แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อคอนโด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อคอนโด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ข้อดีของการซื้อคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว

ข้อดีของการซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า ที่สร้างเสร็จแล้ว


คอนโดติดรถไฟฟ้า

การซื้อบ้านหรือคอนโดนั้น นับว่าเป็นทรัพย์สินที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่มาก และยิ่งหากเป็นโครงการใหม่ที่ยังทำการก่อสร้างไม่เสร็จ โดยผู้ซื้อนั้นจะต้องวางเงินจองไปทั้งๆที่เรายังไม่ได้เห็นของจริง นับว่ามันเป็นความเสี่ยงสูงหากโครงการพวกนั้นๆสร้างไม่เสร็จตามที่ระบุได้เอาไว้ ทั้งระยะเวลาและรวมถึงความสมบูรณ์แบบของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือในบางโครงการอาจจะถูกระงับกลางคันเนื่องจากไม่ผ่าน EIA และทำให้เกิดเป็นปัญหาฟ้องร้องกันในภายหลัง

หากในตอนนี้หลายท่านกำลังสำรวจโครงการเพื่อทำการเปรียบเทียบ การได้เข้าไปดูโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และได้เห็นของจริงนั้นจะช่วยให้การตัดสินใจเร็วขึ้น และยังทำให้เกิดผลประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ผู้ที่ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายได้เริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ “โครงการสร้างเสร็จก่อนขาย” เพื่อปิดช่องว่างของความกังวลของผู้ซื้อที่กลัวว่าอาจจะไม่ได้คอนโด ตามที่ได้โฆษณาเอาไว้ ไม่เพียงแค่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อเท่านั้น การทำแบบนี้ยังแต่ยังส่งผลดีกับผู้ประกอบการอีกด้วย โดย “จะเป็นการช่วยลดงบการตลาดและยังลดปัญหาลูกค้าที่กู้ไม่ผ่านได้ดี เนื่องจากการซื้อโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนนั้น ลูกค้าจะต้องมีความพร้อมทางการเงินเท่านั้น” อีกทั้งยังจะเป็นการเสนอ supply ที่สนองตอบ demand ของในตลาดที่แท้จริงได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ซื้อนั้นเราก็มักจะมองว่าการเลือกซื้อโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่นั้น มีข้อได้เปรียบมากกว่าโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งลองนับข้อดีก็ได้ถึง 6 ข้อดังนี้

ข้อ 1. ซื้อแล้วเข้าอยู่ได้เลย
      นับเป็นข้อที่ได้เปรียบที่เด่นที่สุดของการซื้โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่เลยก็ว่าได้ คือเราไม่ต้องรอสร้างเสร็จแล้วค่อยโอนกรรมสิทธิ์ แต่พอผู้ซื้อสามารถจ่ายเงินแล้วเข้าอยู่ได้ในทันที และไม่ต้องปวดหัวกับการที่โครงการก่อสร้างล่าช้า เร่งโอนกรรมสิทธิ์ทั้งๆ ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จดี และไม่ต้องคอยกังวลว่าโครงการนั้นจะเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงผู้ซื้อสามารถตรวจสอบจนพอใจก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย

ข้อ 2. การประมาณต้นทุนทางการเงินส่วนบุคคลให้ได้ชัดเจน
    ข้อที่ดีสำหรับการรู้ราคาคอนโด ณ ขณะที่จะซื้อที่แน่ชัด คือเราสามารถประมาณการต้นทุนทางการเงินได้เอง โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะถ้าหากเป็นโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จดี การที่เราจะวางเงินจองไปก่นแล้วแต่ก็ยังไม่ได้โอนหรือเราจ่ายเงินเป็นก้อนในทันที เมื่อเรานั้นต้องการไปขอสินเชื่อในอีก 2-3 ปีข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจจะไม่ใช่เรทดอกเบี้ยเดิมที่เคยประมาณการเอาไว้ก็ได้ 

ข้อ 3. โปรโมชันแรงและดีกว่า
     ส่วนใหญ่แล้วโครงการ “คอนโดพร้อมอยู่” มักจะมีโปรโมชันที่ดีกว่าและแรงกว่า “คอนโดรอสร้าง” เพราะเมื่อสร้างคอนโดเสร็จ ด้วยกลไกทางการตลาด จะทำให้ผู้ประกอบการต้องการที่จะขายสินค้าให้เร็วที่สุด นั้นจะทำให้ในบางครั้งผู้ซื้อได้มีอำนาจต่อรองที่ค่อนข้างสูงกว่า ทั้งโปรโมชันที่แถมเฟอร์นิเจอร์, หรือฟรีค่าโอนฯ, แม้แต่ฟรีค่าจดจำนอง เพราะโครงการสร้างเสร็จจะเหมาะกับผู้ที่มีความพร้อมทางด้านการเงินหรือผู้ที่มีกำลังซื้อจริงๆ ณ เวลานั้น เนื่องจากจะเป็นการวางเงินจองและโอนกรรมสิทธิ์ได้เลยทันที ไม่ต้องมีการจ่ายเงินดาวน์เพื่อรอโครงการสร้างเสร็จ ดังนั้นโครงการจึงได้ออกโปรโมชันเพื่อลดภาระและค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อในบางส่วน เช่น ถ้าสามารถกู้ได้ 100% หรือ ฟรีค่าส่วนกลางได้ 1-3 ปี เป็นต้น

ข้อ 4. เปรียบเทียบคู่แข่งได้ชัดเจน
      โดยปกติแล้วก่อนที่ผู้ซื้อจะตัดสินใจจะซื้อ ย่อมต้องสำรวจตลาดและโครงการในบริเวณนั้นโดยรอบ เพื่อเป็นการเปรียบเทียบทั้งด้านราคาและตัวสินค้าด้วย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้เห็นกันแค่เพียง “ห้องตัวอย่าง” หรืออาจเป็นแค่ “ภาพจำลอง” เท่านั้น ทำให้การเปรียบเทียบและการตัดสินใจนั้นทำได้ด้ยากขึ้น ดังนั้นหากที่ดูเป็นสถานที่จริง สามารถสัมผัสได้จริง การเปรียบเทียบจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนมากกว่า และจะทำให้การตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ซื้อก็จะพอใจในสิ่งที่ได้เห็นในโครงการนั้นๆ

ข้อ 5. สาธารณูปโภคพร้อม ไม่ต้องจินตนาการตามโฆษณาในโบรชัวร์
   “ภาพบรรยากาศจำลอง” ที่ผู้ซื้อส่วนมากมักสงสัยกับคำนี้ ซึ่งนั้นก็คือภาพกราฟฟิคที่ได้จำลองภาพโครงการหลังสร้างเสร็จ และมันมักจะสวยเกินความเป็นจริงเสมอ ทำให้เมื่อโครงการได้สร้างเสร็จ บ้างก็เป็นเหมือนที่โฆษณาไว้ แต่ก็มีอีกมากก็ต่างจากใน “ภาพบรรยากาศจำลอง” อย่างฟ้ากับเหว การซื้อโครงการที่สร้างเสร็จแล้วนั้น สร้างความมั่นใจได้ว่า ผู้ซื้อนั้นจะได้คอนโดที่ท่ามกลางสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมตามที่เป็นจริงและสัมผัสได้

ข้อ 6. ซื้อแล้วปล่อยเช่าได้ทันที 
        อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกใจนักลงทุนมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะคอนโดติดรถไฟฟ้า คงจะไม่มีนักลงทุนรายใดที่อยากจะจ่ายเงินลงทุนไปเรื่อยๆ โดยที่เรายังไม่มีรายรับเข้ามาเลย โดยเฉพาะนักลงทุนที่มักต้องการปล่อยเช่าระยะยาวด้วย หากซื้อโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จละก็ ช่วงที่รอการก่อสร้างเราต้องจ่ายเงินดาวน์ไปเรื่อยๆ รอจนกว่าโครงการนั้นจะสร้างเสร็จจึงจะสามารถปล่อยเช่าได้ ซึ่งนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดใดหรือไม่มีผลตอบแทนนั่นเอง

สนใจ เช่าคอนโด

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

10 อย่างที่จะต้องจ่าย เมื่อซื้อคอนโดใหม่


สิ่งที่จะต้องจ่าย เมื่อซื้อ คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดราคาถูก


ภาพและเนื้อหาจาก http://home.sanook.com/

         ในตอนนี้ การซื้อคอนโดนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็น คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดราคาถูก หรือคอนโดต่างๆ ก็ง่ายขึ้นเพราะความต้องการหากำไรของเจ้าของโครงการจึงแทบจะทำทุกอย่าไว้รอเราเพื่อไปจ่ายเงิน เราจึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก็สามารถเป็นเข้าของคอนโดได้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องรู้ไว้ คือสิ่งที่เราต้องจ่ายในการซื้อคอนโดสักแห่ง นั้น มีดังนี้

         1. เงินจอง จ่ายครั้งเดียว เงินจองนั้นจะอยู่ที่ปะมาณหลักพัน หรือถ้าเป็นคอนโดแพงๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่น ซึ่งแล้วแต่ละคอนโดนั้นเอง

         2. เงินทำสัญญา จ่ายครั้งเดียว เมื่อเราได้จ่ายเงินจองเรียบร้อยแล้ว 7-14 วันต่อมา จะได้ทำ สัญญาซื้อขาย ซึ่งจะจ่ายอีกรอบหนึ่งและจะมากกว่าเงินที่จ่ายค่าจอง
3. เงินดาวน์ แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ในปัจจุบัน ธนาคารแห่งชาติ ได้กำหนดให้ธนาคารพานิชย์ต่างๆ ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโด ได้ในสัดส่วน LTV ไม่เกิน 90% ของทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจึงควร ดาวน์ขั้นต่ำ 10% เป็นอย่างน้อย โดยจะรวมต่าเงินจองและเงินทำสัญญาด้วย

         4. ค่าประเมินราคาห้องชุด จ่ายครั้งเดียว โดยจะทำการจ่ายในวันที่เราไปทำเรื่องยื่นกู้ให้ธนาคารที่เรากู้ โดยจะอยู่ที 2,000 - 3,000 บาท ต่อการประเมินหนึ่งครั้ง โดยถ้าเรายื่นกู้ไม่ผ่านก็ไม่ได้เงินคืน

         5. ค่าจดทะเบียนจำนอง จ่ายครั้งเดียว จ่ายในมูลค่า 1% ของที่จดจำนอง โดยจะทำการจ่าในวันที่โอนกรรมสิทธิ์ โดยจะไปชำระให้สำนักงานที่ดิน เพื่อเป็นการเอาคอนโดค้ำประกันหนี้ให้กับธนาคารนั้นเอง

         6. ค่าธรรมเนียมการโอน จ่ายครั้งเดียว  จ่ายในมูลค่ 2% ของราคาประเมินจากกรมที่ดิน  ซึ่งเราจะต้องไปจดทะเบียนกับสำนักงานที่ดิน และในส่วนหใหญ่ผู็ขายและผู็ซื้อจะออกกันคนละ 50% หรือจะแล้วแต่การตกลง

         7. เงินกองทุนสำรองส่วนกลาง จ่ายครั้งเดียว เงินกลองกลางที่จะต้องจ่ายเพื่อเป็น กองทุนสำรอง เพื่อจะได้ใช้บริหารระยะยาว ในการจัดการต่างๆ ซึ่งจะต่างกันออกไปตามราคาของห้องนั้นๆ 

         8. ค่าเบี้ยงประกันอัคคีภัย ส่วนใหญ่ตจะจ่ายเป็นปี แต่บางที่ก็ต่างออกไป ถ้าเราของกู้จากธนาคาร ธนาคารส่วนใหญ๋จะให้เราทำประกันอักคคีภัยห้องชุดมาด้วย โดยเราจะต้องเปนคนจ่ายเบี้ยประกันแต่ธนาคารจะเป็นคนรับผลประโยชน์ ถ้าเกิดเหตุอัคคีภัย ประกันจะทำการจ่ายให้ธนาคารเพื่อไปตัดหนี้ที่เราค้างจ่ายอยู่
 
         9. ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า - น้ำ จ่ายครั้งเดียว โดยโครงการจะจ่ายค่ามิเตอร์ต่างๆให้เราก่อนและมาเรียกเก็บทีหลัง โดยจะอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท

         10. ค่าประกัยภัยอาคาร แล้วแต่ว่าแต่ละโครงการจะมีนโยบายในการจ่ายแบบใหน จะจ่ายตามราคาห้องของแต่ละห้องเช่นเดียวกัน


วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

5 อันดับ ทำเล "คอนโดติดรถไฟฟ้า" ทำกำไร ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

5 อันดับ ทำเล "คอนโดติดรถไฟฟ้า" ที่ทำกำไร



ขอบคุณเนื้อหาบ่างส่วน และ ภาพ จาก http://terrabkk.com/


              ในภาวะที่ราคาคอนโดติดรถไฟฟ้านั้นมีการปรับราคาสูงขึ้นเรื่อย และยังสูงมากกว่าทำเลอื่นๆ แล้วถ้ามองในแง่ของการลงทุนแล้ว การซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าจะให้ผลตอบแทนดีกว่าคอนโดทั่วไป โดยถ้าทำการปล่อยเช่าอัตราผลตอบอยู่ที่ 5-7% ต่อปี และการเพิ่มขึ้นของราคา (Capital Gain) สูงสุดถึง 12% ต่อปี TarraBKK Research ได้สำรวจการเพิ่มขึ้นของราคา (Capital Gain) ของคอนโดติดรถไฟฟ้าพร้อมอยู่ภายใน 500 เมตร ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พบทำเลที่น่าสนใจซื้อเพื่ออยู่อาศัย และการลงทุน 5 อันดับ ดังนี้

อันดับที่ 1 ทำเลทองผลตอบแทนสูงสุด “บริเวณพหลโยธิน” ราคา Capital Gain มีเปอร์เซ็นการเพิ่มขึ้น 10-12 ต่อปี ส่วนผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโด (Yield) ที่ 5 – 6% เหตุผลที่ราคาปรับสูง เพราะว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้นไม่มีโครงการเปิดใหม่เลย แต่ในปีนี้มีโครงการเปิดใหม่โดยราคาสูงถึง 200,000 ตร.ม. จึงทำให้เร่งมูลค่าคอนโดติดรถไฟ้ฟ้าในพื้นที่ให้ปรับมูลค่าสูงขึ้นไปด้วย

อันดับที่ 2 ทำเลย่านธุรกิจ “ตากสิน-ธนบุรี” โดยมีการเพิ่มขึ้นของราคา (Capital Gain) อยู่ที่ 9-10% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโด (Yield) ที่ 4-5% เหตุผลที่ราคาปรับสูง เพราะว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้นมีโครงการที่เปิดใหม่ในทำเลนี้เกิดขึ้นทุกปีถึงปีละ 2-3 โครงการ และแต่ละโครงการก็ปรับราคาขายสูงขึ้น โดยในย่านนี้สามารถเดินทางไปสาทรได้ภายใน 5 สถานี แต่กลับมีราคาขายที่ต่ำกว่าเกือบเท่าตัว จึงทำให้ทำเลนี้เป็นทำเลยอดฮิตของคนฝั่งธนบุรีเป็นอย่างมาก

อันดับที่ 3 ทำเลที่ไม่เคยหลับใหล “สุขุมวิท” โดยการปรับขึ้นของราคาในพื้นที่นี้เพิ่มขึ้นทุกปีแม้ในภาวะเศรษฐกิจจตกต่ำมีการเพิ่มขึ้น และราคา (Capital Gain) 7-10% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่าคอนโด (Yield) อยู่ที่ 6-7% อาจเป็นเพราะเป็นพื่นที่ที่คึกคักในด้านต่างๆ มากมา จนมีคนต้องการพักอาศัยเยอะ แนะมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี 

อันดับที่ 4 ทำเลศูนย์กลางทางธุรกิจใหม่ (New CBD) คือ บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดิน พระราม 9, เพชรบุรี โดยมีการเพิ่มขึ้นของราคา (Capital Gain) อยู่ที่ 8-10% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่าคอนโด (Yield) มากถึง 6% ทำเลนี้นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่ดินและจากทำเลที่อยู่อาศัยไปสู่การทำเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานเกรด A และห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ จึงทำให้เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงที่จสามารถะดึงดูดทั้งชาวต่างชาติ และแหล่งงานใหม่ ทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่ค่อนข้าง  โดยราคาขายเฉลี่ย 100,000 – 180,000 บ./ตร.ม. และค่าเช่า 15,000 – 30,000 บ./ด

อันดับที่ 5 ทำเลที่จะสามารถรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดี “สามย่าน” โดยมีการเพิ่มขึ้นของราคา (Capital Gain) มากถึง 9% ต่อปี ส่วนผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโด (Yield) ถึง 6% เนื่องจากในทำเลนี้มีพื้นที่ในการพัฒนาเป็นคอนโดแบบมีกรรมสิทธิ์ (Freehold) อยู่ไม่มากนัก พร้อมทั้งมีความเจริญที่กำลังก้าวเข้ามา ทำให้คอนโดที่อยู่ในบริเวณ MRT สามย่านนั้นมีราคาขายเฉลี่ย 100,000 – 210,000 บ./ตร.ม. ค่าเช่า 17,000 – 35,000 บ./ด



สำหรับผู้ที่คิดซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุน นั้นก็ลองตามอ่านนบทความก่อนหน้านี้ได้เลยนะคะ ขอบคุณมากคะ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หลักในการเลือกซื้อ คอนโด ที่สามารถสร้างกำไรได้อย่างแน่นอน



ขอขอบคุณ เนื้อหาบางส่วน  และภาพ จาก http://www.home.co.th/


       ตอนนี้ธุรกิจคอนโดถือว่ามาแรง ไม่แพ้ธุระกิจอื่นๆ เลยก็ว่าได้ ดูจากการที่มีคอนโดเกิดขึ้นใหม่ เดือนๆนึงเกือบ 10 โครงการ ซึ่งมีมากกว่าจำนวนคนที่ต้องการจะอยู่ด้วยซ้ำ และอีกธุรกิจที่เกิดขึ้นคือ การซื้อคอนโดเพื่อปล่อยขายหรือเช่า ที่ถ้าเราจับจองได้ถูกที่ถูกเวลาละก็ ก็รวยแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย แต่ก็เช่นกัน ใครที่พลาดก็จะเจอกับหนี้ก้อนโต เพื่อหลีกหนี้ปัญหาขาดทุน วันนี้ผมจึงไปหาข้อมูลมาฝากกัน เพื่อนำไปปรับใช้ ในการเลือกซือคอนโดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดชานเมือง หรือคอนโดต่างๆ ให้สามารซื้อและได้กำไรแน่นอน โดยมีวิธีการดังนี้

1. ซื้อในช่วงที่คนส่วนมากคิดว่าอนาคตคอนโดจะแย่ลง โดยหลักการคิดนี้ไม่ต่างจากการหลักการซื้อหุ้นเลย คือการซื้อในตอนที่คนส่วนใหญ่คิดว่าจะไม่ลงทุนทำให้ราคาตก เราก็ซื้อมาและรอปล่อยในวันที่ราคาดีขึ้น

2. ในการปล่อยให้เช่า ค่าเช่ารายเดือนนั้นควรได้รับมากกว่ารายจ่ายที่เกียวเนื่องกับคอนโด เช่น เงินส่งธนาคาร ค่าภาษี และอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงจะบอกได้ว่า ได้กำไร

3. มีราคาที่ถูกกว่าคอนโดในบริเวณนั้น ซึ่งถ้าเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วควรดูคอนโดหรืออพาตร์เม้นรอบๆ ว่าราคาเป็นแบบให้โดยคอนโดที่เราจะซื้อควรถูกกว่า เพราะจำทำให้นาสนใจกว่าในการทำกำไร

4. ห้องเช่าในพื้นที่ต้องมีคนอาศัยเต็มอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนมากที่สุด ไม่ควรให้เหลือห้องว่างเกิน 5% จากทั้งหมด

5. เศรฐกิจในพื้นที่ต้องมีแนวโน้มจะสุงขึ้น ซึ่งสามารถดูได้จาก ว่าในอนาคตจะเกิดการเดินทางใหม่ๆ มั้ย เช่น รถไฟฟ้าต่างๆ หรือถนนเส้นใหม่ แล้วควรดูด้วยว่าจะเกิด ย่านค้าขายขึ้นใหม่ในอนาคตมั้ย เช่น ห้างต่างๆ ตลาดใหญ่ๆ เป็นต้น

6. คอนโดควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ซำจำเจกับที่อื่น เช่น ด้านการออกแบบ วิวทิวทัศน์ การบริการต่างๆ ทำเล เป็นต้น

7. โอกาศที่จะเกิดที่พักอาศัยใหม่ๆ มีน้อย เช่นคอนโด อพาร์ตเม้นต์ โดยสามารถดูได้จาก จำนวนพื้นที่ที่สามารถก็สร้างได้ นั้นมีน้อย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของราชการที่ห้ามก็สร้างหรืออาจเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องใช้งานจึงไม่สามารถก่สร้างได้

8. ต้องเป็นโครงการคอนโดที่มีประสิทธิภาพ โดยดูจากโครงการที่ผ่านๆ มาว่า เคยมีการฟ้องร้องกันมั้ย หรือมีปัญหาหลังซื้อมั้ย ถ้าไม่มีถือว่าเป็นคอนโดที่น่าลงทุน

9. จำนวนผู้พักอาศัย ดูจากการที่คอนโดที่เราจะลงทุนนั้นมีผู้พักอาศัยจริงๆ เยอะแค่ใหน ยิ่งเยอะยิ่งดี และดูว่าเปป็นคนที่เช่าอยู่กี่เปอร์เซนต์ โดยถ้ามีผู้เช่าอยู่ต่ำกว่า 20% ถือว่าได้ แต่ถ้ากำกว่า 10% จะถือว่าดีเยี่ยม

ทั้งหมดก็เป็นหลักในการเลือกซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งถ้าทำตามได้ทั้งหมดก็จะได้กำไร แต่ว่าก็ยังไม่ 100% เพราะถ้าคอนโดของคุณมีสิ่งเหล่านี้อยู่จะขาดทุนอย่าแน่นอน แม่ข้อเดียวก็ตาม

1. อัตราการจ้างงานมีแนวโน้มต่ำลงทุกๆ ปี

2. มีที่พักอาศัยเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก

3. ถ้าปล่อยให้เช่า รายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับคอนโดต่ำกว่าการปล่อยให้เช่าของคอนโดหรือ อพาร์ตเม้นต์ในบริเวณนั้น

4. คอนโดเกิน 30% เป็นของนักลงทุนและยังว่าอยู่่
ซึ่งถ้าเกิดหนึ่งใน 4 นี้ แสดงว่าจะขาดทุน ไม่ควรลงทุน

คอนโดราคาถูก http://home.sanook.com/1241/