แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหากำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหาฯ กำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต 



คอนโดราคาถูก

บล็อก รีวิวคอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก plus.co.th

เอเจนซี่ฯ ได้ระบุว่าบ้านและคอนโดใกล้รถไฟฟ้า และคอนโดทั่วไป นั้นยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ แม้แต่ยูนิตเหลือขาย 1.78 แสนยูนิตก็ตาม เหตุเป็นเพราะอัตราเพิ่มขึ้นไม่มากเกินไป กังวล จะมีแนวโน้มอาจล้นตลาด และหากเติมซัพพลายใหม่เพิ่มอีก ขณะซัพพลายยังสร้างไม่เสร็จมากถึง 60% ก็กลายเป็นความเปราะบางทางธุรกิจอสังหาฯแจงในโครงการประสบปัญหาขายไม่ออกและเลิกร้างถึง 129 โครงการ และยังประสบปัญหาหนักสุด โดยคอนโด กว่า 2 หมื่นยูนิต ในส่วนใหญ่ระดับราคา 1-2 ล้าน และรองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 5 พันกว่ายูนิต โดยสาเหตุใหญ่แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อนั้นเอง 

โดยนายโสภณ พรโชคชัย หรือประธานกรรมการบริหาร ของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมในการสำรวจที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และเขต ปริมณฑล ล่าสุด ณ เดือน ก.ค. 2558ที่ผ่านมา พบว่า ยังมีโครงการที่อยู่อาศัย ที่เปิดใหม่ จำนวน 488,026 แสนยูนิต รวมมูลค่ากว่า 1.64 แสน ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม มากที่สุดถึง 51% รองลงมาก็เป็น ทาวน์เฮ้าส์ 23% และบ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆ ได้แก่พวก บ้านแฝด อาคาร พาณิชย์ และที่ดินจัดสรรต่างๆ อีก 7% 

ในขณะที่ ยูนิตเหลือขายรวมอยู่ประมาณ 1.78 แสนยูนิต แต่ก็ยังไม่ถืออยู่ขั้นภาวะ ล้นตลาดมากนัก แม้ว่ายูนิตเหลือขายจะกำลังเพิ่มขึ้น โดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เป็นอัตราการเพิ่มไม่มากเท่าไรนัก 

แม้ตัวเลขเหลือขายขณะนี้ จะยังไม่ถึง ขั้นวิกฤติก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤติ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยคาดว่า คงใช้ระยะเวลา อีก 2-3 ปี ถ้าหากไม่มีการแก้ไขใดๆ หรือมีซัพพลายใหม่เพิ่มเข้ามามากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ดี ในโครงการส่วนใหญ่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จถึง 60% ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเปราะบางในการที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ถ้าหาก เกิดปัญหาวิกฤติ อสังหาฯขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อด้วย ผู้ประกอบการ และในสถาบันการเงินอีกด้วย 

คาดว่าทั้งปี 2558 นี้ จะได้มีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมดอีก 107,821 ยูนิต โดยลดลงประมาณ 6% จากปีที่แล้ว 114,094 ยูนิต ในขณะที่ มูลค่า ของโครงการเปิดใหม่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นราวๆ 21% จาก ปี 2557 โดยที่เปิดตัว 344,549 ยูนิต และเป็น 418,006 ยูนิต เนื่องจาก สินค้าราคา ไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้นเอง 

ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคอนโด ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนยูนิตและมูลค่าดดยการพัฒนาถึง 25% เพราะเป็นสินค้าที่มีผู้ซื้อไว้เก็ง กำไรมากที่สุด และส่วนสินค้าราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป 

โดยเฉพาะราคา 20 ล้านบาทนั้น มีการเปิดตัวมากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯโดยมีจำนวนถึง 2,166 ยูนิต หรือมากเป็น 4 เท่า ในขณะ ที่มีมูลค่าสูงถึง 71,807 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5 เท่า ของ ปีที่แล้วเปิด 449 ยูนิต โดยรวมมูลค่า 12,539 ล้านบาทเท่านั้นเอง 

โดย นายโสภณ กล่าวยังว่า จากการสำรวจ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของศูนย์ฯ ก็ยังพบว่า ในขณะนี้มีได้โครงการที่ หยุดการขาย ที่ประสบปัญหา ในการขายจนต้องเลิกร้างไปถึง 129 โครงการ 

ทั้งนี้ก็ยังมีโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ 1,634 โครงการ โดยจำนวนยูนิตที่เลิกร้างไปหรือรอการปรับปรุงใหม่นั้นมี 34,038 ยูนิต รวม มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท 

สำหรับประเภทของโครงการอสังหาฯ จะหยุดการขายไปในจำนวนดังกล่าว ในกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งได้แก่ คอนโด มากถึง 20,067 ยูนิต หรือก็คิดเป็น 59% โดยเฉพาะห้องชุดราคา 1-2 ล้านนั้นที่ตั้งอยู่ย่านชานเมือง ในรองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่ได้ประสบปัญหา ก็มีราวๆ 5,673 ยูนิต หรือคิดเป็น17% ส่วนของทาวน์เฮาส์ที่ประสบปัญหามีนั้น 3,624 ยูนิต หรือคิดเป็น 11% เท่านั้นเอง และส่วนหากเป็นทาวน์เฮาส์ ก็ราคา 1-2 ล้านบาท โดยกลุ่มอื่น ๆ เช่น บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าจัดสรรด้วย มีเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น 

ในการผลิตที่อยู่อาศัย ในแบบบ้านเดี่ยวมักเกิดขึ้นมากเป็นอันดับ 3 แต่ในกรณีการหยุดการขาย บ้านเดี่ยวกลับได้มาเป็นอันดับ 2 กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า บ้านเดี่ยวที่มักจะขายได้ช้านั้นก็มีปัญหาอยู่พอสมควร และในที่ดินจัดสรรที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวย สินเชื่อ นั้นเพราะหลักประกันต่ำด้วยไม่มีบ้านอยู่ด้วย และก็มักจะขายไม่ออก จนกระทั่งประสบปัญหาไปในที่สุดนั้นเอง 

หากพิจารณาจากแนวโน้มจะพบว่า ณ สิ้นปี 2557 ได้มีโครงการที่ประสบปัญหาจำนวน 122 โครงการประมาณ 34,519 ยูนิต โดยมูลค่า 81,704 ล้านบาท แต่ ณ กลางปี 2558 ได้มีจำนวนเพิ่มเป็น 129 โครงการหรือประมาณ 34,038 หน่วย มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท สรุปว่า จำนวนของโครงการเพิ่ม 7 โครงการ โดยคิดเป็น 9% ยูนิตขายลดลงถึง 481 หน่วย คือติดลบ1% แต่มูลค่าได้เพิ่มขึ้น 9,424 ล้านบาท หรือประมาณ 12% ที่เป็นเช่นนี้ได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่า ยูนิตขายที่มีราคาสูงขึ้นก็จะประสบปัญหาในการขายเช่นกัน ดังนั้นในสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรนัก 

ในสำหรับสาเหตุของการล้มเลิกโครงการจนหยุดขายนั้น จะประกอบด้วย สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อต่างๆ จำนวน 37 โครงการ โดยคิดเป็น 29%, และขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ หรือรูปแบบสินค้า ไม่เหมาะสม อีกจำนวน 23 โครงการ โดยคิดเป็น 18%, และไม่ผ่านการประเมิน สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อีกจำนวน 29โครงการ หรือคิดเป็น 22% , และรอปรับราคาขายใหม่อีกจำนวน 8โครงการ และคิดเป็น 6%, มีการเปลี่ยนรูปแบบโครงการ อีกจำนวน 10 โครงการ และคิดเป็น12%, อยู่ในทำเลที่ตั้งห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก อีกจำนวน 15 โครงการ โดยคิดเป็น 12%, กรรมสิทธิ์ ของที่ดินและทางเข้าออกโดนเวนคืนอีกจำนวน 3 โครงการ โดยคิดเป็น 2%, ยกเลิกการขายที่เหลือนำมาปล่อยเช่าอีก จำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% และขาดผู้ที่รับเหมาและแรงงานก่อสร้าง อีกจำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% 

โดยคอนโดราคาถูก ก็มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดมาก เพราะช่วงปลายปีได้มีโครงการคอนโดที่มาราคาที่ถูก หรือคอนโดราคาถูก กันออกมามาพอสมควร โดยหลังการซื้อได้ลลดลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้จะเกิดสภาวะล้นตลาดขึ้นได้

บล็อกรีวิว คอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

โดยราจะขอเริ่มต้นด้วย โครงการ IDEO Mobi Sukhumvit Eastgate เป็น คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสท์เกต ที่ได้มาพร้อมกับแนวคิดในการออกแบบแห่งอนาคต ที่เหมาะกับผู้ที่ได้ชื่นชอบในความทันสมัยและมีเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ โดยสร้างไว้บนพื้นที่ 4-0-18 ไร่ รวม 844 ยูนิตเลย และขนาดห้องพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่เป็นห้อง Studio 21 ตร.ม. และในส่วนของห้องขนาด 30 ตร.ม. เป็นการออกแบบภายใน และมุ่งเน้นในการให้สำคัญกับประโยชน์ใช้สอยต่างๆ และห้องสมุดได้ออกแบบไว้ที่ชั้นล่างซึ่งได้มาพร้อมกับสวนธรรมชาติต่างๆ และให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกถึงความสงบ ในส่วนของชั้น 5 ของอาคารก็ได้แบ่งไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่มี สวน โซเชียลคลับ สระว่ายน้ำ สระเด็ก ห้องซักรีด และรวมถึงห้องออกกำลังกายต่างๆ โดยห้องพักอาศัยนั้นจะเริ่มต้นจากชั้นที่ 5 จนถึงชั้น 29 ซึ่งเป็นส่วนดาดฟ้าแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับสวนสีเขียวอีกด้วย เปิดรับวิวแม่น้ำ และวิวในเมือง ที่สัมผัสมุมมองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลย
คอนโดราคาถูก

โดย คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท นั้นห่างเพียง 150 เมตร จาก BTS สถานีของบางนา 1 สถานี ไปสู่ Bangkok Mall และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของกรุงเทพตะวันออกอีกด้วย ซึ่งถือเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเลย และให้ผู้อยู่อาศัยได้เชื่อมต่อสู่ใจกลางของสุขุมวิทได้อย่างรวดเร็วภายใน 6 สถานีสู่ทองหล่อ และ 7 สถานีสู่ Emporium Emquartier กับ Emsphere ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ใน 8 สถานีไปสู่อโศก แหล่งธุรกิจใจกลางเมือง และอีกเพียง 12 สถานีสู่ Siamparagon ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย Sky Deck & Sky Lounge โดย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.29 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคอนโดราคาถูก มากเมื่อเทียบกับทำเลและบริการต่างๆของโครงการ


โดยโครงการต่อมาก็จะมากันที่ Ashton Asoke (แอชตัน อโศก) เป็น คอนโดมิเนียมสุดหรู โดยสร้างไว้บนที่ดินขนาดถึง 2-3-47.60 ไร่ และแบ่งเป็น 783 ยูนิต ภายในห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 30 ถึง 64 ตร.ม. โดยเปิดมุมมองการอยู่อาศัยแบบพาโนราม่าด้วย คือผู้อยู่อาศัยสามารถที่จะมองเห็นวิวกลางเมืองได้ถึง 270 องศาเลย โดยไม่ต้องมากังวลว่าห้องที่ซื้อไปนั้นจะไปได้มุมมองห้องในระดับต่ำกว่า เนื่องจากห้องชุดพักอาศัยและออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้น 11 ถึงชั้น 50 โดยจะเว้นพื้นที่ชั้นล่างไว้สำหรับเป็นที่จอดรถ และชั้น 35  นั้นจะมีไว้สำหรับส่วนกลาง และให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนไปกับสระว่ายน้ำซึ่งก็รองรับทั้งสระเด็กและสระทั่วไป และจากุซซี่ และยังมีห้องออกกำลังกาย  อบไอน้ำ ซาวน่า นอกจากนี้ก็มี ห้องสมุด  บิสิเนสเซ็นเตอร์ และยังมีบริการ ห้องซักรีด ,Sky Lounge และ โซเชียลคลับ ด้วย ในส่วนชั้นหลังคาบนสุดก็เป็นพื้นที่สวนส่วนรวม
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางก็สะดวกสบาย โดยห่างจาก MRT ของสถานีสุขุมวิทเพียง 20 เมตร และยังจาก BTS สถานีอโศกไปอีกเพียง 230 เมตร ซึ่งทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางไปอีก และเพิ่มระยะเวลาให้ผู้ได้อยู่อาศัยได้พักผ่อนมากยิ่งขึ้นไปอีก จุดเด่นอีกด้านคือทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางของแหล่งธุรกิจ และมาพร้อมกับศักยภาพในการที่จะใช้ชีวิตได้อย่างครบครันเพราะด้วยแหล่งสาธารณูปโภคมากมาย เช่น Terminal 21 EmDistrict Interchange Tower และยังรวมไปถึง รพ.บำรุงราษฎร์  รพ.สมิติเวชนอก จากนี้ก็ยังมี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ วิโรฒ รร.วัฒนาวิทยาลัย และอื่นๆอีกมากมาย แต่ถึงแม้มันจะอยู่ใจกลางเมือง ทางโครงการยังได้จัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้กว่า 1 ไร่ โดยราคาจะเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท ซึ่งอาจจะดูราคาสูง และดูไม่เป็นคอนโดราคาถูก แต่ก็เป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เป็นคอนโดหรูที่มีทุกอย่าครบครับ พร้อมบรรยากาศธรรมาชาติที่จะพอเจอได้ยากเมื่อเทียบกับทำเลยจึงถือว่าเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่คุ้มค่ากับราคามากทีเดียวเลยค่ะ


และอีกโครงการ IDEO Q Siam – Ratchathewi สำหรับในโครงการนี้ก็เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการ IDEO Q Ratchathewi สู่การเป็น IDEO Q Siam-Ratchathewi ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร จำนวน 36 ชั้น สร้างไว้บนพื้นที่ 2-1-60.1 ไร่และมียูนิตจำนวน 552 ยูนิต พื้นที่ในการใช้สอยภายในห้อง เริ่มต้นที่ 29.5 ถึง 69 ตร.ม. โดยห้องพักอาศัยนั้นออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้นที่ 8 ถึง 36 ส่วนกลางจะจัดไว้ที่ชั้น 30 และรองรับสระว่ายน้ำ โดยมี สระเด็ก สระผู้ใหญ่ จากุซซี่  คาบาน่า และ ห้องสมุด ห้องออกกำลังกาย และยังมีบิสิเนสเซ็นเตอร์ ส่วนในชั้นดาดฟ้าก็จัดแต่งสวนไว้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย การออกแบบคอนโดใกล้รถไฟฟ้าก็ดีเยี่ยม เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งช้อปมากมาย อาทิเช่น  สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์  และ Platinum Fashion Center Central World, Gaysorn Plaza และยัง Central Embassy คอนโดนี้จึงเน้นดีไซน์ที่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ทั้งลวดลายและรูปทรงที่ดูแล้วมีเสน่ห์ ดุจดั่งสถาปัตยกรรมแฟชั่นใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้
คอนโดราคาถูก

จุดเด่นในด้านการออกแบบของ IDEO Q สยาม-ราชเทวี ก็คือวิวของสระว่ายน้ำที่เปิดมุมมองที่โค้งกว้างพิเศษดึง 360 องศา ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงความชุ่มฉ่ำพร้อมไปกับทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพรอบด้านอีกด้วย ภายในยังเน้นการตกแต่งให้ดูหรูหรา ดุจดั่งเป็นเครื่องประดับอัญมณีแะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้นำแฟชั่นได้เป็นอย่างดีเลย พื้นที่ในโครงการจะตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ราชเทวี  ที่ใกล้ BTS สถานีราชเทวี 390 เมตร หรือหากจะต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ ก็ยังสามารถเชื่อมต่อทุกเส้นทางของถนนสายหลักรัชดาภิเษก และพระราม 9 รามคำแหง รวมถึงวิภาวดีรังสิต จรัญสนิทวงศ์ โดยราคาเริ่มต้น 5.2 ล้านบาท ก็เป็นอีกโครงการที่ถ้ามองแค่ราคาจะดูเป็นไม่ใช่คอนโดราคาถูกเลย แต่ก็อยากให้ลองดูรายละเอียดของโครงการว่าด้วยวิวและบริการต่างๆ รวมถึงทำเลที่แสนจะดีสำหรับคนกรุง ราคานี้ก็ถือเป็นสิง่ที่เหมาะสมกันแล้ว


และขอปิดท้ายด้วย โครงการ IDEO MOBI Wong Sawang Interchange ที่มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อคุณภาพของชีวิตที่หลากหลาย ที่ได้สร้างไว้บนพื้นที่ 2-2-22.5 ไร่ จำนวน 559 ยูนิต และแบ่งเป็นห้องสตูดิโอพื้นที่ใช้สอย 21.50 ตร.ม. ที่เป็นแบบห้องนอนเดี่ยว 24.5-30 ตร.ม. และในแบบ 2 ห้องนอน 48 ตร.ม. ที่ทำให้ตอบโจทย์ทุกขนาดการอยู่อาศัยด้วย การออกแบบที่มีส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความทัดเทียมกัน และมีทั้ง Sky Pool Sky Fitness และยังได้ประสบการณ์ใหม่กับจของ Sky Outdoor Library พร้อมกับ Sky Deck เปิดรับวิวเมือง และได้เห็นวิวแม่น้ำได้อย่างเต็มที่และร่มรื่นด้วย Private Grand Park สวนที่มีขนาดใหญ่ภายในโครงการให้ทำคุณผ่อนคลายกับความเขียวขจีจากธรรมชาติในแบบส่วนตัวได้ที่นี่
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางที่แสนจะสะดวก ใกล้เพียง 1 ก้าวจากรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงที่สถานีบางซ่อน และห่าง 400 เมตร จากรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีบางซ่อน 1 สถานีก็ถึง Bang Sue Grand Station และยังใกล้รถไฟฟ้า 5 เส้นทาง คือสายสีม่วง สีแดง สีแดงอ่อน สีน้ำเงิน และก็ Airport Rail Link ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์ได้การอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาทเท่านั้น โดยเมื่อเทียบกับทำเลแล้วก็ถือว่าเป็นคอนโดราคาถูกเลยก็ว่าได้

บล็อกรีวิว คอนโดราคาถูก ขอขอบคุณ ภาพและเนื้อหาบางส่วนจาก banidea.com

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อดี คอนโดโลวไลส์ และวิธีแก้ปัญหาที่จอดรถในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

รีวิวคอนโด ข้อดี คอนโดโลวไลส์ 



คอนโดราคาถูก
บล็อก รีวิวคอนโด  ขอขอบคุณภาพจาก thinkofliving.com/


ในปัจจุบันนี้ในกรุงเทพและปริมณฑล นั้นเต็มไปด้วยแหล่งที่ทำงานและแหล่งธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงจะทำให้ต้องมีการสร้าง คอนโดแบบโลวไลส์ ที่มักจะเป็นคอนโดราคาถูก โดยวันนี้เราจะมารีวิวคอนโดแบบโลวไลส์ กันเพื่อที่จะรองรับความต้องการของลูกค้าต่างกลุ่มแบบคนเมือง ผู้พิถีพิถันกับในทุกรายละเอียด เน้นในการอยู่สบาย ท่ามกลางความสะดวกครบครันต่งๆ เราจึงอยากนำเสนอข้อดีต่างๆ ของคอนโดโลวไลส์ให้ชมกันเลยค่ะ

1.จะมีความเป็นส่วนตัว
โดยคอนโดที่ออกแบบให้เป็นโลว์ไลส์ และสัดส่วนยูนิตของอาคารก็จะถูกลดลงด้วย คนที่อาศัยจึงเยอะไม่มากจนแออัดเกินไป และทำให้ลดปัญหาที่ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเพื่อนข้างห้องของเราจะการทำกิจกรรมใช้สอยต่างๆ ของบริการส่วนรวมมากจนเกินไป เช่น ฟิตเนา ว่ายน้ำ มุมห้องสมุด จึงทำให้บรรยากาศนั้นทำให้ดูสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวมีมากขึ้นไปอีก

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย
เมื่อเราอยู่ในโครงการที่มีขนาดสร้างเล็ก และทุนในการสร้างบางส่วนน้อยกว่า ราคาก็จึงถูกกว่าไฮไรส์ โดยตัวอย่างโครงการใหม่ของพฤกษาที่ชื่อว่า “The Privacy เรวดี” ราคาก็ยังเริ่มต้นยังอยู่ที่ ล้านต้นๆเท่านั้นเอง ขณะที่คอนโดสูงๆทั่วไปส่วนใหญ่ราคาจะ 2 ล้านอัพเสมอ ประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างสูงเลย

3. หมดกังวลเรื่องที่จอดรถไปเลย
ด้วยจำนวนชั้นน้อยผู้อาศัยน้อย รถประจำตัวจึงมีไม่มากเท่าพวกคอนโดสูงๆ ทั่วไป ไม่ต้องมานั่งปวดหัววนรีบร้อนหาที่จอดรถให้วุ่นวายไป หรือออกเดินทางลำบากอีก เพราะที่จอดรถคงจะเหลือพอใช้งานสำหรับทุกคนแน่ๆ

4. บรรยากาศคอนโดที่เป็นมิตร
คอนโดใหญ่ๆ นั้น ที่คนอาศัยเยอะก็อาจจะดูวุ่นวายไป เพราะมากคนปัญหาก็เยอะตามมาด้วย แต่ไม่ใช่ว่าคอนโดขนาดเล็กอยู่แล้วจะไม่มีปัญหาเลยค่ะ คอนโดที่ไหนก็มีปัญหากันบ้างและไม่มากน้อยต่างกัน เพียงแต่คอนโดที่มีขนาดเล็ก ถ้ามีการการนัดประชุมลูกบ้านก็จะทำได้ง่ายกว่า เพราะคนน้อยกว่า แล้วการที่คนน้อย ก็ยังไม่ต้องมาแย่งใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการมากไป ทำให้บรรยากาศระหว่างเพื่อนสร้างความเป็นมิตรกันมากขึ้นอีกด้วย




แก้ปัญหาที่จอดรถในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า
บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า catdumb.com


เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคอนโดฯ ส่วนใหญ่นั้นมักมีที่จอดรถไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าด้วยแล้ว ยิ่งพอยากมาเพราะจำนวนคนที่พักอาศัยมีจำนวนมาก และทำให้เกิดปัญหาตามาคือต้องแย่งกันจอด จอดซ้อนคันกัน หรือบางทีก็อาจจะต้องไปจอดริมถนนแถวๆคอนโดฯนั้นเอง ซึ่งโดยทั่วไปตามกฏหมายแล้วได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าถ้าห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน แต่ถ้าขนาดของพื้นที่ของห้องนั้นไม่ถึง 60 ตร.ม ละก็จะให้เหมารวมว่าในพื้นที่ 120 ตร.ม จะสามารถจอดได้ 1 คันค่ะ แน่นอนว่าเกิดปัญหาการแย่งพื้นที่จอดรถเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะทำห้องไม่ใหญ่มากเพื่อจะได้มีจำนวนห้องเยอะๆ เลยทำให้จำนวนห้องนั้นมีมากกว่าจำนวนที่จอดรถอยู่มาก เพราะคนก็อยากมีรถและซื้อมาจอดไว้ทำให้รถมีมากเกินไป แต่ก็มีวิธีแก้ไขและหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ โดยเพื่อเป็นป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวคอนโดฯ ทั้งหลายด้วย

1. ก่อนซื้อก็ควรศึกษาข้อมูลก่อนว่าที่จอดรถมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ

2. ถ้าต้องการอยู่คอนโดฯโดยที่เราต้องใช้รถมาใช้ ให้มองหาคอนโดฯที่จะมีตัวเลือกการเดินทางแบบอื่นด้วย เช่นคอนโดใกล้รถไฟฟ้า หรือคอนโดที่มีราคาถูก เพราะอย่างน้อยจะมีคนที่ไม่ใช้รถอยู่ในคอนโดฯนั้นเยอะขึ้น และก็ควรมีที่จอดรถประมาณ 50 – 60% ของทั้งหมด

3. หรือถ้าต้องการอยู่คอนโดฯนั้น โดยไม่ใช้รถให้เลือกคอนโดใกล้รถไฟฟ้ามากขึ้นและมีที่จอดรถประมาณ 40%ของทั้งหมดค่ะ

4. ซื้อคอนโดฯที่มีกรรมสิทธิ์ในที่จอดรถด้วย (โดยต้องระบุกรรมสิทธิ์ชัดเจนในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วยค่ะ) แต่ก็อาจต้องยอมรับเรื่องราคาที่อาจแพงสุดๆไปด้วย

ในการจะทำให้คอนโดมีที่จอดรถได้ 100% นั้นถือเป็นเรื่องที่ยากเกินไป เพราะราคาคอนโดฯนั้นจะมีราคาที่แพงแน่นอน ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้อคอนโดฯเราก็ควรศึกษาให้ดีว่ามีที่จอดรถเพียงพอหรือเปล่าค่ะ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อไปในอนาคตได้ค่ะ

บล็อก รีวิวคอนโด ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก home.co.th

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดราคาถูก
บล็อกคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ภาพจาก terrabkk.com

คอลลิเออร์ส ได้ชี้สัญญาณในตลาดคอนโดมิเดียม ที่ขายใหม่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่ทำเลแจ้งวัฒนะนั้นเริ่มแผ่วลง เหตุเพราะถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้ จำนวนมาก ในราคาขายเกิน 6 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้นเสี่ยงดับ หากการสร้างรถไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน คาดว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มราคาขยับปรับ เพิ่มขึ้นราว 20% ในด้านศุภาลัย รับปี 58 ที่ยอดขายไม่กระเตื้อง แต่ก็ไม่หวั่นเดินหน้าเปิดโครงการที่ 4 ต่อเนื่องกันอย่างมั่นใจศักยภาพของ พื้นที่นี้

โดย นายสุรเชษฐ กองชีพ หรือรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย จำกัด ก็ได้เปิดเผยถึงทำเลถนนแจ้งวัฒนะที่ในอดีตนั้นไม่ค่อยมีความน่าสนใจมากนัก แต่พอหลังจากศูนย์ราชการกรุงเทพฯ ได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ ก็จึงเริ่มเห็น ความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่อยู่อาศัยด้วย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมนั้น จากการสำรวจพบว่า ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขายจำนวนมากทีเดียว ในปี 2553 - 2554 รวมกันมากกว่า 4,957 หน่วย โดยให้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะมีได้กำลังซื้อจากข้าราชการที่ต้องย้ายเข้ามาประจำที่ ศูนย์ราชการแห่งนี้ โดยรวมทั้งคนที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ที่เพื่อปล่อยเช่า แต่ก็ไม่ได้รับในการตอบรับจากตลาดเท่าใดนักและส่งผลให้ ตลาดคอนโดมิเนียมบนถนนแจ้งวัฒนะนั้นได้ชะลอตัวลงในปีต่อๆ มานั้นเอง และได้กลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2557 ที่เนื่องจากกระแส โดยโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู แต่ก็พบว่าอัตราการขายของโครงการที่เปิดในปี 2557 เป็นต้นมานั้น มีไม่มากเท่าที่ควรจน ทำให้บางโครงการต้องยกเลิกการขายไปในที่สุดเลย 

และเมื่อแยกพิจารณาตามทำเลที่ผู้ประกอบการได้เข้ามาลงทุนพัฒนาในโครงการในช่วงระหว่างปี 2550-สิงหาคม 2558 ก็พบว่า ช่วงห้าแยกปากเกร็ดได้ทางพิเศษศรีรัช ก็มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 4,337 หน่วย โดยมีอัตราการขายมากกว่าถึง 90% ราคาขาย เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้น และยังพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายเล็กเกือบทั้งหมดด้วย ในขณะที่พื้นที่นี้ตั้งแต่ทางพิเศษศรี รัช-แยกหลักสี่ ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 5,618 หน่วย โดยมีอัตราการขายค่อนข้างสูงเช่นกันคือเกือบ 90% เช่นกัน โดยราคาขาย เฉลี่ยจะค่อน ข้างสูงเฉลี่ยที่ประมาณถึง 5.2 หมื่นบาทต่อตร.ม. เลยทีเดียว และในพื้นที่นี้ก็ยังมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการรายเล็ก โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้เข้ามาในพื้นที่นั้นส่วนใหญ่มาในปี 2557 พร้อมกับได้ตั้งราคามากกว่าโครงการอื่นๆ แต่ทำให้ไม่ประสบ ความสำเร็จเท่าที่ควรนัก 

นายสุรเชษฐ ยังได้กล่าวต่อว่า สำหรับราคาขายของคอนโดมิเนียมที่ได้เปิดขายในช่วงระหว่างปี 2555 - 2556 จะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ก็ว่าราคาขายของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วงปี 2557-ครึ่งแรกปี 2558 จะอยู่ที่ประมาณ 6.3 หมื่นบาทต่อตร. ม. โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 26% และยังคงมีแนวโน้มที่จะได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอีกมากกว่า 20% ในอนาคตนี้ โดยเฉพาะโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่หลังจากปี 2558 เพราะว่าได้มีรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูที่ได้เริ่มมีความชัดเจนมาเป็นปัจจัยสนับสนุนในตอนนี้ และขณะที่ราคาที่ดินใน ปัจจุบัน หากติดถนนแจ้งวัฒนะก็จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 แสนบาทต่อตร.ว. โดยเพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เท่าเลย 

หากว่าโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูยังมีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ จะทำให้ถนนแจ้งวัฒนะนั้นมีความน่าสนใจ และได้มีโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากขึ้นอย่างแน่นอนในตอนนั้น แต่ตลาดคอนโดมิเนียมก็อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควรเป็น โดยเฉพาะโครงการที่เปิดและขายในราคาที่สูงกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดไว้นอกจากนี้โครงการใหม่ๆ ที่ได้จะเปิดขายต้องแข่งขันกับโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่เข้าอยู่แล้วอีกหลายโครงการอีกแต่มีราคาขายต่ำกว่ามากอีกด้วย 

และ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ก็ได้กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมี ได้มีโครงการบนถนนแจ้งวัฒนะ แล้ว 3 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ และยอดขายมากกว่า 95% ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้ง วัฒนะ มียอดขายปัจจุบัน 50% และสุดท้ายโครงการศุภาลัย วิสต้า ห้าแยกปากเกร็ด ก็มียอดขายแล้ว 70% โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดในแนว รถไฟฟ้าสายสีชมพูก็มากกว่า 10% 

ตอนนี้ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงจนปัจจุบัน ยอดขายในโครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในพื้นที่แจ้งวัฒนะได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะ โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ที่แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการกว่า 2 พันล้าน บาท แต่กลับมียอดขายเพียง 50% แต่ถ้าพิจารณาแล้ว ในโครงการนี้ก็เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการลอฟท์ แจ้งวัฒนะ เพราะมีระยะห่างกันไม่มากเพียง 500 เมตร เท่านนั้น เฉลี่ยยอดขายทั้ง 2 โครงการจะอยู่ที่ 75% ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลย ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ของบางรายต้องพับโครงการลงอีก เนื่องจากจะตั้งราคาขายสูงเกินไปคือ และอยู่ที่ประมาณ 8-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ในของเราเฉลี่ยราคาขายอยู่ที่ 6 หมื่นบาทต่อตร.ม.เท่านั้นเอง 

ในล่าสุด บริษัทก็ได้เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ที่สถานีแคราย โดยมูลค่าโครงการประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยยังถือเป็นอีก 1 โครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) แต่ก็เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ด้วย โดยได้เชื่อว่าโครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็จะเป็นระบบคมนาคมที่เอื้อประโยชน์ให้ต่อการเดินทางของผู้พักอาศัยในย่านแคราย ปากเกร็ด และมีนบุรีอีก ในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองให้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จก็ประมาณต้นปี2563 นี้ 

โดยคอนโดราคาถูกที่กำลังจะในปีหน้านี้เพราะ คอนโดแถวนั้มีราคาที่ค่อนข้าจะสูง ถ้ามีโครการคอนโดราคาถูก็จะช้วนให้ขายออกได้แน่นอนค่ะ

บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ที่มาจาก ฐานเศรษฐกิจ

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การลงทุนกับคอนโดไฮเอนด์ ที่เยี่ยมกว่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ยังไปต่อได้ไหม

การลงทุนกับคอนโดไฮเอนด์ ที่เยี่ยมกว่าคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ยังไปต่อได้ไหม



คอนโดใกล้รถไฟฟ้า
บล็อกริวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก thinkofliving.com


แม้ว่าเราจะเห็นชัดๆ แล้วว่าอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ตลาดที่ยังพอไปได้ก็คือสินค้าที่อยู่อาศัยระดับกลางจนถึงบนขึ้นไป  โดยเฉพาะในเรื่องคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ซึ่งจะชัดเจนที่สุด เพราะในหลายโครงการในย่าน CBD นั้น ที่ได้เปิดตัวออกมาส่วนใหญ่แล้วล้วนขายดี และในบางโครงการถึงขั้นแย่งกันซื้อเลยก็มีค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามในโครงการระดับนี้และขายดีในแบบนี้แน่นอนว่าย่อมมีกลุ่มนักลงทุนรวมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งตัวเลขจากบริษัทตัวแทนอสังหาฯนั้น ระบุไว้ว่ามีนักลงทุนไม่ต่ำกว่า 30-40% แต่ในท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้แล้ว ความต้องการในตลาดก็คงลดลงเช่นกัน แบบนี้จึงได้เป็นคำถามที่น่าสนใจว่าหากใครสักคนที่ได้มีเงินแล้วคิดจะหาช่องทางทำกำไรแล้ว ด้วยการซื้อลงทุนคอนโดมิเดียม ในตอนนี้จะยังมีโอกาสหรือไม่ ในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า หรือการปล่อยเช่าคอนโด หรือแม้แต่การเลือกซื้อคอนโดไฮเอนด์

ซัพพลาย และ ดีมานด์
นิยามของคอนโดฯ ไฮเอนด์แบบคร่าวๆ ก็คือวัดกันที่ราคาต่อตารางเมตรเลย ซึ่งก็จะมีหลายระดับเริ่มตั้งแต่ 120,000 บาท/ตร.ม. หรือบางราคาต่อยูนิตประมาณ 5 ล้านบาทขึ้นไป ที่เรียกว่า “ไฮเอนด์” และสูงขึ้นไปกว่านี้เรียก “ลักซูรี่” คือราคาที่ต่อตารางเมตรตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป หรืออยู่ที่ยูนิตละ 10 ล้านบาทขึ้นไป และก่อนจะไปสิ้นสุดที่ “ซูเปอร์ลักซูรี่” โดยที่ราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้นที่ 300,000 บาทหรือยูนิตละประมาณ 20 ล้านบาทขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีคอนโดฯ ที่ราคาต่อตารางเมตรสูงกว่านี้ก็ได้ แบบนี้น่าจะเรียกเป็น “อัลติเมท”เลยก็ว่าได้

โดยปกติแล้วคอนโดฯ กลุ่มนี้ทำเลจะจำกัดอยู่ในเฉพาะในย่านใจกลางเมืองหรือในเขต CBD เช่น พวกสีลม สาทร เพลินจิต ชิดลม และรวมถึงสุขุมวิทตอนต้นและทำเลพิเศษๆ เช่น บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในหลายปีก่อนจำนวนโครงการเปิดใหม่แค่ละปี 4,000-5,000 ยูนิต แต่ใน 2-3 ปีมานี้ได้มีซัพพลายคอนโดฯ ไฮเอนด์เพิ่มขึ้นมากทีเดียว แต่ถ้าคอนโดมิเดียมที่ต่ำกว่ามาหน่อยก็จะเป็จำพวกคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่มีทำเลดีแต่ไม่ได้เพื่อการอยู่อาศัยโดยแท้จริง เพราะจะมีวิวทิวทัศที่แย่กว่า และยังมีการปล่อยให้เช่าคอนโดด้วยซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันทางด้านราคากันจำนวนมากทำให้ราคาต่ำลง 

ตัวเลขจากแผนกวิจัย CBRE ได้ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา 2557 นี้ได้มีคอนโดฯ เปิดใหม่เฉพาะย่านใจกลางกรุงเทพฯ รวมรวมกันทั้งสิ้น 20 โครงการหรือประมาณ 7,255 ยูนิต และในขณะที่ปี 2558 เพียงครึ่งปีแรกได้เปิดไปแล้วถึง 16 โครงการ หรือประมาณ 5,304 ยูนิต ดังนั้นหากเรานับรวมโครงการที่จะเปิดตัวครึ่งปีหลังซึ่งเป็นไปได้ว่าจะมีมากกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน จำนวนคอนโดฯ ไฮเอนด์เปิดใหม่ในปีนี้อาจถึง 10,000 ยูนิตเลยก็ได้ ในขณะที่อัตราการขายโดยเฉลี่ยอยู่เพียง 50-60% หรือความต้องการในแต่ละปีนั้นมีเพียง 4,000-5,000 ยูนิตเท่านั้นเอง จึงเป็นประเด็นน่าคิดแล้วว่าท่ามกลางจำนวนคอนโดฯ ที่เกิดใหม่ที่เปิดตัวใหม่ออกมามากมายนั้น หากเราเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากการขายต่อหรือการปล่อยเช่าคอนโดจะต้องทำอย่างไร

ผลตอบแทนในการปล่อยเช่าคอนโด/ขายดาวน์คอนโด
แม้ว่าในตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้อัตราค่าเช่าคอนโดฯ ไฮเอนด์นั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักก็ตาม เมื่อเทียบกับราคาขายคอนโดฯนั้น ได้เปิดใหม่ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจแล้ว แต่จากข้อมูลของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนลแล้ว คือบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเรา พบว่าอัตราผลตอบแทนจากการที่ปล่อยเช่าคอนโดฯ ไฮเอนด์ในระดับราคาที่ตั้งแต่ 200,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไปนั้น ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจอยู่ คือเฉลี่ยตั้งแต่ที่ 3-7% ต่อปี แตกต่างกันในแต่ละทำเลเลย โดยทำเลที่ให้ผลตอบแทนจากอัตราค่าเช่าที่สูงที่สุดคือซอยสุขุมวิท 23-49 ค่ะ

ในขณะที่อัตรากำไรจากการขายต่อยูนิตที่สร้างเสร็จแล้ว (Resale) ตัวเลขของ CBRE ณ ไตรมาส 2 ปีนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 7.6% โดยทำเลที่การขายต่อมีส่วนต่างกำไรเฉลี่ยมากที่สุดคือทำเลรอบๆ สวนลุมพินี 

ผู้ที่จะลงทุนคอนโดฯ ไฮเอนด์เพื่อที่จะหวังปล่อยเช่าคอนโด หรือขายคอนโด เพื่อหวังกำไรนั้นก็ควรเลือกโครงการให้มีดีๆ ดูมีเอกลักษณ์ เพราะคนที่รวยส่วนใหญ่ไม่ได้หวังจะซื้อคอนโดเพื่อสนองต่ออารมณ์แต่ยังหวังจะทำกำไรต่อจากคอนโดที่ซื้อมาได้ด้วย  โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อที่เตรียมขายต่อให้กับคนมีเงินหรือเศรษฐีนั้น เพราะผู้ซื้อกลุ่มนี้หากเจอโปรดักต์ที่ใช่ที่ต้องการในทำเลที่หาไม่ได้อีกแล้วและยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเขาอีกด้วย โอกาสในการที่นักลงทุนนั้นจะขายต่อและบวกกำไรได้ก็มีอีกเยอะมาก แต่ที่สำคัญผู้ลงทุนควรมีเงินเย็นเป็นจำนวนมากๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบขายคอนโดที่มีทีท่าว่าจะทำกำไรต่อในอนาคตนี้ได้จำนวนมาก

คำที่ใช้นิยามคอนโดฯ ระดับบน

ไฮเอนด์ ราคา 120,000-199,999 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป และมีราคาประมาณ 5 ล้านบาท/ยูนิตขึ้นไป
ลักซูรี่ ราคา 200,000-299,999 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป และมีราคาประมาณ 10 ล้านบาท/ยูนิตขึ้นไป
ซูเปอร์ลักซูรี่ราคา  300,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป และมีราคาประมาณ 20 ล้านบาท/ยูนิตขึ้นไป


บล็อก รีวิวคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ที่มา คำนิยาม : CBRE

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทุกวันนี้เราเสียภาษีอะไรบ้าง มาดูกัน

ทุกวันนี้เราเสียภาษีอะไรบ้าง มาดูกัน


ขอบคุณภาพจาก http://www.prosacc.com/


ภาษีเป็นสิ่งที่จะทำให้ประเทศขับเคลื่อน โดยทุกวันนี้เรานั้นก็เสียภาษีต่างๆ ทมากมาย บางคนอาจยังไม่รู้ว่าเราเสียภาษีอะไรบ้าง วันนี้ รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ จึงได้ไปหาข้อมูลต่างๆ เพื่อมาบอกทุกคนได้รู้กันว่า ตอนนี้เราได้เสียภาษีอยู่แทบจะทุกวันนั้นมีอะไรบ้างมาดูกันเลย


สิ่งที่ 1. การทำมาหากิน เราต้องเสียภาษีเงินได้

ไม่ว่าจะทำการประกอบอาชีพในนามนิติบุคคลหรือบุคคล ล้วนแล้วแต่ต้องเสีย ภาษีเงินได้ ทั้งหมด สำหรับคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปนั้นจะจัดอยู่ในประเภทการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่หากมีรายได้เป็นเงินเกิน 50,000 บาท (ยังไม่สมรส) หรือมากกว่า 100,000 บาท (สมรสแล้ว)ในช่วงปีนั้นๆ จะต้องยื่นแบบ ภาษีฯ ไม่ว่าเราจะมีภาษีที่ต้องจ่ายชำระหรือไม่ก็ตามแต่ และสำหรับผู้ที่เสียภาษี มากกว่า 3,000 บาท สามารถขอแบ่งจ่ายชำระได้ โดยไม่เกิน 3 งวด และไม่ต้องเสียเบี้ยปรับ แต่ถ้าหากเราลืมจ่ายภาษี จนเลยมันกำหนดการจ่ายแล้ว เราจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของกำหนดการที่จะต้องจ่าย

สิ่งที่ 2. ถ้าเรามีรถขับ เราต้องเสียภาษีรถยนต์

ซึ่งจะเสียเป็นประจำทุกปี นั่นคือที่เหล่าผู้เป็นเจ้าของรถทุกๆประเภท จะดำเนินการที่ พรบ. และชำระภาษีรถยนต์ โดย พ.ร.บ. เหมือนเป็นการทำประกันภัยภาคบังคับให้เรา ที่จะคุ้มครองเราเมื่อประสบภัยจากรถ ทางกรมการขนส่งจะต้องใช้ประกอบการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี และอัตราภาษีรถยนต์นั้น จะต่างกันไปตามประเภทรถ เช่น จัดเก็บตามความจุกระบอกสูบ (ซีซี) จากรถยนต์ ,จัดเก็บเป็นรายคัน ,จัดเก็บตามน้ำหนักเป็นต้น

สิ่งที่ 3. การทานร้านอาหาร จะต้องเสียมูลค่าเพิ่ม หรืท หรือที่เรียกว่า VAT นั้นเอง จะอยู่ที่ 7%

บางคนคงพบเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้แล้ว รู้สึกตกใจ เพราะราคาอาหารมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเราลืมคำนึงถึง vat 7% นั้นเอง โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) ก็คือ ภาษีที่จัดเก็บจากมูลค่าของสินค้านั้นหรือบริการของแต่ละขั้นตอนในการผลิตการจำหน่ายของสินค้าหรือบริการนั้นเอง โดยผู้ประกอบกิจการเป็นผู้เรียกเก็บกับลูกค้า และจะนำภาษีมูลค่าเพิ่มไปชำระกรมสรรพากรเอง คือผู้บริการจะรับทำเองโดยจะลดภาระให้ผู้บริโภค นั้นเอง ซึ่งเป็นภาษีทางอ้อมที่คนไทยที่เป็นผู้บริโภคจำต้องจ่ายไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตามแต่

สิ่งที่ 4. ถ้ามีเงินฝากธนาคาร จะต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก

ในหลายๆคนอาจจะละเลยภาษีส่วนนี้ไป เพราะในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากจะค่อนข้างต่ำ (โดยออมทรัพย์จะอยู่ที่ 0.125%-1% ,ฝากประจำจะอยู่ที่ 0.8-2.5%) ซึ่งดอกเบี้ยต่อปีที่เราได้รับนั้นถ้าหากรวมกันทุกธนาคารแล้วไม่ถึง 20,000 บาทต่อปี เราจะอยู่ในข้อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีได้ (ส่วนคนที่เกิน 20,000 บาท จะต้องถูกหักภาษี 15%) สำหรับคนที่ได้รับข้อยกเว้นดังกล่าวนั้นยังรวมไปถึงกรณีคนที่มีเงินฝากประจำ คนที่มีเงินฝากเผื่อเรียกธ.ออมสินและธกส. , คนที่มีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์, คนที่มีเงินฝากประจำ 2ปีขึ้นไป ไม่เกิน 600,000 บาท และคนที่มีเงินฝากประจำมากกว่า 1ปี อายุ 55ปีขึ้นไป ที่ได้รับดอกเบี้ยไม่เกิน 30,000บาท เป็นต้น

สิ่งที่ 5. การลงทุนตลาดหุ้น ต้องเสียภาษีของเงินปันผลด้วย

ถึงแม้ว่ากำไรที่ได้จากการโอนหุ้นหรือการขายนั้นจะได้รับสิทธิยกเว้นโดยกฎหมาย แต่ถ้าหากสำหรับ เงินปันผลจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลทั้งหมด แต่สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้ อยู่แล้วสามารถใช้สิทธิในการขอคืนภาษีได้ ที่เรียกว่า เครดิตภาษีเงินปันผลนั้นเอง ซึ่งเป็นการขอคืนเงินภาษีจากการที่เก็บซ่ำซ้อน เนื่องจากเงินปันผลนั้นเป็นเงินที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น เป็นเงินที่เป็นกำไรสุทธิที่เราได้หักจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว เมื่อผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลก้อนนั้น จะถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน จะจำเป็นต้องนำมาคำนวณเพื่อจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้งนึ่ง จึงกลายเป็นว่าเรานั้นเสียภาษีซ้ำซ้อนจากกำไรก้อนเดียวกันนั้นเอง

สิ่งที่ 6. การหารายได้เสริม หรือขายสินค้าทางเน็ต ต้องเสียภาษีเงินได้ (ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เราต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม)

อธิบายง่ายๆได้ว่า เมื่อไหร่ที่เรามีรายได้ ย่อมต้องเสียเพิ่ม ภาษีเงินได้นั้น กรณีขายที่เราในนามบุคคลจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ถ้าหากเป็นนามบริษัทจะเราจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่สำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ตือเราต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องบวก vat 7% เพิ่มกับราคาสินค้าที่ขายนั้นๆ ด้วย

สิ่งที่ 7. ผู้ที่ถูกรางวัลชิงโชค จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทันที (คือการเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น)

เงินรางวัลสำหรับผู้โชคดีที่จะได้รับนั้น จะต้องถูกหักภาษีทันที่ ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมดหรือเงินรางวัลทั้งหมด และเมื่อครบปี (เดือนมีนาคม) เงินรางวัลเหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับเงินที่ได้พึงประเมินอื่นๆ เพื่อจะนำไปคำนวณหาภาษีเงินได้ ต่อไป ทั้งนี้ภ้าหากผู้โชคดีรายนั้น มีผลรวมของเงินได้พึงประเมินรวมกับเงินรางวัล ยังไม่ถึง 150,000 บาทต่อปี จะได้รับการยกเว้นภาษี โดยจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ดังนั้น ผู้โชคดีรายนั้นจะสามารถขอคืนภาษี 5% ที่ได้ถูกหัก ณ ตอนที่รับตอนแรก ดังกล่าวได้

สิ่งที่ 8. ขายบ้านขายคอนโด ขายอสังหาต่างๆ จะต้องเสียภาษีจากการขายอสังหา

เมื่อขายบ้านขาย "คอนโดติดรถไฟฟ้า" "คอนโดราคาถูก" ขายอสังหาต่างๆ จะต้องเสีย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย โดยจะพิจารณาจากราคาประเมินบวกกับจำนวนปีที่ถือครอง นอกจากนี้ยังมีค่าอากรแสตมป์ 0.5% ที่ผู้ขายจะต้องเสียในขั้นตอนที่จะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ , ค่าธรรมเนียมในการโอนอีก 2% ในทุกๆครั้งที่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และ หากกรณีผู้ขายครอบครองอสังหาริมทรัพย์น้อยกว่า 5 ปี ก็จะต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% จากราคาประเมินหรือราคาตลาดที่สูงกว่านั้นเอง


บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า บ้านทาวน์เฮ้าส์ ของขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก terrabkk.com