แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายคอนโดราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายคอนโดราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รัฐปรับค่าโอนลง 1% เพื่อฟื้นเศรษฐกิจคอนโดติดรถไฟฟ้า

รัฐปรับค่าโอนลง 1% เพื่อฟื้นเศรษฐกิจคอนโดติดรถไฟฟ้า



คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก mut.ac.th

มาตรการในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้นได้เริ่มเดินหน้าอย่างเต็มสูบแล้ว หลังจากที่กรมที่ดินประกาศให้ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจด จำนองซึ่งจะเป็นมาตรการสำคัญไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมานี้ เสริมสร้างบรรยากาศการซื้อขายบ้านและคอนโดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายซึ่ง เป็นไฮซีซั่นในของตลาดให้คึกคักมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามแต่ มาตรการกระตุ้นนี้อาจจะไม่ใช่ยาวิเศษที่จะช่วยให้การตลาดพลิกฟื้นมาได้ ทันตาเห็น แต่อาจจะเป็นเพียงยาระบายในการลดสต๊อกบ้านที่มีอยู่ให้ไหลลื่นได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้นเองค่ะ 

อิสระ บุญยัง กรรมในการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ และนายกกิตติมศักดิ์ผู้เป็นสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้ประเมินว่า บรรยากาศในการซื้อขายบ้านนั้นเริ่มคึกคักขึ้นหลังจากภาครัฐได้ใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้ในแง่ของยอดคนเข้าชมต่างๆ และโครงการและยอดโอน แต่ก็ยังเชื่อว่าการตลาดโดยรวมในปีนี้ทั้งปียังคงจะชะลอตัวลง ทั้งตัวเลขเปิดโครงการใหม่ที่ได้คาดว่าน่าจะติดลบ ประมาณถึง 10% ตัวเลขยอดขายที่ยังติดลบอีก 5-10% เพราะในตัวเลขเปิดโครงการก็ลดลง มีแค่ตัวเลขโอนที่จำนวนหน่วยนั้นเพิ่มขึ้น 7% แต่มูลค่าก็คาดว่าจะลดลงเช่นกัน 

เนื่องจากในมาตรการกระตุ้นนี้มีผลกับตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีทีผ่านมา และยังเป็นมาตรการที่ได้จำกัดเพดานราคาบ้านไว้และรายได้ของผู้ซื้อ ทั้งนี้เรื่องของมาตรการสินเชื่อ และมาตรการลดภาษีนั้น ในขณะที่เรื่องการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองนั้นมีเวลาจำกัดแค่ 6 เดือนเท่านั้น โอกาสที่ตลาดจะพลิกกลับนั้นก็คงยากไปอีก แต่ก็จะช่วยผลักดันสต๊อกที่มีอยู่ในมือผู้ที่ประกอบการได้มากขึ้นทั้งใน 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ และยังอีก 4 เดือนแรกของปีหน้าด้วย 

ในไตรมาสแรกของปีหน้านี้จะมียอดโอนบ้านสูงที่สุดในรอบปีเลย ซึ่งเป็นผลใสจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ประกอบกับผู้ประกอบการได้จัดเร่งอัดแคมเปญกระตุ้นไปพร้อมๆกันด้วย กับมาตรการ โดยจะนำเงินที่ได้จากการลดค่าธรรมเนียมการโอนในฝั่งผู้ประกอบการมา 1% มาใช้ร่วมกับงบในการตลาดของแต่ละบริษัทด้วย เพื่อเร่งระบายสต๊อกอสังหาที่มีอยู่ออกให้เร็วที่สุด 

และในขณะเดียวกัน ในหลายบริษัทก็ได้มีการปรับแผนการก่อสร้างใหม่ใหม่ทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้าและขายคอนโดราคาถูก โดยเพิ่มจำนวนบ้านสร้างเสร็จต่อเดือนให้มากขึ้นอีก อิสระ ประเมินว่าใน ปีหน้านี้แต่ละบริษัทจะมีการวางแผนเป็น 2 ระดับ นั้นก็คือคือ แผนที่รองรับกับมาตรการในช่วง 4 เดือนแรกในของปี 2559 โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็น การเร่งปรับแผนก่อสร้างขึ้น เร่งอัดแคมเปญในการตลาด เพื่อจะระบายสต๊อกเก่าๆออก ส่วนอีกแผนก็คือแผนลงทุนใหม่ตลอดทั้งปี ซึ่งก็จะไม่เกี่ยวโยงกับมาตรการกระตุ้นด้วย โดยเชื่อว่าผู้ประกอบการก็จะยังคงระมัดระวังในการลงทุนใหม่เรื่องบ้านจัดสรร และคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดใหม่ๆ และไม่ ผลักซัพพลายใหม่ๆ ออกมานัก 

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้สิ้นสุดมาตการไปแล้ว ตลาดก็จะซบเซาลงอย่างชัดเจนแน่นอน ผู้ประกอบการในอสังหาริมทรัพย์ก็จะต้อง เตรียม แผนที่จะรับมือให้ได้ทันทางที รวมถึงบริษัทต่างๆก็ เตรียมแผนไว้รับมือแล้วเช่นกัน ทั้งการเตรียมออกแคมเปญในเรื่องบ้านจัดสรรใหม่ๆ หรือคอนโดติดรถไฟฟ้า หรือคอนโดอื่นๆใหม่ๆ ที่ทำให้ลูกค้าที่ซื้อบ้านและขายคอนโดราคาถูกในปีหน้าก็จะได้รับมาตรการที่พิเศษเหมือนกับมาตรการของภาครัฐเช่นกัน 

โดยทั้งนี้ ข้อกังวลที่ว่าในกำลังซื้อของผู้บริโภคนั้นจะแผ่วลงหลังจากหมดมาตรในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น ก็ไปสอดคล้องกับข้อ วิเคราะห์ของคุณ เบญจรงค์ สุวรรณคีรี จากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB ของธนาคารทหารไทย ที่ได้ให้ข้อควรระวังไว้ว่า ในการใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภคที่จะทำเกิดการก่อหนี้ครัวเรือนนั้น อาจจะดีแค่ในช่วงสั้นๆเท่านั้น แต่หลังจากหมดมาตรและ การกำลังซื้อจะได้หายลงไปในตลาดด้วยเช่นกัน และต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นตัวนาน

อย่างไรก็ตามแต่ คุณ อิสระ ก็มองว่าปัญหาดังกล่าวอาจจะได้เคยเกิดกับตลาดรถยนต์ที่ได้มรมาตรการรถคันแรกที่สามารถกระตุ้นบริโภคได้เป็นอย่างดี ที่ไม่ได้วางแผนซื้อรถให้ตัดสินใจซื้อได้ในทันที แต่ผู้บริโภคที่จะซื้อบ้านส่วนใหญ่จะต้องวางแผนมาก่อนแล้วล่วงหน้าทั้งนั้น และมาตรการ ที่จะออกมาอาจจะช่วยกระตุ้นตลาดได้อีกแค่ 10% เท่านั้น นอกจากนี้ จาก การเก็บข้อมูลทั่วไปพบว่า หลังการใช้มาตรในการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น ตลาดยังไม่เคยทรุดตัวลงเลย ยกเว้นปี 2554 ที่เนื่องจากประสบ ปัญหาอุทกภัย เท่านั้น

ในข้อกังวลดังกล่าวคงจะต้องไปทำการพิสูจน์กันอีกครั้งหลังจบมาตรการนี้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ นับจากนี้ไป นับไปจนถึงปีหน้านี้ ก็คือ การถล่มแคมเปญในการตลาดเพื่อระบายยอดขายเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าผู้ประกอบนั้นกาจะรมีงบเพิ่มอีก 1% จากการที่ค่าโอนที่รัฐบาลออกให้ โดยใครคิดเก็บไว้เป็นกำไรคงต้องตกขบวนแน่นอนค่ะ 


บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก โพสต์ทูเดย์

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทุกวันนี้เราเสียภาษีอะไรบ้าง มาดูกัน

ทุกวันนี้เราเสียภาษีอะไรบ้าง มาดูกัน


ขอบคุณภาพจาก http://www.prosacc.com/


ภาษีเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศขับเคลื่อน โดยทุกวันนี้เรานั้นก็เสียภาษีต่างๆ ทมากมาย บางคนอาจยังไม่รู้ว่าเราเสียภาษีอะไรบ้าง วันนี้ รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ จึงได้ไปหาข้อมูลต่างๆ เพื่อมาบอกทุกคนได้รู้กันว่า ตอนนี้เราได้เสียภาษีอยู่แทบจะทุกวันนั้นมีอะไรบ้างมาดูกันเลย


สิ่งที่ 1. การทำมาหากิน เราต้องเสียภาษีเงินได้

ไม่ว่าจะทำการประกอบอาชีพในนามนิติบุคคลหรือบุคคล ล้วนแล้วแต่ต้องเสีย ภาษีเงินได้ ทั้งหมด สำหรับคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปนั้นจะจัดอยู่ในประเภทการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่หากมีรายได้เป็นเงินเกิน 50,000 บาท (ยังไม่สมรส) หรือมากกว่า 100,000 บาท (สมรสแล้ว)ในช่วงปีนั้นๆ จะต้องยื่นแบบ ภาษีฯ ไม่ว่าเราจะมีภาษีที่ต้องจ่ายชำระหรือไม่ก็ตามแต่ และสำหรับผู้ที่เสียภาษี มากกว่า 3,000 บาท สามารถขอแบ่งจ่ายชำระได้ โดยไม่เกิน 3 งวด และไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ถ้าหากเราลืมจ่ายภาษี จนเลยมันกำหนดการจ่ายแล้ว เราจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของกำหนดการที่จะต้องจ่าย

สิ่งที่ 2. ถ้าเรามีรถขับ เราต้องเสียภาษีรถยนต์

ซึ่งจะเสียเป็นประจำทุกปี นั่นคือที่เหล่าผู้เป็นเจ้าของรถทุกๆประเภท จะดำเนินการที่ พรบ. และชำระภาษีรถยนต์ โดย พ.ร.บ. เหมือนเป็นการทำประกันภัยภาคบังคับให้เรา ที่จะคุ้มครองเราเมื่อประสบภัยจากรถ ทางกรมการขนส่งจะต้องใช้ประกอบการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี และอัตราภาษีรถยนต์นั้น จะต่างกันไปตามประเภทรถ เช่น จัดเก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซีซี) จากรถยนต์ ,จัดเก็บเป็นรายคัน ,จัดเก็บตามน้ำหนักเป็นต้น

สิ่งที่ 3. การทานร้านอาหาร จะต้องเสียมูลค่าเพิ่ม หรืท หรือที่เรียกว่า VAT นั้นเอง จะอยู่ที่ 7%

บางคนคงพบเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้แล้ว รู้สึกตกใจ เพราะราคาอาหารมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเราลืมคำนึงถึง vat 7% นั้นเอง โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) ก็คือ ภาษีที่จัดเก็บจากมูลค่าของสินค้านั้นหรือบริการของแต่ละขั้นตอนในการผลิตการจำหน่ายของสินค้าหรือบริการนั้นเอง โดยผู้ประกอบกิจการเป็นผู้เรียกเก็บกับลูกค้า และจะนำภาษีมูลค่าเพิ่มไปชำระกรมสรรพากรเอง คือผู้บริการจะรับทำเองโดยจะลดภาระให้ผู้บริโภค นั้นเอง ซึ่งเป็นภาษีทางอ้อมที่คนไทยที่เป็นผู้บริโภคจำต้องจ่ายไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตามแต่

สิ่งที่ 4. ถ้ามีเงินฝากธนาคาร จะต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

ในหลายๆคนอาจจะละเลยภาษีส่วนนี้ไป เพราะในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากจะค่อนข้างต่ำ (โดยออมทรัพย์จะอยู่ที่ 0.125%-1% ,ฝากประจำจะอยู่ที่ 0.8-2.5%) ซึ่งดอกเบี้ยต่อปีที่เราได้รับนั้นถ้าหากรวมกันทุกธนาคารแล้วไม่ถึง 20,000 บาทต่อปี เราจะอยู่ในข้อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีได้ (ส่วนคนที่เกิน 20,000 บาท จะต้องถูกหักภาษี 15%) สำหรับคนที่ได้รับข้อยกเว้นดังกล่าวนั้นยังรวมไปถึงกรณีคนที่มีเงินฝากประจำ คนที่มีเงินฝากเผื่อเรียกธ.ออมสินและธกส. , คนที่มีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์, คนที่มีเงินฝากประจำ 2ปีขึ้นไป ไม่เกิน 600,000 บาท และคนที่มีเงินฝากประจำมากกว่า 1ปี อายุ 55ปีขึ้นไป ที่ได้รับดอกเบี้ยไม่เกิน 30,000บาท เป็นต้น

สิ่งที่ 5. การลงทุนตลาดหุ้น ต้องเสียภาษีของเงินปันผลด้วย

ถึงแม้ว่ากำไรที่ได้จากการโอนหุ้นหรือการขายนั้นจะได้รับสิทธิยกเว้นโดยกฎหมาย แต่ถ้าหากสำหรับ เงินปันผลจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลทั้งหมด แต่สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้ อยู่แล้วสามารถใช้สิทธิในการขอคืนภาษีได้ ที่เรียกว่า เครดิตภาษีเงินปันผลนั้นเอง ซึ่งเป็นการขอคืนเงินภาษีจากการที่เก็บซ่ำซ้อน เนื่องจากเงินปันผลนั้นเป็นเงินที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น เป็นเงินที่เป็นกำไรสุทธิที่เราได้หักจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว เมื่อผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลก้อนนั้น จะถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน จะจำเป็นต้องนำมาคำนวณเพื่อจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้งนึ่ง จึงกลายเป็นว่าเรานั้นเสียภาษีซ้ำซ้อนจากกำไรก้อนเดียวกันนั้นเอง

สิ่งที่ 6. การหารายได้เสริม หรือขายสินค้าทางเน็ต ต้องเสียภาษีเงินได้ (ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เราต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม)

อธิบายง่ายๆได้ว่า เมื่อไหร่ที่เรามีรายได้ ย่อมต้องเสียเพิ่ม ภาษีเงินได้นั้น กรณีขายที่เราในนามบุคคลจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ถ้าหากเป็นนามบริษัทจะเราจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่สำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ตือเราต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องบวก vat 7% เพิ่มกับราคาสินค้าที่ขายนั้นๆ ด้วย

สิ่งที่ 7. ผู้ที่ถูกรางวัลชิงโชค จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที (คือการเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น)

เงินรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่จะได้รับนั้น จะต้องถูกหักภาษีทันที่ ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดหรือเงินรางวัลทั้งหมด และเมื่อครบปี (เดือนมีนาคม) เงินรางวัลเหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับเงินที่ได้พึงประเมินอื่นๆ เพื่อจะนำไปคำนวณหาภาษีเงินได้ ต่อไป ทั้งนี้ภ้าหากผู้โชคดีรายนั้น มีผลรวมของเงินได้พึงประเมินรวมกับเงินรางวัล ยังไม่ถึง 150,000 บาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี โดยจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ดังนั้น ผู้โชคดีรายนั้นจะสามารถขอคืนภาษี 5% ที่ได้ถูกหัก ณ ตอนที่รับตอนแรก ดังกล่าวได้

สิ่งที่ 8. ขายบ้านขายคอนโด ขายอสังหาต่างๆ จะต้องเสียภาษีจากการขายอสังหา

เมื่อขายบ้านขาย "คอนโดติดรถไฟฟ้า" "คอนโดราคาถูก" ขายอสังหาต่างๆ จะต้องเสีย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยจะพิจารณาจากราคาประเมินบวกกับจำนวนปีที่ถือครอง นอกจากนี้ยังมีค่าอากรแสตมป์ 0.5% ที่ผู้ขายจะต้องเสียในขั้นตอนที่จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ , ค่าธรรมเนียมในการโอนอีก 2% ในทุกๆครั้งที่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และ หากกรณีผู้ขายครอบครองอสังหาริมทรัพย์น้อยกว่า 5 ปี ก็จะต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% จากราคาประเมินหรือราคาตลาดที่สูงกว่านั้นเอง


บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ ของขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก terrabkk.com