แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดติดรถไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดติดรถไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตลาดคอนโดฯภูเก็ตเริ่มฟื้น

ตลาดคอนโดฯภูเก็ตเริ่มฟื้น


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อกรีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณ thansettakij.com


นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ จังหวัดภูเก็ต พบว่า ภาพรวมตลาดขยายตัวในอัตราที่ลดลง แต่ในส่วนของ ตลาดคอนโดมิเนียมกลับพบว่า คอนโดมิเนียมราคามากกว่า 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. ในทำเลติดชายหาดที่มีชื่อเสียงยังเติบโตได้ดีแม้ไม่ใช่คอนโดติดรถไฟฟ้าก็ตาม แลไม่ใช่คอนโดราคาถูกด้วย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจึงได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย โดย ผู้ประกอบการรายใหญ่บางราย มีอัตราการดูดซับเฉลี่ย 6.47 หน่วยต่อเดือน ขณะที่อัตราดูดซับเฉลี่ยรวมทั้งตลาดอยู่ที่ 5.09 หน่วย สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่หดตัวตามกระแสเศรษฐกิจ 

ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเสนอขายในตลาด 16,241 หน่วย แบ่งเป็นห้องชุดสร้างเสร็จ 10,452 หน่วย จาก 53 โครงการ (สัดส่วน 64% ของสินค้าทั้งตลาด) ขณะที่ความต้องการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่เติบโตสูงขึ้นจากรอบก่อน 38% มาอยู่ที่ 7,166 หน่วย และมีอัตราการตอบรับเฉลี่ย 69% ส่วนราคาขายปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 85,314 บาทต่อ ตร.ม. มีการขยายตัวสูงขึ้น จากปีก่อน 4% 

"อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต เป็นทำเลที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศชื่นชอบ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก การส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งภูเก็ตมีข้อจำกัดเรื่องที่ดินเพื่อการพัฒนาสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่อย่างจำกัด หา กอสังหาฯ เติบโตอย่างรวดเร็วอาจเกิดภาวะขาดแคลนที่ดิน ซึ่งจะผลักดันให้มูลค่าอสังหาฯ สูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ นักลงทุนชาวจีน ญี่ปุ่น และเอเชีย ตัดสินใจ ลงทุนในคอนโดฯ พร้อมอยู่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยความคุ้มค่าด้านราคาแม้จะไม่ใช่คอนโดราคาถูก และ ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการปล่อยเช่าคอนโดในอนาคต โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามา เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดจองที่พักในโรงแรมต่างๆเริ่มสูงขึ้น และการขายคอนโดมิเนียมในหาดที่มีชื่อเสียง เช่น หาดป่าตอง หาด ลายัน หาดสุรินทร์ และ หาดไม้ขาว ได้รับการตอบรับที่ดี" นายภูมิภักดิ์ กล่าว 

ขณะที่ นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนา คอนโดมิเนียม บริษัท แสน สิริ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมหัวเมืองท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ชะลอตัวไปเมื่อ ปลายปี 2557 จากเหตุการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงคิดโปรแกรมให้สอด รับกับตลาด ภายใต้ชื่อ Earn from the holidays ชีวิตพักผ่อนที่มากขึ้น กับผลตอบแทนที่มั่นคง ด้วยการการันตีผลตอบแทนค่า เช่า 6-7% ระยะ 2-4 ปี ซึ่งเป็นโปรแกรมต่อยอดมาจาก Rental Guarantee Programme โดยเพิ่มส่วนของระยะเวลาในการเข้า พักห้องชุดให้กับผู้ที่ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมตากอากาศพร้อมอยู่สูงสุดถึง 60 วันต่อปี 

โดยโปรแกรมดังกล่าวผู้ซื้อสามารถซื้อคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมเพียง 1 โครงการจาก 8 โครงการที่เข้าร่วม ซึ่งมีห้องชุด เหลือขายพร้อมโอน 4 ทำเลได้แก่ จังหวัดภูเก็ต 4 โครงการ หัวหิน 2 โครงการ เขาใหญ่ 1 โครงการ พัทยา 1 โครงการและอีก 7 โครงการที่ปิดการขายแล้วโดยผู้ซื้อสามารถแลกคะแนนเข้าพักห้องชุดในเครือข่ายแสนสิริได้ถึง 15 โครงการใน 5 เมือง ท่องเที่ยว ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยระบายสต๊อกพร้อมอยู่ได้ 250 หน่วย มูลค่า 1.5 พันล้านบาท จากหน่วยเหลือขายทั้งหมด 600 หน่วย รวมมูลค่า 3 พันล้านบาท 

ด้าน นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วงที่ผ่านมาอสังหาฯในจังหวัด ภูเก็ตมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่พัฒนาโดยกลุ่มผู้ประกอบการจากส่วนกลาง ซึ่งผู้ซื้อ ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมชูจุดขายซื้อเพื่อปล่อยเช่าเป็นสำคัญ ทำให้กระทบกับธุรกิจ เกี่ยวเนื่องอย่าง โรงแรม อพาร์ตเมนต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า 

"ส่วนตัวมองว่า บริษัทอสังหาฯ ที่มีจุดขายเรื่องการันตีผลตอบแทนจากการเช่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีกลุ่มธุรกิจ ในลักษณะนี้อยู่แล้วในตลาด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจเช่าประเภทอื่นได้ และการซื้อคอนโดฯต้องเป็นการขายขาด ไม่ใช่ให้ลูกค้าซื้อแล้วนำมาปล่อยเช่า บริษัททัวร์บางบริษัทถึงกับซื้อยกชั้น เพื่อนำมาปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยว" นายธนู ศักดิ์ กล่าว 


ขอขอบคุณที่มากจาก ฐานเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รวมรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ลุมพินีวิลล์ และ พฤกษา ในราคาถูก

รีวิวคอนโด ลุมพินีวิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่งสเตชั่น ไดเปิดขาย 21 พ.ย.นี้ ราคาเริ่ม 999,000 บาท

รีวิวคอนโด
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก homenayoo.com

          คุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ หรือกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มหาชนหรือ LPN ได้เปิดเผยว่า ในวันเสาร์ที่ 21 พ.ย.นี้ ได้พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ ที่ลุมพินีวิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่งสเตชั่น ซึ่งมูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้น 999,000 บาท บนทำเลติดถนนสุขุมวิท 76 ที่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่ง เพียง 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น หรือก็คือคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นเองหรือก็คือคอนโดติดรถไฟฟ้าและนอกจากนั้น ยังใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ในทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)อีกด้วย 

          โดยหลังจากที่บริษัทได้เริ่มที่จะเปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทีเดียว โดยมียอดลงทะเบียนจองล่วงหน้าแล้ว 2,000 ราย รวมถึงยังมีอีกฐานลูกค้าของบริษัทในบริเวณใกล้เคียงอีกมาก ที่แม้ขณะนี้ภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักแสดงก็ให้เห็นถึงความที่ต้องการที่อยู่อาศัย และความเชื่อมั่นในแบรนด์ของ “ลุมพินี” และภาพรวมต่างๆ ของเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทก็ได้เตรียมมอบส่วนลดพิเศษอีก 10,000 บาทแก่ลูกค้าเก่าที่ได้ลงทะเบียนจองล่วงหน้า และสำหรับลูกค้าใหม่รับส่วนลดทันที 5,000 บาทนั้นเอง

          สำหรับโครงการนี้บริษัทได้พัฒนาคุณค่าด้านผลิตภัณฑ์โดยเพิ่มพื้นที่สันทนาการแบ่งตามวัยเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนทุกเพศทุกวัยให้สมบูรณ์มากขึ้น ได้แก่ 
          1. ห้องกิจกรรมเด็ก สำหรับรองรับเด็กและเยาวชนในโครงการ โดยแบ่งที่ได้เป็นมุมเรียนรู้ เกมส์สันทนาการที่เหมาะสมผ่านสื่อต่างๆ ที่บริษัทได้จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งได้นำรูปแบบการบริหารจัดการมาจากของ TK Park
          2. เป็นห้องสมุดมีชีวิต สำหรับรองรับคนวัยหนุ่มสาว ให้มีพื้นที่ในการค้นหาความรู้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตในโลกยุคปัจจุบันด้วย
          3. และห้องกิจกรรมผู้สูงอายุ สำหรับรองรับผู้สูงอายุให้สามารถพบปะ และพูดคุย สังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันได้
          4. การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้รองรับกับการใช้ชีวิตในส่วนของ Wheelchair เช่น ทางลาดชันที่ได้มีพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างกันทั้งโครงการไว้ด้วยกัน

          โครงการลุมพินีวิลล์ สุขุมวิท 76-แบริ่งสเตชั่นนี้ มีเนื้อที่โครงการ 8 ไร่เศษๆ เป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 8 ชั้น 4 ของอาคารประกอบไปด้วยอาคาร A B C และ D ในจำนวนห้องชุดพักอาศัยรวมประมาณ 895 ยูนิต และในห้องชุดร้านค้า 4 ยูนิตขนาดห้องชุด 22.50-33.50 ตร.ม. โดยจะสร้างเสร็จปลายปี 2559 และพร้อมเสิร์ฟความสุขด้วย Total Solutionsซึ่งได้แก่ ร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น และร้านเสริมสวย ร้านอาหาร ร้านซักรีด และพื้นที่สันทนาการ เช่นสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่นและเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งอีกด้วย






รีวิวคอนโด พฤกษา ได้เปิด พลัม คอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น เฟส 2 โดนราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ลบ.

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้าขอขอบคุณภาพจาก ewszociety.com


          โดยเลอศักดิ์ จุลเทศ หรือรองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมเปิดขาย “พลัมคอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น เฟส 2” ที่มีทำเลติดเซ็นทรัล เวสต์เกต และใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง คือสถานีสามแยกบางใหญ่ มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท หรือก็คือคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นเอง หลังจากปิดการขายเฟสแรกมูลค่า 2,300 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น เนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนมาก

          และในสำหรับเฟส 2 ก็ได้เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองแล้วตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤศจิกายน 2558 และจะทำการเปิดให้จองรอบพิเศษในวันที่ 21-22 พฤศจิกายนนี้ ที่สำนักงานขายโครงการ โดยเฉพาะลูกค้าที่เข้าชมโครงการ และได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองไว้ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 เท่านั้นค่ะ 

          ทั้งนี้ ในเฟส 2 นี้ก็จะเริ่มต้นราคาขายที่ 1.59 ล้านบาท พร้อมทั้งรับสิทธิพิเศษส่วนลด 10,000 บาท ในสำหรับห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน  แต่จะได้รับส่วนลดที่อีก 20,000 บาท สำหรับห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน  และฟรี ! ชุดครัวบิลท์อิน ตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน และวอลล์เปเปอร์อีกมากมาย 

         “พลัมคอนโด เซ็นทรัล สเตชั่น เฟส 2” นั้นเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 38 ชั้น บนที่ดินกว่า 3 ไร่ จำนวน 1,013 ยูนิต ที่จะประกอบด้วยห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ในพื้นที่ใช้สอย 23.5 - 26.25 ตร.ม. และอีกแบบ 2 ห้องชุดรวมกัน (Combined) พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม. ได้ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์  ชีวิต “ติด” ใจกลาง ติดเซ็นทรัล เวสท์เกต ที่จุดเด่นของโครงการคือมีสิ่งอำนวยความสะดวกถึง  4 โซน 4 คอนเซ็ปต์ ได้แก่ THE GARDEN ที่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ พร้อมลู่จ๊อกกิ้งและ เลนจักรยาน สนามแบดมินตัน และศาลาพักผ่อน THE LIVING ที่มีล็อบบี้ขนาดใหญ่ 2 โซน และประกอบด้วยล็อบบี้เปิดโล่งสูง 5 เมตร และล็อบบี้ส่วนตัวสำหรับลูกค้าต่างๆ  THE CLUB พื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ที่ประกอบด้วยโซนนั่งเล่น และห้องอ่านหนังสือ ในห้องเอนกประสงค์ ในห้องประชุม ห้องดูหนังและเล่นเกมส์ต่างๆ พร้อมโซนสันทนาการ และไฮไลท์ของโครงการอีกคือ THE SKY ในพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้า ที่ประกอบด้วย สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool และฟิตเนส ห้องโยคะ พื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้แบบลอยฟ้า และสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ที่แสนสวยด้วยค่ะ

บล็อกรีวิวคอนโดขอขอบคุณเนื้อหาดีๆ จาก Homebuyers Guide
นิตยสาร The Condominium

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดติดรถไฟฟ้า กำลังล้นตลาด มีแนวโน้มเข้าสู่วิกฤติใน 3 ปี

คอนโดติดรถไฟฟ้า กำลังล้นตลาด มีแนวโน้มเข้าสู่วิกฤติใน 3 ปี

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก http://news.mthai.com/

จากการที่สำรวจที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยให้ศูนย์ข้อมูลที่วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ของบริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือย่อว่า AREA ได้พบว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2558 ได้มีโครงการที่อยู่อาศัย เปิด ใหม่ จำนวนถึง 488,026 หน่วย โดยรวมมูลค่ากว่า 1.64 แสนล้านบาท ทั้งนี้ได้เป็นคอนโดมิเนียมมากสุด 51% และรองลงมาเป็น ทาวน์เฮาส์ 23% บ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆอีก ได้แก่ บ้านแฝด หรืออาคารพาณิชย์และที่ดินจัดสรร 7% ท่ามกลางสถานการณ์ในตลาดทรงตัวตาม ภาวะเศรษฐกิจนั้นด้วย 

อสังหาฯส่อล้น 

สำหรับในหน่วยเหลือขายมีกันรวมอยู่ที่ประมาณ 1.78 ในแสนหน่วย ซึ่งก็ถือว่ายังไม่อยู่ในขั้นภาวะล้นตลาด และแม้ว่าหน่วยเหลือขาย จะได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ แต่ก็เป็นอัตราการเพิ่มไม่มากเท่าไหร่นัก เนื่องจากในสัดส่วนเหลือขายของบ้านในกรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 3.7% ของทั้งหมด หรือจะมีราว 4.8 ล้านหน่วย และเมื่อเทียบกับในภาวะวิกฤติช่วงปี 2540-2542 ที่มีสัดส่วนที่อยู่อาศัยเหลือขาย ในกรุงเทพฯสูงถึง 5%นั้นเอง 

โดยนายโสภณ พรโชคชัย หรือประธานกรรมการบริหาร ของศูนย์ข้อมูลวิจัยและได้ประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ และคณะกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กฌกล่าวว่า แม้หน่วยเหลือขายขณะนี้จะยังมีไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่หาก ไม่ได้มีการแก้ไขและยังมีจำนวนสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องในปริมาณมากอย่างนี้ อาจจะมีแนวโน้มสู่วิกฤติได้ภายในระยะ 2-3 ปี ข้างหน้า นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นกังวลในประการถัดมาก็คือ โครงการส่วนใหญ่หรือราว 60% นั้นยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเปราะบางในการซื้อที่อยู่อาศัยมาก หากเกิดปัญหาหรือวิกฤติอสังหาฯขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ และรวมถึงสถาบันการเงินเช่น ในอดีต อีกได้

คาดเปิดใหม่ทั้งปี 1 แสนหน่วย 

โดยทั้งนี้ จากการสำรวจก็ยังพบว่าในช่วงครึ่งปีแรก ได้มีโครงการเปิดตัวใหม่จำนวน 56,548 หน่วย โดยจำนวน 56,388 หน่วย หรือ 99.7% ได้เป็นที่อยู่อาศัย และแบ่งเป็นคอนโดฯ 37,220 หน่วย (หรือ66%) ทาวน์เฮาส์ 12,176 หน่วย (หรือ22%) และบ้านเดี่ยว 4,230 หน่วย หรือ 8% และส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าในกลุ่มระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท และในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังพบว่า ที่อยู่ อาศัยระดับราคา 1-5 ล้านบาท ได้ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าในปี 2558 จะได้มีการเปิดตัวลดลง 16% และเหลือเพียงประมาณ 75,404 หน่วย โดยจากเดิมในปี 2557 ได้มีการเปิดตัวอยู่ที่ 89,729 หน่วย ในส่วนของมูลค่านี้ก็จะลดลงเช่นกัน ประมาณ 10% จากในปี 2557 ที่เปิดตัว 2.22 แสนล้านบาท แต่ในปีนี้ก็คาดว่ามูลค่าจะอยู่ที่ 1.99 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถของผู้บริโภคในระดับปานกลาง-ล่าง ซึ่งก็เป็นกลุ่มใหญ่ของตลาดลดลงมาก สืบเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงด้วย 

อย่างไรก็ดี ก็ได้คาดว่าทั้งปี 2558 จะมีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมด 107,821 หน่วย หรือลดลงประมาณ 6% จากในปีที่แล้วที่มี 114,094 หน่วย ในขณะที่มูลค่าโครงการเปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 21% จากปี 2557 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3.45 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 4.18 แสนล้านบาท เนื่องมาจากว่าสินค้าราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งส่วนมากจะเป็นคอนโดฯมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งในจำนวนหน่วย และในมูลค่าการพัฒนาถึง 25% เพราะว่าเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อ ได้ซื้อไว้เก็งกำไรมากที่สุด โดยส่วนสินค้าราคามากกว่า 5 ล้านบาท โดยเฉพาะ ในราคา 20 ล้านบาท ได้มีการเปิดตัวมากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯ โดยมีจำนวนถึง 2,166 หน่วย หรือคิดเป็นประมาณ 4 เท่า ในขณะที่มูลค่าสูง ถึง 7.18 หมื่นล้านบาท หรือก็เป็น 5 เท่าของปี 2557 ที่เปิดได้ขาย 449 หน่วย โดยรวมมูลค่า 1.25 หมื่นล้านบาทเลย 

เก็งกำไรคอนโดฯ มีน้อยลง 

จากการที่สำรวจล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2558 ก็พบว่ามีห้องชุดตามแนวรถไฟฟ้าหรือคอนโดติดรถไฟฟ้ามีอยู่ประมาณ 114,959 หน่วยที่แล้วเสร็จใน ระยะเวลาเกิน 3 ปี นี้(และไม่นับรวมห้องชุดที่ก่อสร้างแล้วในเวลาไม่ถึง 6 เดือน เพราะว่าห้องชุดที่เพิ่งเสร็จนั้น ก็ยังต้องรอการเตรียม และตัวและตกแต่งก่อนเข้าอยู่อาศัย)ในจำนวนนี้ก็พบว่า มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้ว 82,356 หน่วย หรือประมาณ 72% ของทั้งหมด ก็ได้แสดงให้เห็นว่า มีการเก็งกำไรน้อย โดยยังมีหน่วยที่ยังว่างอยู่ 32,603 หน่วย หรือประมาณ 28% เท่านั้น เมื่อได้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดก็ยังพบว่า ผู้ที่ซื้อ เพื่ออยู่อาศัยเองประมาณ 65,590 หน่วย หรือราว 80% เลย ของหน่วยที่มีผู้เข้าอยู่ทั้งหมด ที่เหลืออีก 16,766 หน่วย ก็เป็นหน่วยที่มีผู้เช่าอยู่ ในการที่มีผู้เช่าอยู่ไม่มากเพียง 1 ใน 5 นั้นถือว่าการเก็งกำไรยังมีไม่มากนักนั้นเอง แม้ในการเช่าคอนโดก็ตามแต่ 

ทั้งนี้ ถ้าหากตั้งสมมติฐานว่า ในกลุ่มที่ยังไม่เข้าอยู่อาศัยโดยส่วนมากอยู่ที่ประมาณ 2 ใน 3 นั้นจะเป็นพวกเก็งกำไรหรือปล่อยให้เช่า ก็อาจจะประมาณการได้ว่ามีเพียง 10,868 หน่วยของ 32,603 หน่วยที่ยังว่างอยู่เท่านั้นที่จะได้ย้ายเข้าอยู่อาศัยเอง ดังนั้นในตัวเลขของผู้ที่ ซื้ออยู่อาศัยเองนั้นจะมี 65,590 หน่วยที่เข้าอยู่บวกกับด้วย 10,868 หน่วยที่ได้คาดว่าผู้ซื้อจะย้ายเข้าอยู่เอง ดังนั้นจึงได้ทำให้คาดการณ์ได้ ว่าจะมีผู้ซื้ออยู่เองอยู่ที่ 76,458 หน่วยหรือคิดเป็น 67% หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยทั้งหมดก็คือ 114,959 หน่วย ด็แสดงว่าการเก็ง กำไรนั้นเป็นส่วนน้อย ในส่วนใหญ่ของห้องชุดแนวรถไฟฟ้าหรือคอนโดติดรถไฟฟ้า ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ในกรณีนี้ต่างจากบ้านเอื้ออาทรที่ในหลายโครงการ ก็ปรากฏว่าผู้ซื้อเดิมย้ายออกไปครึ่งหนึ่งแล้วด้วยในเรื่องคอนโดการปล่อยเช่าคอนโดก็ได้มีอัตรลดลงเช่นกัน 

ในด้านของอัตราผลตอบแทน ก็พบว่า ราคาเพิ่มขึ้นอยู่ 5.1% ต่อปี ในส่วนอัตราผลตอบแทนก็เพิ่มขึ้น 5.8% ต่อปี ทั้งนี้ก็คิดจากค่าเช่าคอนโด คูณด้วย 10 เดือน (ให้สมมติให้ค่าเช่าเดือนที่ 11-12 เป็นค่าใช้จ่าย และภาษีและในค่าดำเนินการ) และหารด้วยในราคาตลาด การที่มี ผลตอบแทนทั้งจากราคาเพิ่มนั้นและผลตอบแทนจากการเช่ารวมค่อนข้างสูงนั้นก็คือ 10.8% นั้นแสดงว่าการลงทุนซื้อห้องชุดตามแนว รถไฟฟ้าหรือคอนโดติดรถไฟฟ้าเพื่อปล่อยเช่าคอนโดหรือขายต่อในระยะยาวก็ป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเลย 


บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณที่มาจาก ฐานเศรษฐกิจ

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สภาพโดยรวมอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

สภาพโดยรวมอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง

คอนโดติดรถไฟฟ้า


        ในงานเสวนา เรื่อง อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นั้น ก็เป็นกิจกรรมที่ได้เกิดจากความร่วมมือของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด กับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด มหาชน เพื่อจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์จากนักวิชาการและของผู้ที่ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาทุกปีอย่างต่อเนื่องมา และในปีนี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ในจังหวัดชลบุรี และในครั้งนี้ก็จัดที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมานั้นเอง และก็จะจัดครั้งสุดท้ายที่จังหวัดสงขลานั้นเอง
        โดย รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล หรืออาจารย์ประจำภาควิชาคณะเศรษฐศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอดีตที่ไปปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็พูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2558 จะได้ปรับตัว และขยายตัวแบบอ่อนๆ โดยการส่งออกจะยังไม่ฟื้น ก็น่าจะยังส่งผลต่อเศรษฐกิจจนถึงไตรมาส 1 ของปี 2559 อเมริกา จีน ญี่ปุ่น และยังมีการขยายตัวต่อเนื่องน่าจะเป็นผลดีต่อในประเทศไทย ราคาน้ำมันและในส่วนพลังงานยังอยู่ในระดับ 50-60 ดอลลาร์ ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการส่งออก และหลังจากประเทศไทยได้มีการเลือกตั้งและเหตุการณ์การเมืองเป็นปกตินั้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแน่นอน ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดี การเปิด AEC ที่จะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของในส่วนภาคอีสาน คุณอิสระ บุญยัง หรืออดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการของผู้จัดการ ในกลุ่มบริษัทกานดา ก็บอกถึงแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ โดยอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาปีที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจ โดยต้องตรวจสอบดังนี้
1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นค่ะ
3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองค่ะ
        โดยคุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็บอกถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค ก็คือ
1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย และยังสามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ แต่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางค่ะ
3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้น ในการสื่อสารแบบ 2 ทางและเท่าเทียม ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
4.การรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย จะชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วขึ้น
        โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล หรือผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้มาบอกถึงวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือในหลักของธนาคารในกรณีที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระโดยลูกค้าและไม่ต้องร้องขอ หรือการที่ให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ เพื่อที่จะลดปัญหาให้กับผู้ประกอบการในการก่อสร้าง รวมถึงยังมีการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อยเพื่อให้ได้บริการแบบครบวงจร
        และที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ยังมีอาจารย์กีรติ ศตะสุข หรืออาจารย์ประจำสาขานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มาพูดถึงนวัตกรรมที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ  เช่นเฟอร์นิเจอร์ 2 ฟังก์ชั่น, ห้องน้ำสำเร็จรูป, นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง, และเครื่องฉีด 3 มิติ เป็นต้น
        ก็นับว่าได้รับข้อมูลกันแบบเต็มอิ่ม และงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่โคราชและชมรมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่นที่ทำให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วย
และนอกจากนี้ในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือด้วย การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่คอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน


ต่อมาใน งานเสวนา "อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาคท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง" ณ จ.สงขลา
        จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด  และรวมธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ก็ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาขึ้น เพื่อที่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์โดยจากนักวิชาการและผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย ก็ได้กล่าวถึงพื้นที่หาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน และการที่จะปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์
        โดย ศ.ดร.บัณฑิต  จุลาสัย หรืออดีตคณบดีคณะสถาปัตย์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หาดใหญ่เป็นเมืองที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากผู้ประกอบการอย่างแท้จริงแห่งแรกของในประเทศไทย ได้มีความเป็นศูนย์กลางที่ครบถ้วนทั้งในเรื่องการศึกษาและ ท่องเที่ยว รวมทั้งการค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศไทย และก็ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมของภาคใต้ ต้องบอกว่าในอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้องเติบโตอย่างแน่นอนด้วย
        และคุณอิสระ บุญยัง อดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการในกลุ่มบริษัทกานดา ในการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจด้วย
        1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญด้วย
        2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นอีก
        3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองด้วย
        โดย คุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็ได้บอกจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค นั้นคือ
        1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย สามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย ที่วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ และเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
        2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางมากขึ้น
        3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้นในการสื่อสารแบบสองทางและเท่าเทียม ในทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
        4.การรับมือกับผู้บริโภคในยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย ชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วอีก
        โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) และวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือของธนาคารในกรณีที่ได้มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระด้วยและ หรือการให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ และรวมถึงการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของรายย่อยเพื่อให้บริการแบบครบวงจรอีก
และนอกจากนี้แล้วในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือ การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่ในคอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกันค่ะ


บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก home.co.th

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคหะ ลุยคอนโดติดรถไฟฟ้า 4 แห่งเริ่มต้น6แสน-1ล้าน

เคหะ ลุยคอนโดติดรถไฟฟ้า 4 แห่งเริ่มต้น6แสน-1ล้าน

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า เช่าคอนโด ขอขอบคุณภาพจาก thaihomeonline.com


เดินหน้าไฟเขียวแผนลงทุนเคหะฯ โดยสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อยทั่วไทย ทั้งการขายขาด และให้เช่าในราคาถูก 1,500-2,500 บาท/เดือน มีทั้งห้องชุด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ในปีหน้าเปิดมิติใหม่โดยการตะลุยคอนโดฯ 28-32 ตร.ม. ตามแนวรถไฟฟ้า 4 ทำเล เป็นคอนโดรถติดรถไฟฟ้า ประชานิเวศน์ 3-ร่มเกล้า-ลำลูกกา-บางปู โดยเจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและข้าราชการ จะเริ่มต้น 6 แสนถึง 1 ล้านบาทเท่านั้น

โดยนายสุภัคร ลดาวัลย์ ณ อยุธยา หรือรอง ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ไว้ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2558 คณะกรรมการในการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือบอร์ดสภาพัฒน์ ได้มีมติอนุมัติกรอบการลงทุนและได้พัฒนาโครงการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยจนถึง ระดับปานกลาง โดยตามแผนลงทุนของ กคช. ในปี 2558-2560 เป็นจำนวน 4 โครงการบนที่ดินเดิม และได้มีสินทรัพย์รอพัฒนา Sunk Cost ที่พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อ พิจารณาอนุมัติเป็นโครงการรายโครงการต่อไป

ซึ่งทั้ง 4 โครงการ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน 10 ปีตามที่นโยบายของรัฐ เพื่อที่ให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งการเคหะฯนั้นพร้อมเปิดขายและก่อสร้างได้ทันที หลังที่ ครม. ได้อนุมัติ โดยแหล่งเงินลงทุนมาจากทั้งหมด 3 ส่วนคือ ส่วนเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนเงินกู้ แลส่วนเงินรายได้ของ กคช. นั้นเอง

โดยใน 4 โครงการ จะประกอบด้วย 

1.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ซึ่งจะเสนอ ครม. ภายในเดือน ธ.ค.นี้ และเริ่มสร้างปี 2559 และแล้วเสร็จปี 2561 โดยมี 43 โครงการทั่วประเทศ จำนวนทั้งหมด 11,559 หน่วย และเงินลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท

โดยแยกเป็นโครงการเคหะชุมชนของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางจำนวน 30 โครงการ หรือจำนวน 10,167 หน่วย โดยราคาเริ่มต้น 5.5-7 แสนบาท โดยเป็นอาคารชุด 3-5 ชั้น และบ้านแถว 2 ชั้น บ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น และบ้านแฝด 2 ชั้น อาทิเช่น เคหะชุมชนบางขุนเทียน มิตรไมตรี หรือบางบ่อ บางปู และนครปฐม ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี รวมถึงบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ พระนครศรีอยุธยา และในเชียงรากน้อย, บางปะอิน,โรจนะนอกจากยี้ก็ ลพบุรี พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ ตาก ยังต่ออีกที่สงขลา สุราษฎร์ธานี ตรัง และสระบุรี

โดยส่วนโครงการที่รองรับกลุ่มในระดับกลางขึ้นไป จะขายเริ่มต้น 1 ล้านบาทขึ้นไป โดยมี 13 โครงการ และจำนวน 1,392 หน่วย โดยมีอาคารพาณิชย์ 3-3.5 ชั้น เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น บ้านแถว 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น และทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น อาทิ เช่น เคหะชุมชน จ.สมุทรสาคร (เศรษฐกิจ 2) และสมุทรปราการ กำแพงเพชร บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อีกทั้งอุดรธานี ระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น และกระบี่

2.โดยโครงการอาคารเช่าและเช่าคอนโดสำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้น มี 32 โครงการทั่วประเทศ จำนวนรวม 10,107 หน่วย โดยมูลค่าลงทุน 5,070 ล้านบาท เช่น ที่ร่มเกล้า ที่บางพลี ที่ปทุมธานี ที่แหลมฉบัง อุบลราชธานี อุดรธานี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และโรจนะ เป็นต้น โดยเริ่มก่อสร้างปี 2559 แล้วเสร็จในปี 2563 ซึ่งเป็นอาคารชุดขนาด 28-32 ตารางเมตร และกำหนดระยะเวลาเช่าแบบปีต่อปี โดยอัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ห้องละ 1,500 บาท ในทำเลกรุงเทพฯ 2,000-2,500 บาทต่อห้องค่ะ แต่ในระบบการเช่าคอนโดนั้นอาจจะมีหรือไม่มีจะมาบอกกันอีกที

สภาพัฒน์ได้เห็นชอบแล้ว โดยให้การเคหะฯได้ทบทวนรายละเอียดอีกเล็กน้อย ในเรื่องการคืนทุนให้เร็วขึ้นอีก โดยจากที่เสนอไป 12 ปี ถ้าทุกอย่างเสร็จก็พร้อมจะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติทันที ส่วนในอาคารชุดให้เช่า 6 พื้นที่และเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตาก มุกดาหาร สระแก้ว และสงขลา ตราด และหนองคายนั้น ยังรอเจรจากรมธนารักษ์เรื่องที่ดินอยู่ในตอนนี้

3.ในโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าและในระบบขนส่งทางราง ได้มีแผนลงทุน 12,000 หน่วย ที่มีขนาดพื้นที่ 28-32 ตารางเมตร และเป็นอาคารสูง 8-20 ชั้น ใน 4 ทำเลบนที่ดินเดิมของคณะ กคช. ซึ่งได้แก่ 1.ประชานิเวศน์ 3 พื้นที่ 8 ไร่ บริเวณตรงข้ามโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ โดยรองรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และ2.ลำลูกกา คลอง 2 ติดถนนลำลูกกา บนพื้นที่ 25-28 ไร่ รองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และ3.ร่มเกล้า บนพื้นที่ 1,000 ไร่ โดยใกล้รถไฟฟ้า 2 สายคือ แอร์พอร์ตลิงก์กับสายสีส้ม (หรือศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) และที่ 4.บางปู บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ โดยรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และต่อขยาย (สมุทรปราการ-บางปู) นั้นเอง

คอนโดติดรถไฟฟ้า การเคหะฯจะทำการลงทุนสร้างและขายเอง โดยเป็นกรอบแนวคิดใหม่ โดยจะเร่งออกแบบรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยโดยเริ่มต้นทำงาน และยังมีรายได้ขนาดปานกลาง มีนิติบุคคลบริหารโครงการโดยตามกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งก็เป็นโมเดลใหม่ ต่างจากเดิมที่เคยพัฒนา ในราคาขายเริ่มต้น 6 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับทำเล และขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการ โดยจะแล้วเสร็จ ธ.ค.นี้ และจะเปิดขายปลายปีหน้า

และ 4.ในโครงการฟื้นฟูแฟลตดินแดง โดยสภาพัฒน์ก็เห็นด้วยกับแผนแม่บทโครงการ แต่ให้ กคช.ได้ทำรายละเอียดการพัฒนามาให้ชัดเจน ทั้งขนาดพื้นที่และอื่นๆ เพราะยังมีผู้อยู่อาศัยเดิมที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องอัตราค่าเช่า 1,000-1,500 บาท/เดือน/ห้อง และทั้งต้องการห้องขนาดใหญ่ขึ้นจาก 33 ตารางเมตร ให้เป็นขนาดกว่า 40 ตารางเมตรนั้นเอง

ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทของ กคช.จะใช้เวลาพัฒนารวม 8 ปี เริ่มปี 2559 และจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 25 ชั้น และ 35 ชั้น โดยจำนวนรวม 20,292 ยูนิต โดยสร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่ม ผู้ที่อยู่อาศัยเดิมเป็นลำดับแรก จำนวนทั้งหมด 6,000 ยูนิต ในปี 2559 จะสร้างบริเวณ หัวมุมสามเหลี่ยมดินแดง ในพื้นที่ 2 ไร่ อาคารสูง 25 ชั้น จำนวนรวม 334 ยูนิต โดยรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม จำนวนรวม 5 อาคาร คือ อาคารที่ 18-20 และอาคารที่ 21-22 และผู้อยู่อาศัยใหม่ในบางส่วนนั้นเอง

ในแผนของระยะเร่งด่วน 3 ปีแรก (2559-2561) ก็จะพัฒนาจำนวน 515,268 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเงินกว่า 95,596 ล้านบาท และเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย 87,589 หน่วย ก็เป็นอาคารเช่า 10,107 หน่วย โดยฟื้นฟูแฟลตดินแดง 1,581 หน่วย ก็จะวางศิลาฤกษ์เดือน เม.ย. 2559, ในอาคารเช่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา ตราด และหนองคาย 8,000 หน่วย และอาคารเช่าซื้อ 67,901 หน่วย เช่น ในแนวรถไฟฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑล 8,000 หน่วย และในที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยรองรับชุมชนริมคลองอีก 11,044 ครัวเรือน

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการช่วยเหลือคนมีมีฐานะปลานกลางให้มีบ้านเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ก็ยังเห็นโครงการที่น่าสนใจคือ คอนโดติดรถไฟฟ้า ที่มีถึง 4 โครงการ โดยจะทำการปล่อยขายเป็นหลัก ซึ่งอาจจะมีการเช่าคอนโดกับทางเคหะ เองโดยจะเร่งพัฒนาเพื่อรอรับผู้ที่จะมาอยู่อาศัยโดยจะทำการยื่นเรื่องในไม่นานนี้ โดยอ าจจะมีการเช่าคอนโดอย่างไรหรือปล่อยขายอย่างไรเราจะมาบอกเล่ากันอีกที

บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า เช่าคอนโด ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก ประชาชาติธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อน ค่อยผ่อน หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ ดี?

ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อน ค่อยผ่อน หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ ดี?


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ภาพจาก lh.co.th
หากเรามองแบบทั่ว ๆ ไปแล้ว ดูเหมือนว่าค่านิยมการซื้อบ้านหรือบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อนแล้วค่อยทยอยผ่อนนั้น จะเป็นทางเลือกที่คนส่วนมากนิยมทำกันทั่วไป นั่นเป็นเพราะว่า โดยปกติแล้วบ้านหรือบ้านทาวน์เฮ้าส์จัดเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากเราจะรอซื้อเงินสดละก็ มูลค่าของบ้านสูงเกินจะเอื้อมถึงแน่นอน อีกทั้งในการเก็บเงินสดให้ได้มูลค่าหลักล้านนั้นก็ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายนักเลย แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าการเก็บเงินก่อน และค่อยซื้อบ้านจะเป็นทางเลือกที่ผิดหลอก แต่ในทางกลับกันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคนเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่า ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านนั้นสูงมาก และอาจสูงกว่า 2 เท่าของราคาบ้านด้วยซ้ำ เช่น ซื้อบ้านในราคา 5 ล้านบาท แต่หากผ่อนแบบปกติไม่มีการรีไฟแนนซ์ หรือไม่โปะเงินต้น ซึ่งผู้ซื้อจะต้องจ่ายยอดถึง 11 ล้านบาทเลย เท่ากับได้บ้านสองหลังแต่จ่ายเพียงหลังเดียวเท่านั้น

ถ้าหากมีศักยภาพเพียงพอที่จะเก็บเงินได้ไวเรา ก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้เยอะ แถมการที่เราเป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะต้องเสียเวลาติดต่อดำเนินการยุ่งยากไม่น้อยเลยทีเดียว

ในการตัดสินใจว่าเราจะเป็นหนี้ก่อน หรือเราจะค่อย ๆ เก็บเงินไป จึงอาจจะขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต และความจำเป็น โดยศักยภาพทางการเงินของในแต่ละบุคคลนั้น ไม่มีทางเลือกไหนถูกผิดแน่นอน มีแต่เหมาะสมหรือไม่เท่านั้น โดยระบบการเงินในทุกช่องทางก็ต่างออกแบบมาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเองค่ะ

จะว่าไปแล้วทั้งใน 2 กรณีนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวเลือกเท่านั้นเอง ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ให้เลือกให้เห็นอีกมาก เช่น บางคนก็เลือกที่จะซื้อที่ดินไว้ก่อน แล้วทิ้งไว้ 4-5 ปี จึงจะคิดสร้างบ้าน หรือแม้เดิมทีที่ดินอาจจะตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกเลย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานก็ได้เกิดความเจริญค่อย ๆ เข้าถึง และมูลค่าที่ดินย่อมสูงขึ้นอีกด้วย เราอาจแบ่งขายที่ดินแล้วก็นำกำไรส่วนนั้นมาใช้ในสร้างบ้าน เสมือนได้บ้านฟรีเลย

“เช่าตลอดชีพ ไม่คิดจะซื้อ” เราอาจเคยเห็นกรณีนี้ ก็จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ โดยผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ได้คิดเช่าบ้านตลอดชีพ โดยไม่คิดจะซื้อ นั้นเพราะหากนำตัวเลขทางการเงินมาวิเคราะห์แล้ว สมมุติเทียบมูลค่ากับบ้านแล้ว หลังละ 5 ล้านบาท แต่หากผ่อนต้องจ่ายเดือนละ เดืนประมาณ 3 หมื่นบาท รวมยอดแล้ว 30 ปีก็เป็นเงิน 11 ล้านบาท โดยผู้คนบางกลุ่มจึงคิดว่า ถ้าหากเขาเช่าบ้านเดือนละ 15,000 บาท ก็จะเท่ากับ เช่าปีละ 1.8 แสนบาท นั่นก็หมายถึงว่า เขาสามารถเช่าบ้านได้นานถึง 61 ปี และแถมยังจ่ายต่อเดือนน้อยกว่าอีกด้วยซ้ำไป

ถ้าหากคุณกำลังอยู่ในวัย 25 ปีขึ้นไป ซึ่งตัวเลข 61 ปี ก็เป็นตัวเลขที่น่านำมาคิดทบทวน ก็เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์เราก็มีชีวิตกันเพียง 70 ปีเท่านั้น เมื่อตัดอายุช่วงวัยเรียนซึ่งได้มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู และชีวิตเราก็จะเหลือค่าเฉลี่ยเพียง 50 ปี เท่านั้น การเช่าบ้านมูลค่า 15,000 ต่อเดือน ก็จึงเป็นตัวเลขที่พอเพียงต่อการอยู่และอาศัยในช่วงที่ชีวิตที่เหลือแล้ว

ข้อดี ก็คือคุณจะสามารถเปลี่ยนบ้านใหม่ได้เรื่อย ๆ และคุณสามารถย้ายสถานที่ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณไม่ต้องวิตกกังวลกับทำเลที่ถูกทิ้งร้างไว้ และไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าบำรุงรักษาบ้านเลยค่ะ เพราะหน้าที่นี้ก็เป็นของผู้ให้เช่ารับผิดชอบไป สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ต่างไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินใด ๆ เลยค่ะ

โดยเฉพาะยุคนี้แล้ว เป็นยุคที่ผู้คนโสดมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่เพียงลำพังมากขึ้น และไม่รู้จะเก็บบ้านไว้ให้ใครอีก เช่าตลอดชีพก็จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างจะมีอิสระมากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ เลย แต่ในข้อดีก็ต่างจะมีข้อเสียอยู่เสมอ โดยจะเลือกวิธีไหน อยู่ที่ใจต้องการของเรา

ข้อสรุปที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถเลือกได้ เพราะในแต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกันไป ซึ่งในบางคนต้องไปทำงานที่ต่างๆ ก็อาศัยการเช่าเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเช่าบ้านทาวส์เฮ้าส์ คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือบ้านต่างๆ ก็จะเป็นอะไรที่คุ้มกว่า หรือบ้านคนที่มีทายาทต่อไป และทำกิจการหรือธุรกิจในพื้นที่นั้นก็ควรจะสร้างหรือทำการซื้อเอง เพราะเรามีที่ทำมาหากินเป็นถิ่นฐานแล้ว แต่ก็ควรมาดูอีกว่าจะเก็บเงินเพื่อสร้างเลยหรือเราจะค่อยๆ ผ่อนเอาหลังจากซื้อแล้ว ซึ่งอันนี้ก็แตกต่างกันแล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ซึ่งการจะลงมือทำอะไรนั้นก็ควรจะหาข้อมูลให้ดีก่อน เช่น ถ้าคิดจะกู้ ควรจะดูว่าดอกเบี้ยเท่าไหร และจะใช้เวลากี่ปี หรือคนคิดจะเก็บก่อนก็ควรจะดูจากเศรษฐกิจในช่วงนั้นด้วยว่าเป็นยังไง สามารถเก็บได้มั้ย หรือราคาของการซื้อบ้านจะมีราคาที่สูงขึ้นอีกมากแค่ใหนในอนาคต เป็นต้น ซึ่งที่จะขอแนะนำที่สุดคือการศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนจะลงทำอะไร จะได้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดได้ทัน และก็ขอให้ทุกคนได้บ้านตามที่หวังกันนะค่ะ

บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก banidea.com

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ รวมยอดขาย ทะลุ 900 ลบ.

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ ฟุ้งยอดขาย 'ยูนิโอ' ทะลุ 900 ลบ.

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก next.in.th/


          คุณชานนท์ เรืองกฤตยา หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทเราได้เปิดขายโครงการยูนิโอ คอนโด ซึ่งได้เป็นคอนโดมิเนียมที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อยูนิตนั้น จากการเปิดขายภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา และสามารถปิดการขายไปได้ 3 อาคาร จากทั้งหมด 6 อาคาร รวมมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวมถึง 2,096 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันโครงการได้ผ่านการพิจารณา EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ยังคาดว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในประมาณเดือนมีนาคม 2560 นี้

         โดยทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อที่เพื่ออยู่อาศัยจริงและให้ความสนใจโครงการเป็นจำนวนมาด้วย โดยในผู้ซื้อทั้งหมดจะต้องผ่านการ Pre Approve เสียก่อนการทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งจะทำให้การถูกปฎิเสธสินเชื่อจากสถาบันทางการเงินนั้นลดลงได้

          สำหรับในสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมี่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านต่อยูนิต ซึ่งได้เป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพง หากเราอยู่ในทำเลที่ใกล้แหล่งงานและทำให้เดินทางได้สะดวก ก็ถือว่ามันเป็นเซ็กเม้นท์ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว โดยเฉพาะคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้และราคาต่ำกว่าล้าน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ๋ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายนั้น ก็เป็นพนักงานบริษัทที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านหลังแรกนั้นเอง 

          โครงการ ยูนิโอ คอนโด ( UNIO  Condo ) นี้ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low rise ที่สูง 8 ชั้น มีจำนวน 1,932 ยูนิต โดยมูลค่าโครงการ 2,096 ล้านบาท ในราคา 999,900 บาทต่อยูนิต ตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 และยังใกล้ MRT สถานีท่าพระ 900 เมตร ซึ่งก็เป็น Interchange ของสายบางซื่อ-ท่าพระด้วย และสายหัวลำโพง-บางแคอีก ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นคอนโดราคาถูกที่หาได้ยากมากเพราะนอกจากจะเป็นคอนโดที่ราคาถูกแล้วยังติดรถไฟฟ้าด้วย



รมว.คมนาคม เตรียมชง ครม. ขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพิ่ม4สถานี

คอนโดราคาถูก
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก mrta.co.th


เพิ่งจะได้ลงมือทุบและรื้อสะพานข้ามแยกเกษตรไปก็เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้และยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีด้วย ก็ยังมีข่าวดีตามมาติดๆว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้เตรียมเสนอขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างถึง 2เส้นทาง ทางทิศเหนือคือเส้นทางหมอชิต-คูคต และทิศใต้ คอเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ ออกไปอีกโดยฝั่งละ 4 สถานีเลย

โดยทางทิศเหนือจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีคูคตนั้น จะเพิ่มไปสิ้นสุดที่คลอง 5 หรือลำลูกกา โดยส่วนด้านทิศใต้ไปสิ้นสุดที่สถานีบางปู โดยจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีเคหะสมุทรปราการ (หรือซอยเทศบาลบางปู50) ซึ่งในล่าสุดโครงการทั้ง 2 ช่วง นี้ ได้ผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)แล้ว จึงได้สามารถผลักดันเข้าสู่โครงการลงทุนเป็นการเร่งด่วนได้เลย เพื่อจะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของคนชานเมืองได้ให้เข้ามาในเขตกรุงเทพชั้นในได้สะดวกยิ่งขึ้น และคาดว่าจะเสนอโครงการให้ ครม.พิจารณาได้อีกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้านี้

ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้ ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ก็ได้มีการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายโดยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐด้ววย(โดยคณะกรรมการพีพีพี)แล้ว ก็อยู่ระหว่างรอการพิจารณา โดยได้คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อน เนื่องจากในโครงการผ่านอีไอเอแล้ว ยังเป็นส่วนสายสีเหลือง และยังมีประเด็นในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงต้องส่งรายละเอียดเพิ่มเติมได้ และยังจะต้องมีการปรับแก้ผล กระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ

ไม่นานก็คงจะมีคอนโดตามมาแน่ๆ ในเขตที่เพิ่มเติมไปนั้น ส่วนใหญ่ยังไม่มีคอนโดมากนัก ต่อจากนี้ไม่กี่เดือนต้องมีการเปิดตัว คอนโดติดรถไฟฟ้าแน่นอน ซึงจะเป็นคอนโดราคาถูกหรือคอนโดราคาแพงก็ต้องมารอรุ้นกัน



โดยมีการทุบซากอาคารเก่านาน 20 ปี และผุดคอนโดหรู โค้งแม่น้ำเจ้าพระยา


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก supalai.com


คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ ขิงบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงที่นำมาพัฒนาโครงการใหม่ล่าสุดได้ คุณศุภาลัย ริวา แกรนด์นั้น ก็ได้ตั้งดั้งเดิมเป็นโครงการที่ได้มีชื่อว่า "เอสวี การ์เด้น" ของบริษัท สหวิริยา ซิตี้ จำกัด(มหาชน)นั้นน ซึ่งตอนนั้นก็ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยบริษัทศุภาลัยก็ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากเอกชนรายหนึ่งซึ่งเป็นการประมูลที่ดินมาจากกรมบังคับคดีอีกทอดหนึ่งนั้นเอง

สำหรับในที่ดินแปลงงามดังกล่าว ที่ได้ซื้อมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว โดยในราคาตารางวาละ 2 แสนบาท ในสำหรับโครงการเก่า ที่มีอายุกว่าเกือบ 20 ปีนั้น ปัจจุบันก็ได้เริ่มทำการทุบโครงการสร้างเก่าทิ้งและจะได้ทำการก่อสร้างเป็นโครงการใหม่ทั้งหมดนั้นเอง ทั้งนี้แล้วเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่า ในโครงสร้างนี้จะปลอดภัยแน่นอน โดยเราคาดว่าจะทำการทุบให้แล้วเสร็จภายในต้น ’59 นี้ และเจึงริ่มก่อสร้างใหม่ในปลายปี ‘59 นี้ สำหรับโครงการนี้ จะเปิดให้ทำการจองห้องชุด วันที่ 16 -22 พ.ย 58 นี้ ณ ที่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 โดยตั้งเป้าการเปิดจองในครั้งนี้ ก็จะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 – 3,000 ล้านบาทแน่นอน

ศุภาลัย ริวา แกรนด์ นี้ ได้ตั้งอยู่บนที่ดิน 11 ไร่ โดยเป็นคอนโดมิเนียม 3 อาคาร จำนวนยูนิต 720 ยูนิต และขนาดห้องเริ่มที่ 53.50 – 433 ตร.ม ราคาอยู่ที่ 3.8-44 ล้านบาท  เฉลี่ยต่อตารางเมตร 83,000 บาทนั้นเอง ซึ่งคอนโดมิเนียมดังกล่าวนี้จะเป็นโครงการสุดท้ายของปีนี้แล้ว ส่วนโครงการแนวราบเปิดอีกราว 3- 4 โครงการภายในสิ้นปีนี้แน่นอน รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท แน่นนอนว่าไม่ใช่คอนโดราคาถูกอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ทางบริษัท ก็ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 28 โครงการ โดยรวมมูลค่า 35,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นแนวราบ 20 โครงการ มูลค่า 20,000 กว่าล้านบาท  และในแนวสูงไม่ต่ำกว่า 7โครงการ ที่ตีเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาทนั้นเอง

บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก home.co.th 

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รัฐปรับค่าโอนลง 1% เพื่อฟื้นเศรษฐกิจคอนโดติดรถไฟฟ้า

รัฐปรับค่าโอนลง 1% เพื่อฟื้นเศรษฐกิจคอนโดติดรถไฟฟ้า



คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก mut.ac.th

มาตรการในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้นได้เริ่มเดินหน้าอย่างเต็มสูบแล้ว หลังจากที่กรมที่ดินประกาศให้ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจด จำนองซึ่งจะเป็นมาตรการสำคัญไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมานี้ เสริมสร้างบรรยากาศการซื้อขายบ้านและคอนโดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายซึ่ง เป็นไฮซีซั่นในของตลาดให้คึกคักมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามแต่ มาตรการกระตุ้นนี้อาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะช่วยให้การตลาดพลิกฟื้นมาได้ ทันตาเห็น แต่อาจจะเป็นเพียงยาระบายในการลดสต๊อกบ้านที่มีอยู่ให้ไหลลื่นได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ 

อิสระ บุญยัง กรรมในการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ และนายกกิตติมศักดิ์ผู้เป็นสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้ประเมินว่า บรรยากาศในการซื้อขายบ้านนั้นเริ่มคึกคักขึ้นหลังจากภาครัฐได้ใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้ในแง่ของยอดคนเข้าชมต่างๆ และโครงการและยอดโอน แต่ก็ยังเชื่อว่าการตลาดโดยรวมในปีนี้ทั้งปียังคงจะชะลอตัวลง ทั้งตัวเลขเปิดโครงการใหม่ที่ได้คาดว่าน่าจะติดลบ ประมาณถึง 10% ตัวเลขยอดขายที่ยังติดลบอีก 5-10% เพราะในตัวเลขเปิดโครงการก็ลดลง มีแค่ตัวเลขโอนที่จำนวนหน่วยนั้นเพิ่มขึ้น 7% แต่มูลค่าก็คาดว่าจะลดลงเช่นกัน 

เนื่องจากในมาตรการกระตุ้นนี้มีผลกับตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีทีผ่านมา และยังเป็นมาตรการที่ได้จำกัดเพดานราคาบ้านไว้และรายได้ของผู้ซื้อ ทั้งนี้เรื่องของมาตรการสินเชื่อ และมาตรการลดภาษีนั้น ในขณะที่เรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองนั้นมีเวลาจำกัดแค่ 6 เดือนเท่านั้น โอกาสที่ตลาดจะพลิกกลับนั้นก็คงยากไปอีก แต่ก็จะช่วยผลักดันสต๊อกที่มีอยู่ในมือผู้ที่ประกอบการได้มากขึ้นทั้งใน 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ และยังอีก 4 เดือนแรกของปีหน้าด้วย 

ในไตรมาสแรกของปีหน้านี้จะมียอดโอนบ้านสูงที่สุดในรอบปีเลย ซึ่งเป็นผลใสจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ประกอบกับผู้ประกอบการได้จัดเร่งอัดแคมเปญกระตุ้นไปพร้อมๆกันด้วย กับมาตรการ โดยจะนำเงินที่ได้จากการลดค่าธรรมเนียมการโอนในฝั่งผู้ประกอบการมา 1% มาใช้ร่วมกับงบในการตลาดของแต่ละบริษัทด้วย เพื่อเร่งระบายสต๊อกอสังหาที่มีอยู่ออกให้เร็วที่สุด 

และในขณะเดียวกัน ในหลายบริษัทก็ได้มีการปรับแผนการก่อสร้างใหม่ใหม่ทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้าและขายคอนโดราคาถูก โดยเพิ่มจำนวนบ้านสร้างเสร็จต่อเดือนให้มากขึ้นอีก อิสระ ประเมินว่าใน ปีหน้านี้แต่ละบริษัทจะมีการวางแผนเป็น 2 ระดับ นั้นก็คือคือ แผนที่รองรับกับมาตรการในช่วง 4 เดือนแรกในของปี 2559 โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็น การเร่งปรับแผนก่อสร้างขึ้น เร่งอัดแคมเปญในการตลาด เพื่อจะระบายสต๊อกเก่าๆออก ส่วนอีกแผนก็คือแผนลงทุนใหม่ตลอดทั้งปี ซึ่งก็จะไม่เกี่ยวโยงกับมาตรการกระตุ้นด้วย โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการก็จะยังคงระมัดระวังในการลงทุนใหม่เรื่องบ้านจัดสรร และคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดใหม่ๆ และไม่ ผลักซัพพลายใหม่ๆ ออกมานัก 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้สิ้นสุดมาตการไปแล้ว ตลาดก็จะซบเซาลงอย่างชัดเจนแน่นอน ผู้ประกอบการในอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้อง เตรียม แผนที่จะรับมือให้ได้ทันทางที รวมถึงบริษัทต่างๆก็ เตรียมแผนไว้รับมือแล้วเช่นกัน ทั้งการเตรียมออกแคมเปญในเรื่องบ้านจัดสรรใหม่ๆ หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดอื่นๆใหม่ๆ ที่ทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านและขายคอนโดราคาถูกในปีหน้าก็จะได้รับมาตรการที่พิเศษเหมือนกับมาตรการของภาครัฐเช่นกัน 

โดยทั้งนี้ ข้อกังวลที่ว่าในกำลังซื้อของผู้บริโภคนั้นจะแผ่วลงหลังจากหมดมาตรในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น ก็ไปสอดคล้องกับข้อ วิเคราะห์ของคุณ เบญจรงค์ สุวรรณคีรี จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB ของธนาคารทหารไทย ที่ได้ให้ข้อควรระวังไว้ว่า ในการใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภคที่จะทำเกิดการก่อหนี้ครัวเรือนนั้น อาจจะดีแค่ในช่วงสั้นๆเท่านั้น แต่หลังจากหมดมาตรและ การกำลังซื้อจะได้หายลงไปในตลาดด้วยเช่นกัน และต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นตัวนาน

อย่างไรก็ตามแต่ คุณ อิสระ ก็มองว่าปัญหาดังกล่าวอาจจะได้เคยเกิดกับตลาดรถยนต์ที่ได้มรมาตรการรถคันแรกที่สามารถกระตุ้นบริโภคได้เป็นอย่างดี ที่ไม่ได้วางแผนซื้อรถให้ตัดสินใจซื้อได้ในทันที แต่ผู้บริโภคที่จะซื้อบ้านส่วนใหญ่จะต้องวางแผนมาก่อนแล้วล่วงหน้าทั้งนั้น และมาตรการ ที่จะออกมาอาจจะช่วยกระตุ้นตลาดได้อีกแค่ 10% เท่านั้น นอกจากนี้ จาก การเก็บข้อมูลทั่วไปพบว่า หลังการใช้มาตรในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น ตลาดยังไม่เคยทรุดตัวลงเลย ยกเว้นปี 2554 ที่เนื่องจากประสบ ปัญหาอุทกภัย เท่านั้น

ในข้อกังวลดังกล่าวคงจะต้องไปทำการพิสูจน์กันอีกครั้งหลังจบมาตรการนี้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ นับจากนี้ไป นับไปจนถึงปีหน้านี้ ก็คือ การถล่มแคมเปญในการตลาดเพื่อระบายยอดขายเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าผู้ประกอบนั้นกาจะรมีงบเพิ่มอีก 1% จากการที่ค่าโอนที่รัฐบาลออกให้ โดยใครคิดเก็บไว้เป็นกำไรคงต้องตกขบวนแน่นอนค่ะ 


บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก โพสต์ทูเดย์

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไอคอนสยาม ปล่อยโครงการคอนโดหรู สุดแพง เริ่มต้นที่ 35 ล้านบาท

ไอคอนสยาม ปล่อยโครงการคอนโดหรู สุดแพง เริ่มต้นที่ 35 ล้านบาท คอนโดติดรถไฟฟ้าชิดซ้ายไปเลย



คอนโดติดรถไฟฟ้า
ขอบคุณภาพจาก ptcdn.info/


"ไอคอนสยาม" ได้ประกาศเปิดขายคอนโดสุดหรู "เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ" บริเวณริมแม่น้ำ เจ้าพระยา มูลค่ากว่า 9 พันล้าน โดยทุบสถิติราคาคอนโดที่แพงสุด 3.5 แสนต่อตร.ม. ของ "เพนท์เฮาส์" ทีมีขนาด 380 ตร.ม. ราคา 209 ล้าน และพร้อมผนึกยักษ์อสังหาฯจีน ในกลุ่มควีนแลนด์ ที่ผุดโครงการมิกซ์ยูส ที่พัทยา มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน คาดว่าเปิดตัวโครงการต้นปีหน้านี้ 

โครงการไอคอนสยามนี้ นับเป็นโครงการแห่งศูนย์การค้าคอนโดหรู บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในย่านเจริญนคร ที่ได้มีมูลค่าการลงทุนสูงมากถึง 5 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว โดยยังเป็นความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่าง 3 ยักษ์ใหญ่ธุรกิจของในไทย ได้แก่ กลุ่ม สยามพิวรรธน์ รวมถึงแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น และรวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ด้วย โดยในการกำหนดเปิดบริการปี 2560 แลนด์มาร์ค ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำการผลักดันให้กรุงเทพ เป็นจุดหมายที่น่ามาเยี่ยมเยือนแห่งหนึ่งของโลกเลย 

ยังมีการคาดกันอีกว่าว่าระหว่างปี 2555-2563 จะได้มีโครงการค้าปลีก ของอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมต่างๆ ได้เกิดขึ้นริมแม่น้ำ เจ้าพระยา ไม่น้อยกว่า 30 แห่งแน่นอน รวมมูลค่ากว่าคงกว่า 1.12 แสนล้านบาทเลยทีเดียว 

ในล่าสุด นางสาวทิพาภรณ์ เจียรวนนท์ ผู้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ให้ข้อมูลในฐานะกรรมการและประธานบริหาร บริษัทใหม่คือ ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้พร้อมจะเปิดขายโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ แล้ว ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม ที่มีระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บริเณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริหารโดยเชน แมนดาริน โอเรียลเต็ล เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย ซึ่ง ได้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนเป็น 9,000 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาท 

ซึ่งโดยได้ประกาศเปิดตัวพร้อมกันกับ อีก 2 เมือง คือ ในฮ่องกง และลอนดอน ซึ่งจะถือเป็นเมืองแหล่งที่พักอาศัยระดับสุดหรูหราของโลก ที่กำหนดเปิดขายในวันที่ 29 ต.ค.2558 นี้ 

โดยโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรู เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพ นี้ มีลักษณะเป็นอาคารสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต และตัวอาคารตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการไอคอนสยาม โดยในพื้นที่ของโครงการไอคอนสยาม จะประกอบด้วย โครงการที่พักอาศัยสุดหรูอีกหนึ่งโครงการ นั้นก็คือ แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ที่สูง 70 ชั้น 

สำหรับขนาดของห้องพักอาศัยนั้นเริ่ม ตั้งแต่ 130-230 ตารางเมตร และราคาขายเริ่มต้นที่ 3.5 แสนบาทต่อตารางเมตรหรือราคาอยู่ 45.5 ล้านบาท ต่อยูนิต ซึ่งก็นับว่าเป็นราคาขายคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในกรุงเทพขณะนี้เลย 

ส่วนห้องเพนท์เฮ้าส์ และดูเพล็กซ์เพนท์เฮ้าส์นั้น ขนาดตั้งแต่ 380-710 ตารางเมตร โดยราคาขายเริ่มต้น 5.5 แสนบาทต่อตารางเมตร และในทุกยูนิตสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพะยา และสวนขนาด 4,600 ตารางเมตรของโครงการได้ ปัจจุบันได้มีลูกค้าให้ความสนใจจองแล้วถึง 30 ยู นิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทเลย โดยตั้งเป้าว่าภายใน 3-4 เดือน ข้างหน้าหลังเปิดขาย ก็จะมียอดขายเพิ่ม 20-30% เนื่องจากไม่อยากเร่งรีบในการขายที่จะสามารถขยับ ราคาขายไปได้เรื่อยๆ เช่น ในโครงการแรก แมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ที่เปิดขาย เริ่มต้น 2.7 แสนบาทต่อตารางเมตรค่ะ 

นอกจากนี้แล้ว บริษัทมีแผนนำโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ไปทำการโรดโชว์ต่างประเทศ โดยในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค นี้ และมีแผนไปโรดโชว์ยังประเทศฮ่องกง และในปี 2559 นี้ มีแผนจะนำไปโรดโชว์ที่อิตาลีอีกด้วย โดยตั้งเป้ากลุ่มลูกค้ามาจาก ต่างชาติ 50% และคนไทยอีก 50% และในส่วนของโครงการแมกโนเลีย วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ ก็จะเป็นกลุ่มลูกค้าคน ไทยประมาณ 80% ของทั้งหมด

เราได้ทุ่มงบลงทุนเพิ่มอีก 30% เพื่อที่ให้เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดที่สามารถเทียบเท่าสากลได้ และหวังให้เป็นโครงการแลนด์มาร์ค ของกรุงเทพ เพราะด้วยการออกแบบ และการก่อสร้าง และบริการ รวมถึงการบริหารในการจัดการอาคารโดยแมนดาริน โอเรียลเต็ล นั้นผสมผสานมนต์เสน่ห์ของกลิ่นอาย ในความเป็นไทย ลูกค้ากลุ่มนี้รู้ว่าทรัพย์สินนั้นหายากแบบนี้อยู่เหนือความผันผวนของสภาวะ เศรษฐกิจ และยังมีมูลค่าสูงขึ้นตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้ได้รับความสนใจในการจองล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เคาะราคาขายถึง 30 ยูนิต แน่นอน 

ด้านนายธนวันต์ ชัยวัฒนะ ผู้เป็นกรรมการ ผู้จัดการ ในบริษัท ดิไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก็ได้กล่าวว่า แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะยังชะลอตัวอยู่ แต่ความต้องการในที่อยู่อาศัย ก็ยังมีอยู่มาก ทั้งนี้ผู้ประกอบการ คิดว่าควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการหาทำเลใหม่ๆ ผลิตสินค้าที่มีความตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคให้มากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ และเชื่อว่าจะมีผลที่ดีต่อตลาดโดยรวมด้วย ซึ่งจะทำให้ ผลของตลาดช่วงปลายปีนี้กลับมาดีขึ้นแน่นอน ขณะที่ตลาดอสังหาฯ ระดับไฮเอนด์นั้น แม้ที่ผ่านมาลูกค้าจะมีการชะลอการในการตัดสินใจซื้อไปตาม ภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีดีมานด์อยู่มาก หากในโครงการที่พัฒนาออกมาแล้วสามารถตอบสนองถึงความต้องการของลูกค้าได้ก็จะยังขายได้ดีแน่นอน 

จากมาตรการในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ก็มั่นใจว่าจะมีผลดีต่อผู้บริโภคที่สนใจ เป็นอย่างมากโดยเฉพาะตลาดระดับ ราคา ไม่เกิน 3 ล้านบาท และในขณะที่ตลาดระดับบน หรือในระดับลักชัวร์รี่นี้นั้น ก็ยังเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลอะไรจากมาตรการดังกล่าว มากนัก แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่าการที่ภาครัฐออกมาตรการ มาจะทำให้เป็นการปลุกกำลังซื้อของผู้บริโภค ขึ้นในช่วงนี้จนถึงต้นปีหน้าได้เป็น อย่างดี นายธนวันต์ ได้กล่าวไว้

นอกจากนี้ นางสาวทิพาภรณ์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัทยังได้ร่วมกันกับกลุ่มบริษัท ควีนแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มากๆของประเทศจีน โดยร่วมกันในนาม แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อที่จะร่วมพัฒนาโครงการ "มิกซ์ ยูส" ที่บริเวณจอมเทียน แถวพัทยา บนเนื้อที่ 40 ไร่ ภายในโครงการจะประกอบไปด้วย โรงแรม และคอนโดมิเนียม และรวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการวางคอนเซ็ปต์ต่างๆ โดยคาดว่าจะเปิดโครงการในปีหน้านี้ 

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แนวโน้มการลงทุนคอนโดนั้นก็ยังมีทีท่าว่าจะสูงขึ้นได้ในปีข้งหน้า แต่ที่กำลังจะมา ไม่ใช่คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดราคาถูก แต่กลับเป็นคอนโดสุดหรูหร่า ที่จะเข้ามาเพื่อหากำไร จึงยังมันใจได้ว่าธุรกิจคอนโดมิเดียมในอนาคตจัยังไม่ซบเซ่าแน่นอน แต่อาจมีการเปลี่ยนแผน ในการทางการตลาดโดยจะเล็กันไปที่คอนโดราคาสูงที่มีคุณภาพเพื่อเรียกความสนใจ เพราในปัจจุบันคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดราคาถูกนั้นมีมากเกินความต้องการ บริษัทส่วนใหญ่จึงเริ่มมองเห็นและเลิกผลิดหันมาทำคอนโดหรู กันแทน ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน


บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้าขอขอบคุณ ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

นักลงทุนควรระวัง คอนโดและบ้านจัดสรร ปีนี้ เปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง

นักลงทุนควรระวัง คอนโดติดรถไฟฟ้าและบ้านจัดสรร ปีนี้ เปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง


ขอบคุณภาพจาก sanook.com


โดย นายสัมมา คีตสิน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 พบว่า ได้มีโครงการที่ อยู่อาศัยทำการเปิดขายใหม่ อยู่ประมาณ 92 โครงการเป็นจำนวนกว่า 14,000 ยูนิต ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2557 ที่เปิดถึง 23,930 ยูนิต และแบ่งเป็นคอนโดต่างๆ 36 โครงการ จำนวน 6,700 ยูนิต ได้ลดลงจากปี 2557 ที่อยู่ที่ 14,400 ยูนิต และเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 56 โครงการ จำนวนอยู่ที่ 7,400 ยูนิต ก็ลดลงจาก ปีก่อน ที่อยู่ที่ 9,530 ยูนิตค่ะ

และยังได้คาดว่าปีนี้จะมีโครงการที่เป็นที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 110,000 ยูนิต ซึ่งใกล้เคียงปี 2557 ที่แบ่งเป็น บ้านจัดสรรจำนวน 45,000-47,000 ยูนิต และในขณะที่คอนโด คาดว่าจะเปิดตัวลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 60,000-65,000 ยูนิต ส่วนหนึ่งนั้นมากจากมีซัพพลายคงค้างในตลาดที่มีจำนวนมาก

ราคาพืชผลทางการเกษตร ก็มีผลต่อบางจังหวัดที่พึ่งพิงในภาคการเกษตร ซึ่งทำให้ อสังหาฯ ในจังหวัดนั้นๆ ก็ชะลอตัวลง ส่วนบาง ในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านซัพพลายส่วนเกินมาก อาทิเช่น พัทยา จอมเทียน และรวมถึงหัวเมืองหลักต่างๆ ด้วย ที่ได้มีการเปิดตัวคอนโดไปจำนวนมากเลยทีเดียว ช่วงปีที่ ผ่านๆมา ในขณะที่ความต้องการของคนในพื้นที่นั้นยังมีไม่มากเท่าไหร่นักก ต่างจากบ้านในแนวราบ ดังนั้น คงต้องอาศัยระยะเวลาในการดูดซับมาก ซึ่งนักลงทุนก็ควรมีความระมัดระวังในการที่จะลงทุนในทำเลเหล่านี้ด้วย

อย่างไรก็ดีแล้ว ตลาดคอนโด ปี 2558 นั้น คาดว่า ตลาดระดับหรูจะมีมากขึ้นบริเวณที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งในบริเวณสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งธนบุรี ซึ่งเกิดจะขึ้นพร้อมโครงการมิกซ์-ยูส ที่ความต้องการ พื้นที่อาคารและสำนักงานจะมีมากขึ้นจาก การธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ในพื้นที่บริเวณ สถานีรถไฟฟ้า และบริเวณจุดตัด และจะเกิดใหม่จำนวนมากจะเป็น แหล่งที่รองรับโครงการคอนโดและรวมถึงอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ จำพวก เช่น อาคาร สำนักงานต่างๆ ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิง ทำจะให้เกิดย่านการค้า ใหม่ๆขึ้นค่ะ

แต่ในสำหรับในต่างจังหวัด ก็จะมีการพัฒนาโครงการและจะเกิดบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกได้ ถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดหรือบายพาสต่างๆ

ทั้งนี้ ในกการลงทุนในโครงการสาธารณูปโดยโภคภาครัฐ โครงข่ายคมนาคม และรวมถึงการ พัฒนาสนามบินต่างๆ การเติบโตของในภาค การท่องเที่ยว ก็จะทำให้ตลาดอสังหาฯ ในเขตภูมิภาคนั้นกลับมาเติบโตได้ในปี 2559-2560 ด้วยค่ะ

สำหรับทใครที่กำลังคิดจะลงทุนในเรื่อง อสังหาฯ จำพวกคอนโดก็ควรระวังให้ดี ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ในการปล่อยเช่าคอนโด ก็จะเห็นได้จากตัวเลขว่าโครงการต่างๆ ของคอนโดต่างๆ ได้มืตัวเลขที่ลดลงเพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็เริ่มเร่งเห็นกันแล้วว่า ในปัจจุบันนั้นมีจำรวนโครงการมากกว่าจำนวนผู้ต้องการใช้งาน จึงทำให้เหลือโครงการจำนวนมากที่ไม่มีคนอยู่อาศัยและทำให้ในหลายๆ โครงกาารได้รับผลที่ขาดทุน คนที่จะลงทุนในช่วนี้ก็ควนคิให้ดีก่อนลงทุน เพราะธุรกิจด้วนคอนโดชวงนี้ถือได้ว่าเป็นช่างที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ หลายปีนี้มาเลยก็ว่าได้

บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ประชาชาติธุรกิจ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รีวิวคอนโดสุดแนว จาก ออสเตรเลีย

รีวิวคอนโด สุดแนว จาก ออสเตรเลีย


สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ วันนี้บล็อก รีวิวคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ของเรา ก็ทำการ รีวิวคอนโด ที่แปลกมาๆ โดยเราจะพาทุกท่านพาไปที่ออสเตรเลีย เพื่อดูคอนโดที่ไม่ว่าเราจะมองมุมไหนก็จะเห็นภาพต่างกันไปเรื่อยๆ ค่ะ น่าสนใจใช่มั้ยละคะ ที่เกิดขึ้นได้ก็คือ ด้วย effect จากแผงบังแดดค่ะ  จะเป็นยังไงลองมาดูกันเลยดีกว่าคะ


คอนโดติดรถไฟฟ้า


คอนโดที่ว่านี้นั้น ตั้งอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียค่ะ โดยมีชื่อว่า a’Beckett Tower และจุดเด่นที่สุดของคอนโดนี้ก็คงจะหนีไม่ได้ก็คือจะอยู่ที่แผงบังแดดด้านนอกทั้ง 347 อันนั้น ที่ได้ถูกละเลงสี(ทั้งหมดทำจากด้วยอลูมิเนียมค่ะ)ลงไปถึง 16  สีกันเลยทีเดียวค่ะ


รีวิวคอนโด


ซึ่งไอ้เจ้าแผงบังแดดเนี๊ยนะ เวลาเรามองจากมุมต่างๆ ในแต่ละตำแหน่งที่เรายืนนั้น เราจะเห็น effect จากรูปร่างต่างๆ และสีของมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่ะ แล้วพอเวลามุมของแสงแดดเปลี่ยนแล้ว เราก็จะเห็นภาพเปลี่ยนไปด้วยเหมือนกันเจ่งใช่มั้ยค่ะ โดยสถาปนิกเขาได้บอกว่าเวลาเรามองดูอาคารก็อุปมาเหมือนกับกำลังดูหนังอยู่ได้เลยนั่นเองค่ะ เพราะมุมของภาพกับแสงสีที่เห็นนั้นก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ช่างเป็นไอเดียที่แปลกจริงๆ


คอนโดติดรถไฟฟ้า


นอกจาก effect สวยๆที่ได้เกิดขึ้นกับตัวคอนโดแล้วนั้น ประโยชน์ของมันก็ยังเอาไว้บังแดดที่เข้าสู่อาคารได้ด้วย โดยเอามาปรับใช้กับบ้านเราก็น่าจะไม่เลวทีเดียวเลยนะค่ะว่ามั้ย

จากรูปด้านบนทั้งหมดนี้  เราจะเห็นได้ว่าพอเปลี่ยนตำแหน่งการมองแล้ว  มุมก็เปลี่ยนไปเลยนะคะ  แต่เจ้าแผงบังแดดนี้นั้นมีเฉพาะด้านหน้าอาคารนะค่ะ  เห็นด้านหน้าเปรี้ยวจี๊ดขนาดนี้แล้ว  พอกลับไปดูด้านหลังของคอนโดนี้ เรากลับเจอชายหนุ่มที่ดูสุขุมลุ่มลึกยืนอยู่ซะงั้น 555  นั้นก็คือกลายเป็นตึกกระจกเรียบๆครับ  contrast มากๆ เลยว่ามั้ยค่ะ


รีวิวคอนโด



ถ้ามองดูผ่านๆ อาจจะนึกว่านี่เป็นการประหยัดงบก่อสร้างค่ะ  แต่ความเป็นจริงแล้วนั้นได้เป็นความตั้งใจของสถาปนิกเองที่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกันเองค่ะ  เวลาเราเข้าไปในอาคารแล้ว ลองสังเกตได้จากจากสีสันฉูดฉาดด้านนอกพอเข้ามาถึงบริเวณล็อบบี้กลับตกแต่งตัวโทนสีขาว-ดำทั้งหมด ซึ่งก็เป็นไอเดียที่แปลกมากๆ 

หลังจากเราได้ดูรูปร่างหน้าตาอาคารกับสเปซกันไปแล้ว ทีนี้เราก็ลองมาดูแปลนห้องกันมั่งค่ะ (ถ้าจะดูผ่านๆได้ค่ะ  ในเชิงการวางผังนั้นเราไม่ค่อยมีประเด็นอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ค่ะ)


คอนโดติดรถไฟฟ้า


ด้วยความที่ที่ดินนี้เล็กมาก เวลาเอารถขึ้นไปจอดที่บนอาคารจึงต้องมรีการใช้ลิฟต์สำหรับรถยนต์ด้วยค่ะ  แต่พอชั้นบนๆที่ไม่มีที่จอดรถแล้ว ก็จะมีห้องทั้ง 2 ด้านด้วย  ผนังที่กั้นห้อง living room กับ bedroom นั้นก็เป็นแบบเลื่อนเก็บได้ค่ะ เผื่อไว้สำหรับขยายห้อง living กรณีเพื่อนๆ เรามาปาร์ตี้ที่บ้านนั่นเองค่ะ


รีวิวคอนโด


ส่งท้ายกันด้วยรูปนี้เลยค่ะ… 


คอนโดติดรถไฟฟ้า



เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับคอนโดสุดแนว ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนกันมาก่อนแน่ๆ ใครสนใจอะไรเพิ่มเติมก็สามารถมาติดตามกันได้เรื่อยๆ เลยนะค่ะ เราจะมีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับ การ รีวิวคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์มาให้ได้อ่านกันคะ วันนี้ก็ขอบคุณคะ ที่มารับชม 


บล็อก รีวิวคอนโด คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณ

ที่มาของข้อมูล  archdaily.com

ที่มาของภาพ  :archdaily.com iconco.com.au alpolic-usa.com

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ชีวิตดี๊ดี กับคอนโดติดรถไฟฟ้า

ชีวิตดี๊ดี กับคอนโดติดรถไฟฟ้า

ส่วนหนึ่งของภาพจาก aommoney.com


การที่เราจะเป็นเจ้าของคอนโดหรูๆ สักแห่งนั้น แาจฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ และยุ่งยาก เพราะการไม่กล้าตัดสินใจ ที่เราได้ภาระเป็นหนี้ก้อนโต แต่ว่าด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทยนั้น ที่มักต้องการในความก้าวหน้าในการทำงาน และยังรักความอิสระ ยังชอบการท่องเที่ยว และก็ยังต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดอีกด้วย การที่เราจะอยู่อาศัยใน“คอนโด”จึงจะเป็นทางออกและทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในขณะนี้ แต่เมื่อเราตัดสินใจแล้วว่าเราจะซื้อคอนโดก็ยังไม่แน่ใจว่าเราเองต้องการ “คอนโดติดรถไฟฟ้า” หรือว่า “จะเป็นคอนโดใกล้บ้าน แต่ไกลเมืองถึงจะดี” เราจึงมีข้อแนะนำ 8 เหตุผลดี๊ดีของการมีชีวิตในคอนโดติดรถไฟฟ้ามาฝากกันค่ะ

ข้อ 1.เดินทางได้สะด๊วกสะดวก สบ๊ายสบาย ในการกำหนดค่าใช้จ่ายนั้นสามารถกำหนดได้ทุกจุดหมายปลายทางเลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหนมาไหนก็แสนง่ายๆ แค่คุณเดินออกจากคอนโดและก็ขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อจะไปตามจุดหมายที่ได้คิดไว้ได้เลยค่ะ ด้วยที่ทุกวันนี้ค่าครองชีพนั้นก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณเลย แต่คุณก็ยังสามารถควบคุมรายจ่ายได้โดยไม่ห้ไม่ให้บานปลายค่ะ เพราะรถไฟฟ้านั้นมีบัตรรายเดือนที่จะช่วยให้ควบคุมค่าเดินทางในแต่ละวันได้ดีอีกด้วยค่ะ

ข้อ 2.ยิ้มง่ายขึ้นค่ะ บอกได้เลยว่าในทางสุขภาพจิตนั้นจะดีขึ้นแน่นอนค่ะ ทั้งคุณไม่ต้องทนหงุดหงิดกับเหล่าสภาพอากาศที่ร้อนหรือในวันที่ฝนตก และหรือแม้แต่การแออัดจากการจราจรที่แสนติดขัดด้วยและยังช่วยคุณย่นระยะเวลาในการเดินทางได้ดี โดยให้ถึงที่หมายได้เร็วขึ้นมากค่ะ มีเวลาพักผ่อนได้มากขึ้นอีกด้วย เมื่อมีเวลามากขึ้นแล้ว ความสุขย่อมเพิ่มขึ้นเองอัตโนมัติทันทีแน่นอนที่สุดค่ะ

ข้อ 3.มีปลอดภัยจากการจราจรบนถนนที่แสนจะอันตราย และไม่ต้องตบตีกับแท็กซี่จะปฏิเสธคุณ และไม่ต้องมาหงุดหงิดจากความร้อนในจุดที่รอแท็กซี่ โดยเรื่องทั้งหมดนี่จะหมดไป เพราะรถไฟฟ้านั้นไม่มีวันบอกปฏิเสธและอีกทั้งยังทำให้มั่นใจกับทุกการเดินทางของคุณว่าจะไม่ต้องเสี่ยงชีวิตกับการเดินทางด้วยยานพาหนะบนท้องถนนที่อาจอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังสามารถคำนวณเวลาในการเดินทางได้อีกด้วยค่ะ

ข้อ 4.จะเป็นการลงทุนระยะยาวที่จะมีผลดีกับคุณแน่นอนเพราะราคาของคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นย่อมจะมีราคาสูงหรือแพงกว่าคอนโดที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าแน่นอนอยู่แล้วค่ะนอกจากนี้หลังจากซื้อมาอาจมีการปรับตัวขึ้นด้วยซึ่งเมื่อเราเบื่อหรืออยากย้าก็สามารถปล่อยขายหรือปล่อยเช่าได้อีก เพราะโดยทั่วไปคอนโดมิเนียมในทำเลดีๆ สภาพอาคารดีๆ จะมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มเฉลี่ยได้ปีละ 5-10% สูงกว่าทำเลที่ตั้งอื่นๆ มากเลยค่ะ

ข้อ 5.ไม่ต้องเป็นหนี้รถยนต์อีกด้วย เพราะหนี้รถยนต์นั้นคือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดเลย หรือที่เรียกกันว่าหนี้สูญค่ะ แต่การซื้อคอนโดนั้น ถูกจัดว่าเป็นการก่อหนี้ที่ดีเพราะเป็นแบบก่อให้เกิดรายได้ค่ะ คือคุณนั้นสามารถปล่อยให้เช่า หรือหากวางแผนดีๆ ละก็ เงินค่าเช่าที่เก็บได้ในแต่ละเดือนนั้นจะนำส่งธนาคารแบบไม่ต้องเข้าเนื้อตัวเองเลยด้วยซ้ำ หรือ หากคุณมีจังหวะขายต่อก็ได้กำไรก้อนโตเลยที่เดียว

ข้อ 6.ล็อบบี้ที่หรูก็คือ home office ส่วนตัวค่ะ สามารถนัดหมายลูกค้ามาประกอบธุรกิจส่วนตัวได้ทุกเวลาหมดปัญหาในเรื่องสถานที่นัดหมาย เพราะคุณสามารถใช้ล็อบบี้สุดหรูที่คอนโดคุณเป็นสถานที่พบปะเพื่อนหรือลูกค้าก็ได้ เพื่อมาคุยธุระหรือคุยงานกันได้อย่างสะดวกแน่นอนค่ะ

ข้อ 7.สระว่ายน้ำลอยฟ้า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะใช่ว่าทุกคอนโดนั้นจะมี แต่หากเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าราคาสูงละก็ ก็มักจะมาพร้อมสระว่ายน้ำลอยฟ้าด้วย ดังนั้นนอกจากจะใช้เป็นที่ออกกำลังกายที่ดีได้แล้ว ก็ยังสามารถมานั่งเพื่อผ่อนคลายอิริยาบทเพื่อเติมพลังใจพลังกายเพลิดเพลินกับการชมวิวทิวทัศน์เมือง หรืออาจจะใช้เป็นสถานที่ใช้ในการจัดกิจกรรมในกลุ่มเพื่อนหรืออาจจะใช้ต้อนรับแขกก็ไม่น้อยหน้าใครแน่นอนคะ

ข้อ 8.เป็นความปลอดภัยสำหรับชีวิตคนโสดแน่นอนค่ะ ก็จะลดความเสี่ยงเรื่องอันตรายจากการเดินทางได้ดี ในวันที่คุณนั้นต้องเลิกงานดึก หรืออาจเดินทางกลับบ้านในยามค่ำคืนนั้น การเดินทางโดยรถไฟฟ้านั้นจะช่วยย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้นอีก และจากทำเลที่ตั้งของคอนโด กับรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียงกัน จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่าการเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยอย่างแน่นอนค่ะ

สนใจ เช่าคอนโด

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ข้อดีของการซื้อคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว

ข้อดีของการซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า ที่สร้างเสร็จแล้ว


คอนโดติดรถไฟฟ้า

การซื้อบ้านหรือคอนโดนั้น นับว่าเป็นทรัพย์สินที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่มาก และยิ่งหากเป็นโครงการใหม่ที่ยังทำการก่อสร้างไม่เสร็จ โดยผู้ซื้อนั้นจะต้องวางเงินจองไปทั้งๆที่เรายังไม่ได้เห็นของจริง นับว่ามันเป็นความเสี่ยงสูงหากโครงการพวกนั้นๆสร้างไม่เสร็จตามที่ระบุได้เอาไว้ ทั้งระยะเวลาและรวมถึงความสมบูรณ์แบบของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือในบางโครงการอาจจะถูกระงับกลางคันเนื่องจากไม่ผ่าน EIA และทำให้เกิดเป็นปัญหาฟ้องร้องกันในภายหลัง

หากในตอนนี้หลายท่านกำลังสำรวจโครงการเพื่อทำการเปรียบเทียบ การได้เข้าไปดูโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และได้เห็นของจริงนั้นจะช่วยให้การตัดสินใจเร็วขึ้น และยังทำให้เกิดผลประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ผู้ที่ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายได้เริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ “โครงการสร้างเสร็จก่อนขาย” เพื่อปิดช่องว่างของความกังวลของผู้ซื้อที่กลัวว่าอาจจะไม่ได้คอนโด ตามที่ได้โฆษณาเอาไว้ ไม่เพียงแค่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อเท่านั้น การทำแบบนี้ยังแต่ยังส่งผลดีกับผู้ประกอบการอีกด้วย โดย “จะเป็นการช่วยลดงบการตลาดและยังลดปัญหาลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านได้ดี เนื่องจากการซื้อโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนนั้น ลูกค้าจะต้องมีความพร้อมทางการเงินเท่านั้น” อีกทั้งยังจะเป็นการเสนอ supply ที่สนองตอบ demand ของในตลาดที่แท้จริงได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ซื้อนั้นเราก็มักจะมองว่าการเลือกซื้อโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่นั้น มีข้อได้เปรียบมากกว่าโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งลองนับข้อดีก็ได้ถึง 6 ข้อดังนี้

ข้อ 1. ซื้อแล้วเข้าอยู่ได้เลย
      นับเป็นข้อที่ได้เปรียบที่เด่นที่สุดของการซื้โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่เลยก็ว่าได้ คือเราไม่ต้องรอสร้างเสร็จแล้วค่อยโอนกรรมสิทธิ์ แต่พอผู้ซื้อสามารถจ่ายเงินแล้วเข้าอยู่ได้ในทันที และไม่ต้องปวดหัวกับการที่โครงการก่อสร้างล่าช้า เร่งโอนกรรมสิทธิ์ทั้งๆ ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี และไม่ต้องคอยกังวลว่าโครงการนั้นจะเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงผู้ซื้อสามารถตรวจสอบจนพอใจก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย

ข้อ 2. การประมาณต้นทุนทางการเงินส่วนบุคคลให้ได้ชัดเจน
    ข้อที่ดีสำหรับการรู้ราคาคอนโด ณ ขณะที่จะซื้อที่แน่ชัด คือเราสามารถประมาณการต้นทุนทางการเงินได้เอง โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะถ้าหากเป็นโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จดี การที่เราจะวางเงินจองไปก่นแล้วแต่ก็ยังไม่ได้โอนหรือเราจ่ายเงินเป็นก้อนในทันที เมื่อเรานั้นต้องการไปขอสินเชื่อในอีก 2-3 ปีข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจจะไม่ใช่เรทดอกเบี้ยเดิมที่เคยประมาณการเอาไว้ก็ได้ 

ข้อ 3. โปรโมชันแรงและดีกว่า
     ส่วนใหญ่แล้วโครงการ “คอนโดพร้อมอยู่” มักจะมีโปรโมชันที่ดีกว่าและแรงกว่า “คอนโดรอสร้าง” เพราะเมื่อสร้างคอนโดเสร็จ ด้วยกลไกทางการตลาด จะทำให้ผู้ประกอบการต้องการที่จะขายสินค้าให้เร็วที่สุด นั้นจะทำให้ในบางครั้งผู้ซื้อได้มีอำนาจต่อรองที่ค่อนข้างสูงกว่า ทั้งโปรโมชันที่แถมเฟอร์นิเจอร์, หรือฟรีค่าโอนฯ, แม้แต่ฟรีค่าจดจำนอง เพราะโครงการสร้างเสร็จจะเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมทางด้านการเงินหรือผู้ที่มีกำลังซื้อจริงๆ ณ เวลานั้น เนื่องจากจะเป็นการวางเงินจองและโอนกรรมสิทธิ์ได้เลยทันที ไม่ต้องมีการจ่ายเงินดาวน์เพื่อรอโครงการสร้างเสร็จ ดังนั้นโครงการจึงได้ออกโปรโมชันเพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อในบางส่วน เช่น ถ้าสามารถกู้ได้ 100% หรือ ฟรีค่าส่วนกลางได้ 1-3 ปี เป็นต้น

ข้อ 4. เปรียบเทียบคู่แข่งได้ชัดเจน
      โดยปกติแล้วก่อนที่ผู้ซื้อจะตัดสินใจจะซื้อ ย่อมต้องสำรวจตลาดและโครงการในบริเวณนั้นโดยรอบ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบทั้งด้านราคาและตัวสินค้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้เห็นกันแค่เพียง “ห้องตัวอย่าง” หรืออาจเป็นแค่ “ภาพจำลอง” เท่านั้น ทำให้การเปรียบเทียบและการตัดสินใจนั้นทำได้ด้ยากขึ้น ดังนั้นหากที่ดูเป็นสถานที่จริง สามารถสัมผัสได้จริง การเปรียบเทียบจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนมากกว่า และจะทำให้การตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ซื้อก็จะพอใจในสิ่งที่ได้เห็นในโครงการนั้นๆ

ข้อ 5. สาธารณูปโภคพร้อม ไม่ต้องจินตนาการตามโฆษณาในโบรชัวร์
   “ภาพบรรยากาศจำลอง” ที่ผู้ซื้อส่วนมากมักสงสัยกับคำนี้ ซึ่งนั้นก็คือภาพกราฟฟิคที่ได้จำลองภาพโครงการหลังสร้างเสร็จ และมันมักจะสวยเกินความเป็นจริงเสมอ ทำให้เมื่อโครงการได้สร้างเสร็จ บ้างก็เป็นเหมือนที่โฆษณาไว้ แต่ก็มีอีกมากก็ต่างจากใน “ภาพบรรยากาศจำลอง” อย่างฟ้ากับเหว การซื้อโครงการที่สร้างเสร็จแล้วนั้น สร้างความมั่นใจได้ว่า ผู้ซื้อนั้นจะได้คอนโดที่ท่ามกลางสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมตามที่เป็นจริงและสัมผัสได้

ข้อ 6. ซื้อแล้วปล่อยเช่าได้ทันที 
        อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกใจนักลงทุนมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคอนโดติดรถไฟฟ้า คงจะไม่มีนักลงทุนรายใดที่อยากจะจ่ายเงินลงทุนไปเรื่อยๆ โดยที่เรายังไม่มีรายรับเข้ามาเลย โดยเฉพาะนักลงทุนที่มักต้องการปล่อยเช่าระยะยาวด้วย หากซื้อโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จละก็ ช่วงที่รอการก่อสร้างเราต้องจ่ายเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ รอจนกว่าโครงการนั้นจะสร้างเสร็จจึงจะสามารถปล่อยเช่าได้ ซึ่งนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดใดหรือไม่มีผลตอบแทนนั่นเอง

สนใจ เช่าคอนโด

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คิดให้ดีก่อนจะเช่าคอนโด!!!


คิดให้ดีก่อนจะเช่าคอนโด  หรือคอนโดติดไฟฟ้า!!!

ริวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ ขอขอบคุณภาพจาก theagent.co.th


การคิดที่จะทำการเช่าห้องพักหรือเช่าห้องคอนโดนั้น เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ เพราะการเช่าห้องพักหรือเช่าคอนโดนั้นถือเป็นเรื่องที่จะทำให้เราสะดวกสะบายในหลายๆ อย่าง เช่นการเดิน ทาง เราะสามารถเช่าคอนดดใกล้สถานที่ทำงานหรือเรียนของเราได้ เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มีเงินก้อนใหญ่หรืองานสำคัญที่ได้เงินมากๆ เพราะการเช่าคอนโดนั้นเราไม่ต้องจ่ายเงินเยอะเหมือนซื้อ และถ้าแยากย้ายก็ไม่ต้องมาเสียดายถ้าซื้อไปแล้ว จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่งเลย สำหรับคนที่กำลังหาที่อยู่ ในตอนนี้ 


แต่ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีเท่านั้น วันนี้เลยได้ลองตั้งกระทู้ อยากให้ลองคิดกันก่อนที่จะเช่าคอนโดในราคาที่ค่อนข้าแพงต่อเดือน ซึ่งในบางที่อาจแพงจนเกินไป ไม่เหมาะสม เราเลยอยากจะมานำเสนอวิธีในการเลือกเช่าว่ามความเหมาะสมกับราคาหรือไม่ และควรเช่าแบบใหนจะมีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยเราได้แยกมาเป็นข้อๆ ตามนี้
1 ทำเล
ทำเลเป็นสิ่งที่เราควรคิดเป็นอย่างแรก ๆ เพราะคนที่ต้องการจะเช่าคอนโดส่วนใหญ่ จะมีความต้องการในการเดินทางที่สะดวกจึงเลือกเช่าคอนโดที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ นี้ซึ่งมันก็มีให้เช่ามากมายหลายแบบ ตามแต่ความต้องการของเราเลยก็ว่าได้ แต่ ในบางครั้งทำเลที่เราจะเช่านั้นก็จะมีราคาที่ค่อนข้างแพง เพราะอยู่ในเขตที่มีความเจริญ พวก คนโดติดรถไฟฟ้า สายต่างๆ เป็นต้น จะมีราคาที่แพงมาก เกินความจำเป็น เราก็ควนหลีกเลี่ยงเขตเหล่านั้น ให้บามาใกล้ขึ้นสัก 800 ม. เพาะคอนโดที่ไกลออกมานิดหน่อยก็จะมีค่าเช่าที่ถูกลงมากพอสมควร เราควรสำรวจเส็นทางให้ดีว่าในเวลาเช้าและเย็นการจราจรเป็นยังไง รถติดมากมั้ย มีรถเมวิงผ่านเยอะมั้ย หรืออาจใช้รถอื่นในการเดินทางได้มั้ย เช่น มอไซวิน หรือ ตุ๊กตุ๊ก นั้นเอง ก็จะทำให้เราได้ทางเลือกใหม่ๆ ที่อาจใช้เวลาเดนทางเท่ากับคอนโดใกล้ๆ แต่ราคาต่างกันอย่างมาก ก็ได้คะ

2 ที่จอดรถ
หาเราเป็นคนที่มีรถใช้ในการเดินทาง ก็เป็นอีกเรื่องที่จะต้องดู เพราะรถของเรานั้นจะต้องจอดในคอนโดให้ได้ ไม่สมควรไปหาที่จอดด้านนอกเอง หรือเสียค่าบริการจอดรถเพิ่มจากภายนอก เราจึงจะควรศึกษาที่จอดรถให้ดีว่ามีมากพอมั้ย สามารถจอดได้กี่คน และในทุกๆ  วันมีจอดประมาณกี่คน เพื่อเป็นตัวเลือกในการที่เราจะเช่าคอนดดนั้นอีกทางหนึ่งคะ

3 สภาพแวดล้อมดี
รอบๆ คอนโดของเราไม่ควรจะ แหล่งมัวซุมหรือ ทางเปรียว เพราะการทำงานนั้นอาจมีบางวันที่เราต้องกลับดึก กรรเดินทางกลับนั้นควรจะปลอดภัย ทำให้เราอุ่นใจ นอกจากนี้ควรจะมีส่วนสาธราณะเป็นสถานที่พักผ่อน ไม่ใกล้กับสิ่งที่มีเสียงดังในกรณีที่เราอยู่ห้องไม่สูงนั้นเอง เพื่อให้เราได้พักผ่อนหลังจากทำงานให้เต็มที่คะ

4 รายละเอียดเกี่ยวกับคอนโด
ควรหาข้อมูลของคอนโดที่เราจะเช่าว่า เคยมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง และคนอที่พักอาศัยยังอยู่อาศัยกันจริงมั้ย มีระบบรักษาความปลอดภัยดีมั้ย เคยเกิดคดีอะไรมั้ย เพราะการที่เราจะอยู่ไดเอย่างสบายใจเราควรมั่นใจแล้วว่าคอนโดที่เร่าจะเช่านั้นมีความปลอดภัยมาก พอที่เราจะไว้ใจได้ และไม่เคยมีประวัติไม่ดีในด้านต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือก และเป็นการระวังภัยให้ตนเอง

5 เช็คบิลต่างๆ 
ควรจะถามหรือดูให้แน่ใจว่าบิลต่างๆ ของห้องได้ถูกชำระแล้วจริง ไม่ใช่มาให้เราชำระหลังจากมาเช่า โดยที่เราไม่ได้ใช้งาน เช่นบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เนต เป็นต้น เพราะของเราหล่านี้บางครั้งอาจมีการค้างชำระจ่ายของงวดก่อนเรา และมาให้เราเป็นคนรับผิดชอบต่อโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไร เราจึงควรเช็คให้ดีก่อนว่าบิลนั้นได้ชำระครบถ้วนดีแล้วหรือไม่

6 ค่าเช่าเหมาะสม
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ค่าเช่านั้นควรจะเเหมาะสมกับสถานที่ตั้ง และสภาพของห้องที่จะเช่า โดนในเรื่องนี้เราจะสามารถเช็คได้จากราคาของการเช่าคอนโดในเขตใกล้เคียง หรืออาจเช็คจากบ้านเช่ารอบๆ และอพาตเม้นว่า การเช่าคอนโดของเรานั้นคุ้มจริงหรือไม ไม่ควรคิดเองว่าคุ้มแต่ควรสำรวจราคารอบๆ เพื่อความแน่ใจ ซึ่งบางครั้งในขณะที่สำรวจเราก็จะได้เจอกับคอนโดที่ดีกว่าหรือบ้านเช่าที่ราคาต่ำก็ได้

7 กฏระเบียบคอนโด
เราควรจะสอบถามเรื่องนี้ด้วย ว่าคอนโดนี้มีกฏระเบียบอย่างเไร เช่นการเลี้ยงสัตว์ ในหลายๆ คอนอาจเป็นคนชอเลี้ยงสัตว์และต้องการนำสัตว์ที่เรารักไปเลี้ยงด้วยแต่กับเป็นว่าไม่สามารถเลี้ยงได้ จึงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เพราะเมื่อเราทำสัญญาเช่าแล้วก็จะต้องอยู่ให้ครบก่อน เมื่อจะย้ายก็ไม่ได้สัตว์ที่เราเลี้ยวงก็เอามาด้วยไม่ได้ก็จะเป็นปัญหาใหญ่ เราจึงควรตรวจสอบให้ดีก่อนจะทำสัญญาเช่า ถึงกฏระเบียบต่างๆ 

8 พิจารณาสัญญาเช่าก่อนเซ็น
ก่อนที่จะลงมือเซ็นสัญญาอะไรก็แล้วแต่ที่เกกี่ยวเนื่องกับการเช่าคอนโดควรอ่านให้ดีก่อนว่ามีอะไรที่เกินกว่าที่ตกลงกันไว้หรือไม่ หรือมีอะไรที่สัญญาเขียนไม่ชัดเจนก็ควรสอบถามให้เข้าใจเพื่อเป็นการตรวจสอบความแน่ใจว่าจะไม่ถูกโกงหรืออาจเป็นการเตรียมพร้อมต่างๆ เช่น ในสัญญาอาจจะต้องจ่าค่าอะไรเพิ่มในแต่ละเดือนเอง ถ้าเราไม่อ่านอาจะะไม่รู้ว่ามันคือค่าอะไร และจ่ายไปทำไม เป็นต้น เราจึงควรดูให้ดีก่อนเซ็น ว่ากำหนดการถูกมั้ย จำนวนวันถูกมั้ย ราคาถูกต้อมั้ย และรายละเอียดอื่นเป็นไปตามที่เราได้ตกลงกันไว้หรือเปล่า และจึงค่อยลงมือเซ็น คะ