แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่อเติม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่อเติม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 รอยร้าวของบ้านทาวน์เฮ้าส์ รู้ก่อนจะสายไป

10 รอยร้าวของบ้านทาวน์เฮ้าส์ รู้ก่อนจะสายไป


หลายๆ คนที่ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ใหม่อาจจะเคยเจอปัญหากวนใจมากมาย แต่ที่จะเจอได้บ่อยก็คงจะเป็น "รอยร้าว" ของผนังและเพดาน วันนี้ จึงจะขอนำแนวคิดดีๆ จากหนังสือ "ชนิดของรอยร้าว" ผู้จัดทำคือ "คณะอนุกรรมการคลินิกช่าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์"คะ มาฝากให้พวกเราดูเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น และรีบหาทางแก้ไขได้ทัน หรือซ่อมแซมกันต่อไปคะ โดยรอยร้าวนั้นแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้
รอยร้าวที่เกิดจากจากวัสดุเสื่อมคุณภาพ
รอยร้าวที่เกิดจากจากโครงสร้างรับน้ำหนักบรรทุกเกินกำลัง
รอยร้าวที่เกิดจากจากการทรุดตัวจากฐานราก
รอยร้าวที่เกิดจากวัสดุเสื่อมคุณภาพ
ข้อ 1. รอยแตกลายงาที่ผนัง
จะเกิดจากปูนฉาบสูญเสียน้ำไป หรืออาจระเหยออกอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะอิฐก่อนั้นดูดซับน้ำมาก เพราะอุณหภูมิภายนอกสูง หรือทรายที่ผสมอยู่มีส่วนผสมของฝุ่นมากเกินไป จะทำให้ผนังเกิดการไม่ยึดตัวได้ และเกิดรอยแตกลายงาคะ รอยร้าวประเภทนี้จะไม่เกิดอันตรายใดกับตัวโครงสร้าง จึงจะมีผลแค่ด้านความสวยงามบนผนังคะ การซ่อมแซมให้ลองเคาะผนังเพื่อตรวจสอบถึงการยึดเกาะของปูน หากเคาะแล้วไม่ได้ยินเสียงทึบ ขอแนะนำให้สกัดและฉาบใหม่เลยคะ
ข้อ 2. รอยแตกร้าวจนถึงเหล็กเสริม
จะเกิดจากเหล็กเสริมเป็นสนิม หรืออาจเป็นเพราะคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมหนาน้อยมากเกินไป หรืออยู่ในสภาพที่ชุ่มน้ำ และแห้งสลับกันบ่อยๆ หรืออาจเป็นเพราะคุณภาพของคอนกรีตไม่ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ หากเกิดรอยร้าวประเภทนี้ ควรรีบติดต่อวิศวกรเพื่อมาตรวจสอบคะ เพราะจะมีผลต่อโครงสร้างอาคาร และอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้นั้นเองคะ
รอยร้าวเนื่องจากโครงสร้างรับน้ำหนักบรรทุกเกินกำลัง
ข้อ 3. รอยแตกร้าวช่วงกลางคาน
รอยร้าวนี้จะเกิดขึ้นช่วงใต้ท้องคาน หรือคือบริเวณช่วงกึ่งกลางความยาวมีจะลักษณะเป็นรูปตัวยู คือจะแตกจากด้านล่าง และต่อเนื่องในแนวดิ่งทั้งสองด้านเลยคะ โดยรอยแตกด้านล่างจะยาวกว่าด้านข้างคะ และเมื่อแอ่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ รอยร้าวจะเกิดเพิ่มขึ้นเป็นหลายแนวที่มักจะขนานกัน มีลักษณะเป็นปล้องๆ และจะเพิ่มเป็นคู่ๆ ขนาบรอบรอยแตกที่เกิดเริ่มแรกะ หากเราพบรอยร้าวลักษณะนี้ ให้รีบย้ายสิ่งของที่อยู่เหนือบริเวณรอยร้าวออกมาโดยเร็วที่สุดเพื่อที่ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุคะ
ข้อ 4. รอยแตกร้าวปลายคาน
รอยร้าวนี้จะเริ่มเกิดขึ้นที่ด้านบน และจะแตกร้าวลงด้านข้างของคาน ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้งแนวดิ่งและแนวเฉียงก็ได้ นอกจากนี้ มันยังอาจมีการแตกร้าวในที่มีลักษณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งทั่วไปรอยร้าวที่ปลายคาน มักจะเกิดขึ้นภายหลังจากเกิดรอยร้าวที่กลางคานแล้ว
ข้อ 5. รอยร้าวท้องพื้นชนิดเสริมเหล็กทั้งสองทาง
หากเพดานที่ไม่มีคาน รอยร้าวอาจจะเกิดขึ้นได้ที่เพดานช่วงกลางคะ และจะร้าวเฉียงบริเวณกึ่งกลางเพดานเข้าหามาหาเสามุมทั้ง 4 มุม อาจเกิดให้เห็นทั้ง 4 รอยหรือน้อยกว่าก็ได้
ข้อ 6. รอยร้าวท้องพื้นชนิดเหล็กเสริมทางเดียว
รอยร้าวที่จะเกิดขึ้นบริเวณกลางเพดาน ซึ่วเป็นเส้นตั้งฉากกับแนวเหล็กเสริมเพดาน คะ
ข้อ 7. รอยร้าวขอบพื้นด้านบน
เมื่อพื้นเริ่มแอ่นตัวเพราะรับน้ำหนักเกินกำลัง มักจะเกิดรอยร้าวที่พื้นบริเวณขอบคานทั้ง 4 ด้านและที่มุมเสาด้วยคะ รอยร้าวดังกล่าวนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยคะ หากเจอรอยร้าวแบบนี้ ควรรีบเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีน้ำหนักทั้งหมดมาออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
รอยร้าวที่้เกิดจากการทรุดตัวของฐานราก
ข้อ 8. รอยแตกร้าวนี้จะเป็นแนวเฉียงบริเวณกลางผนัง
อาจเจะกิดขึ้นหลายเส้นขนานกันคะ โดยรอยแตกนั้นแต่ละเส้นจะมีความกว้างตรงกลางเส้นมากกว่าที่ปลายคะ จากนั้นจะกว้างและยาวขึ้นเรื่อยๆ ถ้าฐานรากไม่มั่นคงและยังคงทรุดตัวต่ออย่างเนื่อง หากลากเส้นตั้งฉากกับรอยแตกร้าวแล้ว ปลายเส้นด้านชี้ลงดินจะเป็นตัวชี้ว่าให้ว่า ฐานรากด้านนั้นได้เกิดการทรุดตัว สาเหตุอาจจะเกิดจากการทรุดตัวของฐานรากคะ เราควรรีบติดต่อผู้เชี่ยวชาญให้รีบแก้ไขโดยเร่งด่วนคะ
ข้อ 9. รอยร้าวที่ผิวบนของพื้นบริเวณคาน
รอยร้าวประเภทนี้นั้น มักจะอยู่บนบริเวณพื้นโดยและจะเกิดเพียงด้านใดด้านหนึ่ง โดยรอยแตกจะขนานกับแนวยาวของคาน สาเหตุนั้นเกิดจากฐานรองรับเสาด้านตรงข้ามเกิดทรุดตัวคะ ควรรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วนคะ
ข้อ 10. รอยร้าวที่เสา
เสาต้นที่วางอยู่บนของฐานรากที่ทรุดตัวน้อย หรือไม่ทรุดตัวเลยนั้น จะถูกดึงรั้งจากฐานรากที่ทรุดตัวลงมากจนเกิดการโก่งงอได้ และจะเกิดรอยร้าวแนวนอนหลายแนวในเวลาต่อมาด้วย โดยมีลักษณะคล้ายไม้บรรทัดพลาสติกที่ได้ถูกดัดให้โค้งงอ ด้านหนึ่งนั้นจะแตกเป็นปล้องๆได้คะ แนวนอนในลักษณะเดียวกันคะ และโดยทั่วไป เสาที่จะวางบนฐานรากที่ทรุดตัวจะไม่แตกร้าว จะทำให้สามารถวิเคราะห์หาตำแหน่งของฐานรากที่ทรุดตัวลงได้
สุดท้ายนี้ ก็จะขอคำแนะนำอย่างหนึ่งของคณะอนุกรรมการคลินิกช่างนั้นก็คือคือ เมื่อพบรอยร้าวในอาคารก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบซ่อมทันทีได้ โดยให้เราทำการติดตามตรวจสอบรอยร้าวดังกล่าวว่า มีความยาว หรือความกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ หากพบว่ามีความยาวเพิ่ม และความกว้างเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ก็จะถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายแล้ว ให้ทำการนีบแจ้งวิศวกรเข้ามาตรวจสอบปัญหา และแก้ไขโดยเร็วที่สุดได้เลย ดังนั้น ไม่ว่าเราจะพบรอยร้าวประเภทไหนก็ควรจะศึกษาหาต้นเหตุไว่กก่อน และเรากจะสามารถแก้ไขได้คะ เพื่อจได้ทำให้บ้านทาวน์เฮ้าส์จะได้อยู่กับเราต่อไปนานๆ คะ

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กฎหมายที่คนคิดจะต่อเติม ทาวน์เฮ้าส์ ควรรู้



กฎหมายต่อเติม ทาวน์เฮ้าส์


ใครๆ หลายคนที่ซื้อบ้านจัดสรร หรือทาวน์เฮ้าส์แล้วมักจะอยากต่อเติมเพราะต้องการที่จะมีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลังครัวของทาวน์เฮ้าส์นี่ถือว่าเป็นที่ยอดนิยมเลยก็ว่าได้ จริงๆ แล้วการต่อเติมพวกนี้จะมีกฎหมายควบคุมอยู่นะคะ ซึ่งบางคนอาจจะไม่ทราบ หรือมองข้ามมันไป วันนี้ เรามาจะดูกันคะว่า กฎพื้นฐานที่เราควรจะต้องรู้ในการต่อเติมพวกนี้นั้นมีอะไรกันบ้าง
ขอบคุณภาพาจาก http://anekonline.com/ 
เรามาดูกันก่อนว่าอย่างไหนที่จะเรียกได้ว่า "ต่อเติม" ? ซึ่งเวลาเราคุยกับช่าง หรือผู้รับเหมานั้น เรามักจะใช้ภาษาที่ง่ายๆ ว่า "ต่อเติมบ้าน" แต่ตามใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร จะใช้คำว่า "ดัดแปลง" ซึ่งจะกินความหมายกว้างกว่าต่อเติม และถ้าหากการต่อเติมของเราเข้าถึงเกณฑ์ของคำว่า "ดัดแปลง" ใน พ.ร.บ. นี้แล้ว เราก็จะต้องทำตามหลักเกณฑ์ที่ได้พูดถึงต่อจากนี้ ซึ่งคำว่า "ดัดแปลง" ตาม พ.ร.บ. นี้จะคือ "การเปลี่ยนแปลงต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยายซึ่งจะลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก ในเนื้อที่ของโครงสร้างอาคารหรือส่วนต่างๆ ของอาคาร ที่ได้ก่อสร้างไว้แล้วให้ผิดไปจากเดิม" ดังนั้น การที่ต่อเติมที่หลายคนทำกัน คือการต่อเติมครัวที่อยู่ด้านหลังทาวน์เฮ้าส์ จึงถือว่าเป็นการดัดแปลงตามใน พ.ร.บ. ควบคุมอาคารเสมอคะ

ในการจะ ดัดแปลง หลักคือจะต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของเรื่องนี้เลยคือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ตามมาตรา 21 และ 39 ทวิ) สรุปได้ว่าการดัดแปลงอาคารนั้นจะต้อง 
1. ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ

2. ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นพร้อมกับยื่นแบบแปลน ชื่อของสถาปนิกและวิศวกรที่ออกแบบ หรือทำการควบคุมงานให้เจ้าพนักงานนั้นทราบ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นต่างๆ ซึ่งเราจะพูดถึงในหัวข้อต่อจากนี้ซึ่งคำว่า "อาคาร" นั้นจะรวมไปถึงบ้านจัดสรร ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ทั้งหมดเลยคะ

เราจะไปขออนุญาตจากใคร ? คำตอบคือเราต้องไปขอ หรือแจ้งเรื่องการ ดัดแปลงอาคาร กับเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ที่บ้าน หรือทาวน์เฮ้าส์ของเราตั้งอยู่คะ คือถ้าตั้งอยู่ในเขต กทม. ก็ให้ขอ หรือทำการแจ้งผู้ว่าราชการของกรุงเทพมหานครโดยเดินเรื่องผ่านทางสำนักงานเขต กทม. ที่อาคารของเราตั้งอยู่ หรือถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ให้ขอ หรือทำการแจ้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นๆ โดยเดินเรื่องผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเอง

จะมี 5 ข้อยกเว้นที่เราไม่ต้องขออนุญาต ในการต่อเติมบางเรื่องเป็นเรื่องของการซ่อมแซม หรืออาจเป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งกฎหมายก็จะอนุโลมว่าไม่ต้องขอ หรือแจ้งเจ้าพนักงานคะ ซึ่ง 5 เรื่องที่เป็นข้อยกเว้นนั้น ที่จะสามารถทำได้เลยเป็นดังต่อไปนี้ (เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 พ.ศ. 2528)

1. ในการขยาย (หรือลด) เนื้อที่ของในพื้นชั้นใดชั้นหนึ่งรวมกันในขนาดไม่เกิน 5 ตร.ม. และไม่มีการเพิ่ม (หรือลด) จำนวนเสาหรือคานในอาคารนั้น

2. ในการขยาย (หรือลด) เนื้อที่ของหลังคาให้มีเนื้อที่มากขึ้นในขนาดรวมกันไม่เกิน 5 ตร.ม. และไม่มีการเพิ่ม (หรือลด) จำนวนเสาหรือคานในอาคารนั้น

3. ในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร (เช่น เสา คาน ฐานราก) และโครงสร้างที่ไม่ใช่คอนกรีตเสริมเหล็ก หรือคอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างที่เป็นรูปพรรณ โดยในการเปลี่ยนแปลงนั้นใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิมที่เป็นอยู่ ดังนั้น ถ้าโครงสร้างอาคารที่ของเราเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือคอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างที่เป็นรูปพรรณ เราจะต้องขอ หรือแจ้งกับเจ้าพนักงานเสมอ แม้ขนาด จำนวน วัสดุ หรือชนิดเสา หรือคานที่เป็นโครงสร้างนั้นจะไม่เปลี่ยนก็ตาม

4. ในการเปลี่ยนส่วนใดๆ ก็ตาม ในอาคารที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร (เช่น ประตู ฝ้าเพดาน พื้น ผนัง) โดยเราใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นซึ่งก็ไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างของอาคารเดิมเกิน 10% ของน้ำหนักเดิมทั้งหมด (ซึ่งการในคำนวณกรณีแบบนี้ เราอาจจะต้องให้วิศวกรเข้ามาช่วย)  

5. ในการเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยายซึ่งมีลักษณะ ขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก หรือในเนื้อที่ส่วนใดๆ ก็ตามภายในบ้านที่มันไม่ใช่ส่วนที่เป็นโครงสร้างอาคาร (เช่น ประตู ฝ้าเพดาน พื้น ผนัง) และในการดำเนินการพวกนี้เราไม่ได้ไปเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของโครงสร้างอาคารเดิมทั้งหมด (ซึ่งการในคำนวณกรณีแบบนี้ เราอาจจะต้องให้วิศวกรเข้ามาช่วย)

แต่ถ้าเราไม่ทำตาม จะเกิดอะไรขึ้นหรอ ? ถ้าการต่อเติมของเราต้องไปขออนุญาต หรือต้องไปแจ้งกับเจ้าพนักงาน แต่เรากลับไม่ทำ หรือเราได้รับอนุญาตในการดัดแปลงแล้ว แต่ในเวลาต่อเติมจริง เรากลับต่อเติมไม่เหมือนกับที่ได้รับอนุญาตไว้ หรือจากแบบแปลนที่เราได้ยื่นขอไป  เราอาจมีโทษดังนี้ครับ

โทษในการทำการผิดในการดัดแปลงอาคาร คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือจะปรับไม่เกิน 60,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และยังมีการปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดในเวลาที่เรายังฝ่าฝืน หรือจนกว่าเราจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (เป็นไปตฟามมาตรา 31 และ 65 พรบ.ควบคุมอาคาร)

นอกจากนี้ ถ้าเพื่อนบ้านหลังติดกันกับเราและเราทำผิดกฎหมาย เพื่อนบ้านเราตามกฎหมายถือว่าเป็นผู้เสียหายได้ และมีการร้องเรียน หรือเจ้าพนักงานพบเจอว่าเรานั้นต่อเติมไม่ถูกต้อง หรือเราไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เจ้าพนักงานก็จะมีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของบ้าน หรือช่างที่ก่อสร้างระงับการก่อสร้างได้ แต่ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ ก็จะะสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขออนุญาต หรือทำการแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดได้ หรือถ้าจะเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้อีกแล้ว หรือผู้เป็นเจ้าของบ้านไม่ยอมแก้ไขตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก็อาจจะโดนสั่งให้รื้อถอนอาคารนั้นทั้งหมดได้ หรืออาจแค่บางส่วนภายในเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนดได้  (เป็นไปตามมาตรา 40, 41 และ 42 พรบ.ควบคุมอาคาร) แต่ถ้ายังดื้อไม่ทำตามคำสั่งเจ้าพนักงานเหล่านี้อีก เราก็จะมีโทษเพิ่มอีกคือจะจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และจะมีการปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 30,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังเราฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่เข้าหน้าที่สั่งฟ (ตามมาตรา 67 พรบ.ควบคุมอาคาร) 


>>>>>>>>-----เช่าคอนโด------<<<<<<<<