สภาพโดยรวมอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
ในงานเสวนา เรื่อง อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาค ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นั้น ก็เป็นกิจกรรมที่ได้เกิดจากความร่วมมือของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด กับธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด มหาชน เพื่อจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์จากนักวิชาการและของผู้ที่ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น กิจกรรมนี้ได้ดำเนินการมาทุกปีอย่างต่อเนื่องมา และในปีนี้ก็ได้มีการจัดกิจกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ในจังหวัดชลบุรี และในครั้งนี้ก็จัดที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมานั้นเอง และก็จะจัดครั้งสุดท้ายที่จังหวัดสงขลานั้นเอง
โดย รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล หรืออาจารย์ประจำภาควิชาคณะเศรษฐศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในอดีตที่ไปปรึกษานายกรัฐมนตรี ก็พูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2558 จะได้ปรับตัว และขยายตัวแบบอ่อนๆ โดยการส่งออกจะยังไม่ฟื้น ก็น่าจะยังส่งผลต่อเศรษฐกิจจนถึงไตรมาส 1 ของปี 2559 อเมริกา จีน ญี่ปุ่น และยังมีการขยายตัวต่อเนื่องน่าจะเป็นผลดีต่อในประเทศไทย ราคาน้ำมันและในส่วนพลังงานยังอยู่ในระดับ 50-60 ดอลลาร์ ซึ่งก็เป็นผลดีต่อการส่งออก และหลังจากประเทศไทยได้มีการเลือกตั้งและเหตุการณ์การเมืองเป็นปกตินั้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแน่นอน ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดี การเปิด AEC ที่จะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของในส่วนภาคอีสาน คุณอิสระ บุญยัง หรืออดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการของผู้จัดการ ในกลุ่มบริษัทกานดา ก็บอกถึงแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ โดยอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลาปีที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจ โดยต้องตรวจสอบดังนี้
1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ
2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นค่ะ
3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองค่ะ
โดยคุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็บอกถึงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค ก็คือ
1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย และยังสามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ แต่ก็ต้องเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางค่ะ
3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้น ในการสื่อสารแบบ 2 ทางและเท่าเทียม ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
4.การรับมือกับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย จะชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วขึ้น
โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล หรือผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้มาบอกถึงวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือในหลักของธนาคารในกรณีที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระโดยลูกค้าและไม่ต้องร้องขอ หรือการที่ให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ เพื่อที่จะลดปัญหาให้กับผู้ประกอบการในการก่อสร้าง รวมถึงยังมีการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อยเพื่อให้ได้บริการแบบครบวงจร
และที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ยังมีอาจารย์กีรติ ศตะสุข หรืออาจารย์ประจำสาขานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มาพูดถึงนวัตกรรมที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ เช่นเฟอร์นิเจอร์ 2 ฟังก์ชั่น, ห้องน้ำสำเร็จรูป, นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง, และเครื่องฉีด 3 มิติ เป็นต้น
ก็นับว่าได้รับข้อมูลกันแบบเต็มอิ่ม และงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่โคราชและชมรมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่นที่ทำให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วย
และนอกจากนี้ในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือด้วย การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่คอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน
ต่อมาใน งานเสวนา "อสังหาริมทรัพย์ภูมิภาคท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง" ณ จ.สงขลา
จังหวัดสงขลาก็เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด และรวมธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ก็ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาขึ้น เพื่อที่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์โดยจากนักวิชาการและผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย ก็ได้กล่าวถึงพื้นที่หาดใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน และการที่จะปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์
โดย ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย หรืออดีตคณบดีคณะสถาปัตย์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หาดใหญ่เป็นเมืองที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากผู้ประกอบการอย่างแท้จริงแห่งแรกของในประเทศไทย ได้มีความเป็นศูนย์กลางที่ครบถ้วนทั้งในเรื่องการศึกษาและ ท่องเที่ยว รวมทั้งการค้าชายแดนที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศไทย และก็ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมของภาคใต้ ต้องบอกว่าในอนาคตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้องเติบโตอย่างแน่นอนด้วย
และคุณอิสระ บุญยัง อดีตนายกสมาคมบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการในกลุ่มบริษัทกานดา ในการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเวลานี้ที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้เน้นเป็นปีแห่งการตรวจสุขภาพธุรกิจด้วย
1.ยอดขายและสัดส่วนการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญด้วย
2.ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินสูงขึ้นอีก
3.รายจ่ายสูงขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น เกิดจากเศรษฐกิจ การเมืองหรือจากการบริหารของเราเองด้วย
โดย คุณบริสุทธิ์ กาสินพิลา หรือกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด ก็ได้บอกจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้บริโภค นั้นคือ
1.การใช้เครื่องมือสื่อสารแบบนิวมีเดีย สามารถเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย ที่วัดผลได้เร็ว ต้นทุนต่ำ และเปลี่ยนวิธีนำเสนอเป็นแบบเล่าให้เพื่อนฟังด้วย
2.ผู้บริโภครับรู้และเรียนรู้อย่างรวดเร็วกว้างขวางมากขึ้น
3.ผู้บริโภคมีอำนาจมากขึ้นในการสื่อสารแบบสองทางและเท่าเทียม ในทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการด้วย
4.การรับมือกับผู้บริโภคในยุคใหม่ ที่ไม่ลบข่าวร้าย ชี้แจงข้อเท็จจริง ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วอีก
โดย คุณวิศรุต ปัญญาภิญโญผล ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายการตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) และวิธีการบริหารเงิน และแนวทางความช่วยเหลือของธนาคารในกรณีที่ได้มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระด้วยและ หรือการให้สินเชื่อในการผลิตพรีคาสท์ และรวมถึงการเปิดให้บริการในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยของรายย่อยเพื่อให้บริการแบบครบวงจรอีก
และนอกจากนี้แล้วในเศรษฐกิจด้านอุสาหกรรมต่างๆก็ยังมีผลกระทบไปด้วยซึ่งก็คือ การซื้อขายคอนโดหรือบ้านต่างๆนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือแม้แต่ในคอนโดราคาถูก ก็คาดว่าจะมีผลกระทบด้วยเช่นกันค่ะ
บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก home.co.th
คอนโดติดรถไฟฟ้า,คอนโดราคาถูก,เช่าคอนโด,รีวิวคอนโด ,บ้านทาวน์เฮ้าส์,แบบบ้าน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหาริมทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อสังหาริมทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหากำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหาฯ กำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต
![]() |
บล็อก รีวิวคอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก plus.co.th
เอเจนซี่ฯ ได้ระบุว่าบ้านและคอนโดใกล้รถไฟฟ้า และคอนโดทั่วไป นั้นยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ แม้แต่ยูนิตเหลือขาย 1.78 แสนยูนิตก็ตาม เหตุเป็นเพราะอัตราเพิ่มขึ้นไม่มากเกินไป กังวล จะมีแนวโน้มอาจล้นตลาด และหากเติมซัพพลายใหม่เพิ่มอีก ขณะซัพพลายยังสร้างไม่เสร็จมากถึง 60% ก็กลายเป็นความเปราะบางทางธุรกิจอสังหาฯแจงในโครงการประสบปัญหาขายไม่ออกและเลิกร้างถึง 129 โครงการ และยังประสบปัญหาหนักสุด โดยคอนโด กว่า 2 หมื่นยูนิต ในส่วนใหญ่ระดับราคา 1-2 ล้าน และรองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 5 พันกว่ายูนิต โดยสาเหตุใหญ่แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อนั้นเอง
โดยนายโสภณ พรโชคชัย หรือประธานกรรมการบริหาร ของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมในการสำรวจที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และเขต ปริมณฑล ล่าสุด ณ เดือน ก.ค. 2558ที่ผ่านมา พบว่า ยังมีโครงการที่อยู่อาศัย ที่เปิดใหม่ จำนวน 488,026 แสนยูนิต รวมมูลค่ากว่า 1.64 แสน ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม มากที่สุดถึง 51% รองลงมาก็เป็น ทาวน์เฮ้าส์ 23% และบ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆ ได้แก่พวก บ้านแฝด อาคาร พาณิชย์ และที่ดินจัดสรรต่างๆ อีก 7%
ในขณะที่ ยูนิตเหลือขายรวมอยู่ประมาณ 1.78 แสนยูนิต แต่ก็ยังไม่ถืออยู่ขั้นภาวะ ล้นตลาดมากนัก แม้ว่ายูนิตเหลือขายจะกำลังเพิ่มขึ้น โดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เป็นอัตราการเพิ่มไม่มากเท่าไรนัก
แม้ตัวเลขเหลือขายขณะนี้ จะยังไม่ถึง ขั้นวิกฤติก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤติ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยคาดว่า คงใช้ระยะเวลา อีก 2-3 ปี ถ้าหากไม่มีการแก้ไขใดๆ หรือมีซัพพลายใหม่เพิ่มเข้ามามากขึ้น
แต่อย่างไรก็ดี ในโครงการส่วนใหญ่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จถึง 60% ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเปราะบางในการที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ถ้าหาก เกิดปัญหาวิกฤติ อสังหาฯขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อด้วย ผู้ประกอบการ และในสถาบันการเงินอีกด้วย
คาดว่าทั้งปี 2558 นี้ จะได้มีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมดอีก 107,821 ยูนิต โดยลดลงประมาณ 6% จากปีที่แล้ว 114,094 ยูนิต ในขณะที่ มูลค่า ของโครงการเปิดใหม่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นราวๆ 21% จาก ปี 2557 โดยที่เปิดตัว 344,549 ยูนิต และเป็น 418,006 ยูนิต เนื่องจาก สินค้าราคา ไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้นเอง
ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคอนโด ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนยูนิตและมูลค่าดดยการพัฒนาถึง 25% เพราะเป็นสินค้าที่มีผู้ซื้อไว้เก็ง กำไรมากที่สุด และส่วนสินค้าราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป
โดยเฉพาะราคา 20 ล้านบาทนั้น มีการเปิดตัวมากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯโดยมีจำนวนถึง 2,166 ยูนิต หรือมากเป็น 4 เท่า ในขณะ ที่มีมูลค่าสูงถึง 71,807 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5 เท่า ของ ปีที่แล้วเปิด 449 ยูนิต โดยรวมมูลค่า 12,539 ล้านบาทเท่านั้นเอง
โดย นายโสภณ กล่าวยังว่า จากการสำรวจ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของศูนย์ฯ ก็ยังพบว่า ในขณะนี้มีได้โครงการที่ หยุดการขาย ที่ประสบปัญหา ในการขายจนต้องเลิกร้างไปถึง 129 โครงการ
ทั้งนี้ก็ยังมีโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ 1,634 โครงการ โดยจำนวนยูนิตที่เลิกร้างไปหรือรอการปรับปรุงใหม่นั้นมี 34,038 ยูนิต รวม มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท
สำหรับประเภทของโครงการอสังหาฯ จะหยุดการขายไปในจำนวนดังกล่าว ในกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งได้แก่ คอนโด มากถึง 20,067 ยูนิต หรือก็คิดเป็น 59% โดยเฉพาะห้องชุดราคา 1-2 ล้านนั้นที่ตั้งอยู่ย่านชานเมือง ในรองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่ได้ประสบปัญหา ก็มีราวๆ 5,673 ยูนิต หรือคิดเป็น17% ส่วนของทาวน์เฮาส์ที่ประสบปัญหามีนั้น 3,624 ยูนิต หรือคิดเป็น 11% เท่านั้นเอง และส่วนหากเป็นทาวน์เฮาส์ ก็ราคา 1-2 ล้านบาท โดยกลุ่มอื่น ๆ เช่น บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าจัดสรรด้วย มีเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
ในการผลิตที่อยู่อาศัย ในแบบบ้านเดี่ยวมักเกิดขึ้นมากเป็นอันดับ 3 แต่ในกรณีการหยุดการขาย บ้านเดี่ยวกลับได้มาเป็นอันดับ 2 กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า บ้านเดี่ยวที่มักจะขายได้ช้านั้นก็มีปัญหาอยู่พอสมควร และในที่ดินจัดสรรที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวย สินเชื่อ นั้นเพราะหลักประกันต่ำด้วยไม่มีบ้านอยู่ด้วย และก็มักจะขายไม่ออก จนกระทั่งประสบปัญหาไปในที่สุดนั้นเอง
หากพิจารณาจากแนวโน้มจะพบว่า ณ สิ้นปี 2557 ได้มีโครงการที่ประสบปัญหาจำนวน 122 โครงการประมาณ 34,519 ยูนิต โดยมูลค่า 81,704 ล้านบาท แต่ ณ กลางปี 2558 ได้มีจำนวนเพิ่มเป็น 129 โครงการหรือประมาณ 34,038 หน่วย มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท สรุปว่า จำนวนของโครงการเพิ่ม 7 โครงการ โดยคิดเป็น 9% ยูนิตขายลดลงถึง 481 หน่วย คือติดลบ1% แต่มูลค่าได้เพิ่มขึ้น 9,424 ล้านบาท หรือประมาณ 12% ที่เป็นเช่นนี้ได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่า ยูนิตขายที่มีราคาสูงขึ้นก็จะประสบปัญหาในการขายเช่นกัน ดังนั้นในสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรนัก
ในสำหรับสาเหตุของการล้มเลิกโครงการจนหยุดขายนั้น จะประกอบด้วย สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อต่างๆ จำนวน 37 โครงการ โดยคิดเป็น 29%, และขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ หรือรูปแบบสินค้า ไม่เหมาะสม อีกจำนวน 23 โครงการ โดยคิดเป็น 18%, และไม่ผ่านการประเมิน สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อีกจำนวน 29โครงการ หรือคิดเป็น 22% , และรอปรับราคาขายใหม่อีกจำนวน 8โครงการ และคิดเป็น 6%, มีการเปลี่ยนรูปแบบโครงการ อีกจำนวน 10 โครงการ และคิดเป็น12%, อยู่ในทำเลที่ตั้งห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก อีกจำนวน 15 โครงการ โดยคิดเป็น 12%, กรรมสิทธิ์ ของที่ดินและทางเข้าออกโดนเวนคืนอีกจำนวน 3 โครงการ โดยคิดเป็น 2%, ยกเลิกการขายที่เหลือนำมาปล่อยเช่าอีก จำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% และขาดผู้ที่รับเหมาและแรงงานก่อสร้าง อีกจำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2%
โดยคอนโดราคาถูก ก็มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดมาก เพราะช่วงปลายปีได้มีโครงการคอนโดที่มาราคาที่ถูก หรือคอนโดราคาถูก กันออกมามาพอสมควร โดยหลังการซื้อได้ลลดลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้จะเกิดสภาวะล้นตลาดขึ้นได้
บล็อกรีวิว คอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
นักลงทุนควรระวัง คอนโดและบ้านจัดสรร ปีนี้ เปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง
นักลงทุนควรระวัง คอนโดติดรถไฟฟ้าและบ้านจัดสรร ปีนี้ เปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง
โดย นายสัมมา คีตสิน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 พบว่า ได้มีโครงการที่ อยู่อาศัยทำการเปิดขายใหม่ อยู่ประมาณ 92 โครงการเป็นจำนวนกว่า 14,000 ยูนิต ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2557 ที่เปิดถึง 23,930 ยูนิต และแบ่งเป็นคอนโดต่างๆ 36 โครงการ จำนวน 6,700 ยูนิต ได้ลดลงจากปี 2557 ที่อยู่ที่ 14,400 ยูนิต และเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 56 โครงการ จำนวนอยู่ที่ 7,400 ยูนิต ก็ลดลงจาก ปีก่อน ที่อยู่ที่ 9,530 ยูนิตค่ะ
และยังได้คาดว่าปีนี้จะมีโครงการที่เป็นที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 110,000 ยูนิต ซึ่งใกล้เคียงปี 2557 ที่แบ่งเป็น บ้านจัดสรรจำนวน 45,000-47,000 ยูนิต และในขณะที่คอนโด คาดว่าจะเปิดตัวลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 60,000-65,000 ยูนิต ส่วนหนึ่งนั้นมากจากมีซัพพลายคงค้างในตลาดที่มีจำนวนมาก
ราคาพืชผลทางการเกษตร ก็มีผลต่อบางจังหวัดที่พึ่งพิงในภาคการเกษตร ซึ่งทำให้ อสังหาฯ ในจังหวัดนั้นๆ ก็ชะลอตัวลง ส่วนบาง ในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านซัพพลายส่วนเกินมาก อาทิเช่น พัทยา จอมเทียน และรวมถึงหัวเมืองหลักต่างๆ ด้วย ที่ได้มีการเปิดตัวคอนโดไปจำนวนมากเลยทีเดียว ช่วงปีที่ ผ่านๆมา ในขณะที่ความต้องการของคนในพื้นที่นั้นยังมีไม่มากเท่าไหร่นักก ต่างจากบ้านในแนวราบ ดังนั้น คงต้องอาศัยระยะเวลาในการดูดซับมาก ซึ่งนักลงทุนก็ควรมีความระมัดระวังในการที่จะลงทุนในทำเลเหล่านี้ด้วย
อย่างไรก็ดีแล้ว ตลาดคอนโด ปี 2558 นั้น คาดว่า ตลาดระดับหรูจะมีมากขึ้นบริเวณที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งในบริเวณสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งธนบุรี ซึ่งเกิดจะขึ้นพร้อมโครงการมิกซ์-ยูส ที่ความต้องการ พื้นที่อาคารและสำนักงานจะมีมากขึ้นจาก การธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ในพื้นที่บริเวณ สถานีรถไฟฟ้า และบริเวณจุดตัด และจะเกิดใหม่จำนวนมากจะเป็น แหล่งที่รองรับโครงการคอนโดและรวมถึงอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ จำพวก เช่น อาคาร สำนักงานต่างๆ ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิง ทำจะให้เกิดย่านการค้า ใหม่ๆขึ้นค่ะ
แต่ในสำหรับในต่างจังหวัด ก็จะมีการพัฒนาโครงการและจะเกิดบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกได้ ถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดหรือบายพาสต่างๆ
ทั้งนี้ ในกการลงทุนในโครงการสาธารณูปโดยโภคภาครัฐ โครงข่ายคมนาคม และรวมถึงการ พัฒนาสนามบินต่างๆ การเติบโตของในภาค การท่องเที่ยว ก็จะทำให้ตลาดอสังหาฯ ในเขตภูมิภาคนั้นกลับมาเติบโตได้ในปี 2559-2560 ด้วยค่ะ
สำหรับทใครที่กำลังคิดจะลงทุนในเรื่อง อสังหาฯ จำพวกคอนโดก็ควรระวังให้ดี ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ในการปล่อยเช่าคอนโด ก็จะเห็นได้จากตัวเลขว่าโครงการต่างๆ ของคอนโดต่างๆ ได้มืตัวเลขที่ลดลงเพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็เริ่มเร่งเห็นกันแล้วว่า ในปัจจุบันนั้นมีจำรวนโครงการมากกว่าจำนวนผู้ต้องการใช้งาน จึงทำให้เหลือโครงการจำนวนมากที่ไม่มีคนอยู่อาศัยและทำให้ในหลายๆ โครงกาารได้รับผลที่ขาดทุน คนที่จะลงทุนในช่วนี้ก็ควนคิให้ดีก่อนลงทุน เพราะธุรกิจด้วนคอนโดชวงนี้ถือได้ว่าเป็นช่างที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ หลายปีนี้มาเลยก็ว่าได้
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ประชาชาติธุรกิจ
![]() |
| ขอบคุณภาพจาก sanook.com |
โดย นายสัมมา คีตสิน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 พบว่า ได้มีโครงการที่ อยู่อาศัยทำการเปิดขายใหม่ อยู่ประมาณ 92 โครงการเป็นจำนวนกว่า 14,000 ยูนิต ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2557 ที่เปิดถึง 23,930 ยูนิต และแบ่งเป็นคอนโดต่างๆ 36 โครงการ จำนวน 6,700 ยูนิต ได้ลดลงจากปี 2557 ที่อยู่ที่ 14,400 ยูนิต และเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 56 โครงการ จำนวนอยู่ที่ 7,400 ยูนิต ก็ลดลงจาก ปีก่อน ที่อยู่ที่ 9,530 ยูนิตค่ะ
และยังได้คาดว่าปีนี้จะมีโครงการที่เป็นที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 110,000 ยูนิต ซึ่งใกล้เคียงปี 2557 ที่แบ่งเป็น บ้านจัดสรรจำนวน 45,000-47,000 ยูนิต และในขณะที่คอนโด คาดว่าจะเปิดตัวลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 60,000-65,000 ยูนิต ส่วนหนึ่งนั้นมากจากมีซัพพลายคงค้างในตลาดที่มีจำนวนมาก
ราคาพืชผลทางการเกษตร ก็มีผลต่อบางจังหวัดที่พึ่งพิงในภาคการเกษตร ซึ่งทำให้ อสังหาฯ ในจังหวัดนั้นๆ ก็ชะลอตัวลง ส่วนบาง ในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านซัพพลายส่วนเกินมาก อาทิเช่น พัทยา จอมเทียน และรวมถึงหัวเมืองหลักต่างๆ ด้วย ที่ได้มีการเปิดตัวคอนโดไปจำนวนมากเลยทีเดียว ช่วงปีที่ ผ่านๆมา ในขณะที่ความต้องการของคนในพื้นที่นั้นยังมีไม่มากเท่าไหร่นักก ต่างจากบ้านในแนวราบ ดังนั้น คงต้องอาศัยระยะเวลาในการดูดซับมาก ซึ่งนักลงทุนก็ควรมีความระมัดระวังในการที่จะลงทุนในทำเลเหล่านี้ด้วย
อย่างไรก็ดีแล้ว ตลาดคอนโด ปี 2558 นั้น คาดว่า ตลาดระดับหรูจะมีมากขึ้นบริเวณที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งในบริเวณสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งธนบุรี ซึ่งเกิดจะขึ้นพร้อมโครงการมิกซ์-ยูส ที่ความต้องการ พื้นที่อาคารและสำนักงานจะมีมากขึ้นจาก การธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น ในพื้นที่บริเวณ สถานีรถไฟฟ้า และบริเวณจุดตัด และจะเกิดใหม่จำนวนมากจะเป็น แหล่งที่รองรับโครงการคอนโดและรวมถึงอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ จำพวก เช่น อาคาร สำนักงานต่างๆ ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิง ทำจะให้เกิดย่านการค้า ใหม่ๆขึ้นค่ะ
แต่ในสำหรับในต่างจังหวัด ก็จะมีการพัฒนาโครงการและจะเกิดบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกได้ ถนนเชื่อมระหว่างจังหวัดหรือบายพาสต่างๆ
ทั้งนี้ ในกการลงทุนในโครงการสาธารณูปโดยโภคภาครัฐ โครงข่ายคมนาคม และรวมถึงการ พัฒนาสนามบินต่างๆ การเติบโตของในภาค การท่องเที่ยว ก็จะทำให้ตลาดอสังหาฯ ในเขตภูมิภาคนั้นกลับมาเติบโตได้ในปี 2559-2560 ด้วยค่ะ
สำหรับทใครที่กำลังคิดจะลงทุนในเรื่อง อสังหาฯ จำพวกคอนโดก็ควรระวังให้ดี ไม่ว่าจะเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า ในการปล่อยเช่าคอนโด ก็จะเห็นได้จากตัวเลขว่าโครงการต่างๆ ของคอนโดต่างๆ ได้มืตัวเลขที่ลดลงเพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็เริ่มเร่งเห็นกันแล้วว่า ในปัจจุบันนั้นมีจำรวนโครงการมากกว่าจำนวนผู้ต้องการใช้งาน จึงทำให้เหลือโครงการจำนวนมากที่ไม่มีคนอยู่อาศัยและทำให้ในหลายๆ โครงกาารได้รับผลที่ขาดทุน คนที่จะลงทุนในช่วนี้ก็ควนคิให้ดีก่อนลงทุน เพราะธุรกิจด้วนคอนโดชวงนี้ถือได้ว่าเป็นช่างที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ หลายปีนี้มาเลยก็ว่าได้
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ประชาชาติธุรกิจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


