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนมากที่สุด ไม่ควรให้เหลือห้องว่างเกิน 5% จากทั้งหมด

5. เศรฐกิจในพื้นที่ต้องมีแนวโน้มจะสุงขึ้น ซึ่งสามารถดูได้จาก ว่าในอนาคตจะเกิดการเดินทางใหม่ๆ มั้ย เช่น รถไฟฟ้าต่างๆ หรือถนนเส้นใหม่ แล้วควรดูด้วยว่าจะเกิด ย่านค้าขายขึ้นใหม่ในอนาคตมั้ย เช่น ห้างต่างๆ ตลาดใหญ่ๆ เป็นต้น

6. คอนโดควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ซำจำเจกับที่อื่น เช่น ด้านการออกแบบ วิวทิวทัศน์ การบริการต่างๆ ทำเล เป็นต้น

7. โอกาศที่จะเกิดที่พักอาศัยใหม่ๆ มีน้อย เช่นคอนโด อพาร์ตเม้นต์ โดยสามารถดูได้จาก จำนวนพื้นที่ที่สามารถก็สร้างได้ นั้นมีน้อย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของราชการที่ห้ามก็สร้างหรืออาจเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องใช้งานจึงไม่สามารถก่สร้างได้

8. ต้องเป็นโครงการคอนโดที่มีประสิทธิภาพ โดยดูจากโครงการที่ผ่านๆ มาว่า เคยมีการฟ้องร้องกันมั้ย หรือมีปัญหาหลังซื้อมั้ย ถ้าไม่มีถือว่าเป็นคอนโดที่น่าลงทุน

9. จำนวนผู้พักอาศัย ดูจากการที่คอนโดที่เราจะลงทุนนั้นมีผู้พักอาศัยจริงๆ เยอะแค่ใหน ยิ่งเยอะยิ่งดี และดูว่าเปป็นคนที่เช่าอยู่กี่เปอร์เซนต์ โดยถ้ามีผู้เช่าอยู่ต่ำกว่า 20% ถือว่าได้ แต่ถ้ากำกว่า 10% จะถือว่าดีเยี่ยม

ทั้งหมดก็เป็นหลักในการเลือกซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งถ้าทำตามได้ทั้งหมดก็จะได้กำไร แต่ว่าก็ยังไม่ 100% เพราะถ้าคอนโดของคุณมีสิ่งเหล่านี้อยู่จะขาดทุนอย่าแน่นอน แม่ข้อเดียวก็ตาม

1. อัตราการจ้างงานมีแนวโน้มต่ำลงทุกๆ ปี

2. มีที่พักอาศัยเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก

3. ถ้าปล่อยให้เช่า รายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับคอนโดต่ำกว่าการปล่อยให้เช่าของคอนโดหรือ อพาร์ตเม้นต์ในบริเวณนั้น

4. คอนโดเกิน 30% เป็นของนักลงทุนและยังว่าอยู่่
ซึ่งถ้าเกิดหนึ่งใน 4 นี้ แสดงว่าจะขาดทุน ไม่ควรลงทุน

คอนโดราคาถูก http://home.sanook.com/1241/

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

3 ไอเดียแต่ระเบียงคอนโด

คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดราคาถูก


1. จัดเป็นมุมนั่งพักผ่อน ทานอาหารว่าง
เหมาะกับคอนที่สูง และทีวิวทิวทัศที่น่าชื่นชม จะทำให้การพักผ่อนของเรานั้นรู้สึกผ่อนคสยยิ่งขึ้น การตกแต่งก็จะแต่งให้เข้ากับสถานที่รอบๆ การเลือกวางของก็จะให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภภัย





2.จัดเป็นมุมนอนเล่น
เหมาะกับทุกคอนโดที่มีระเบียงขนาดใหญ่ ก็จะได้มุมที่สามารถนอนรับอากาศธรรมชาติได้ สามารถนอนอ่านหนังสือหรือนอนเล่นได้ การจัดตกแต่งก็ควรจะเน้นสีเขียวเพื่อให้สบายตา หรือสีที่ชอบ และไม่ควนนำอะไรออกมาวางมานักเพื่อให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ระเบียงที่ไม่ควรอยู่ทางทิตตะวันตกเพราะจะทำให้โดแดดยามบ่าย 





3. จัดเป็นสวนดอกไม้
สำหรับคนที่มีระเบียงใหญ่ไม่พอจะวางเก้าอี้ หรือเตียง ก็ยังมีทางเลือกให้ได้เลือกกัน โดยการจัดให้เป็นสวนดอกไม้ไปเลย ไม่ว่าจะดูจากด้านในหรือนอกก็สวยงาม ไว้สำหรับรับบรรกาศดีๆ ในยารมเช้าเมื่อเปิดประตูออกมาก็จะได้บรรยากาศที่สดชื่น เพราะมีสวนเล็กคอยสร้างอากาศดีๆให้ การจัดก็นำดอกไม้หลากชนิดมาตกแต่งให้ดูสวยงามตามแต่ใจเราได้เลย ยังสามารถใช้ไม้เลื้อยและหากระถามไม้เล็กมาห้อยได้เพื่อเสริมความสวยงาม แต่ก็ควรระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจล่วงลงมาโดนคนข้าล่างได้ เพราะฉะนั้นควรทำให้แน่หนาเพื่อความปลอดภัยและสวยงาม





ทั้งหมดก็เป็นไอเดียการจัดระเบียงคอนโดที่ผมได้รวบรวมมา คนที่สนใจก็สามารถนำไปลองปรับใช้ได้หรือใครมีไอเดียอะไรใหม่ๆก็สามารถนำมาบอกกันได้ เพื่อสวนที่สวยยิ่งขึ้นของเรา

ขอบคุณภาพสวยๆจาก http://allhomedecors.com/