วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคหะ ลุยคอนโดติดรถไฟฟ้า 4 แห่งเริ่มต้น6แสน-1ล้าน

เคหะ ลุยคอนโดติดรถไฟฟ้า 4 แห่งเริ่มต้น6แสน-1ล้าน

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า เช่าคอนโด ขอขอบคุณภาพจาก thaihomeonline.com


เดินหน้าไฟเขียวแผนลงทุนเคหะฯ โดยสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อยทั่วไทย ทั้งการขายขาด และให้เช่าในราคาถูก 1,500-2,500 บาท/เดือน มีทั้งห้องชุด บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ในปีหน้าเปิดมิติใหม่โดยการตะลุยคอนโดฯ 28-32 ตร.ม. ตามแนวรถไฟฟ้า 4 ทำเล เป็นคอนโดรถติดรถไฟฟ้า ประชานิเวศน์ 3-ร่มเกล้า-ลำลูกกา-บางปู โดยเจาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและข้าราชการ จะเริ่มต้น 6 แสนถึง 1 ล้านบาทเท่านั้น

โดยนายสุภัคร ลดาวัลย์ ณ อยุธยา หรือรอง ผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ไว้ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2558 คณะกรรมการในการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือบอร์ดสภาพัฒน์ ได้มีมติอนุมัติกรอบการลงทุนและได้พัฒนาโครงการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยจนถึง ระดับปานกลาง โดยตามแผนลงทุนของ กคช. ในปี 2558-2560 เป็นจำนวน 4 โครงการบนที่ดินเดิม และได้มีสินทรัพย์รอพัฒนา Sunk Cost ที่พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อ พิจารณาอนุมัติเป็นโครงการรายโครงการต่อไป

ซึ่งทั้ง 4 โครงการ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน 10 ปีตามที่นโยบายของรัฐ เพื่อที่ให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งการเคหะฯนั้นพร้อมเปิดขายและก่อสร้างได้ทันที หลังที่ ครม. ได้อนุมัติ โดยแหล่งเงินลงทุนมาจากทั้งหมด 3 ส่วนคือ ส่วนเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนเงินกู้ แลส่วนเงินรายได้ของ กคช. นั้นเอง

โดยใน 4 โครงการ จะประกอบด้วย 

1.โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ซึ่งจะเสนอ ครม. ภายในเดือน ธ.ค.นี้ และเริ่มสร้างปี 2559 และแล้วเสร็จปี 2561 โดยมี 43 โครงการทั่วประเทศ จำนวนทั้งหมด 11,559 หน่วย และเงินลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท

โดยแยกเป็นโครงการเคหะชุมชนของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางจำนวน 30 โครงการ หรือจำนวน 10,167 หน่วย โดยราคาเริ่มต้น 5.5-7 แสนบาท โดยเป็นอาคารชุด 3-5 ชั้น และบ้านแถว 2 ชั้น บ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น และบ้านแฝด 2 ชั้น อาทิเช่น เคหะชุมชนบางขุนเทียน มิตรไมตรี หรือบางบ่อ บางปู และนครปฐม ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี รวมถึงบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ พระนครศรีอยุธยา และในเชียงรากน้อย, บางปะอิน,โรจนะนอกจากยี้ก็ ลพบุรี พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ ตาก ยังต่ออีกที่สงขลา สุราษฎร์ธานี ตรัง และสระบุรี

โดยส่วนโครงการที่รองรับกลุ่มในระดับกลางขึ้นไป จะขายเริ่มต้น 1 ล้านบาทขึ้นไป โดยมี 13 โครงการ และจำนวน 1,392 หน่วย โดยมีอาคารพาณิชย์ 3-3.5 ชั้น เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น บ้านแถว 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น และทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น อาทิ เช่น เคหะชุมชน จ.สมุทรสาคร (เศรษฐกิจ 2) และสมุทรปราการ กำแพงเพชร บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อีกทั้งอุดรธานี ระยอง ภูเก็ต ขอนแก่น และกระบี่

2.โดยโครงการอาคารเช่าและเช่าคอนโดสำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้น มี 32 โครงการทั่วประเทศ จำนวนรวม 10,107 หน่วย โดยมูลค่าลงทุน 5,070 ล้านบาท เช่น ที่ร่มเกล้า ที่บางพลี ที่ปทุมธานี ที่แหลมฉบัง อุบลราชธานี อุดรธานี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และโรจนะ เป็นต้น โดยเริ่มก่อสร้างปี 2559 แล้วเสร็จในปี 2563 ซึ่งเป็นอาคารชุดขนาด 28-32 ตารางเมตร และกำหนดระยะเวลาเช่าแบบปีต่อปี โดยอัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ห้องละ 1,500 บาท ในทำเลกรุงเทพฯ 2,000-2,500 บาทต่อห้องค่ะ แต่ในระบบการเช่าคอนโดนั้นอาจจะมีหรือไม่มีจะมาบอกกันอีกที

สภาพัฒน์ได้เห็นชอบแล้ว โดยให้การเคหะฯได้ทบทวนรายละเอียดอีกเล็กน้อย ในเรื่องการคืนทุนให้เร็วขึ้นอีก โดยจากที่เสนอไป 12 ปี ถ้าทุกอย่างเสร็จก็พร้อมจะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติทันที ส่วนในอาคารชุดให้เช่า 6 พื้นที่และเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตาก มุกดาหาร สระแก้ว และสงขลา ตราด และหนองคายนั้น ยังรอเจรจากรมธนารักษ์เรื่องที่ดินอยู่ในตอนนี้

3.ในโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าและในระบบขนส่งทางราง ได้มีแผนลงทุน 12,000 หน่วย ที่มีขนาดพื้นที่ 28-32 ตารางเมตร และเป็นอาคารสูง 8-20 ชั้น ใน 4 ทำเลบนที่ดินเดิมของคณะ กคช. ซึ่งได้แก่ 1.ประชานิเวศน์ 3 พื้นที่ 8 ไร่ บริเวณตรงข้ามโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ โดยรองรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และ2.ลำลูกกา คลอง 2 ติดถนนลำลูกกา บนพื้นที่ 25-28 ไร่ รองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และ3.ร่มเกล้า บนพื้นที่ 1,000 ไร่ โดยใกล้รถไฟฟ้า 2 สายคือ แอร์พอร์ตลิงก์กับสายสีส้ม (หรือศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) และที่ 4.บางปู บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ โดยรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และต่อขยาย (สมุทรปราการ-บางปู) นั้นเอง

คอนโดติดรถไฟฟ้า การเคหะฯจะทำการลงทุนสร้างและขายเอง โดยเป็นกรอบแนวคิดใหม่ โดยจะเร่งออกแบบรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยโดยเริ่มต้นทำงาน และยังมีรายได้ขนาดปานกลาง มีนิติบุคคลบริหารโครงการโดยตามกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งก็เป็นโมเดลใหม่ ต่างจากเดิมที่เคยพัฒนา ในราคาขายเริ่มต้น 6 แสนบาทถึง 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับทำเล และขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการ โดยจะแล้วเสร็จ ธ.ค.นี้ และจะเปิดขายปลายปีหน้า

และ 4.ในโครงการฟื้นฟูแฟลตดินแดง โดยสภาพัฒน์ก็เห็นด้วยกับแผนแม่บทโครงการ แต่ให้ กคช.ได้ทำรายละเอียดการพัฒนามาให้ชัดเจน ทั้งขนาดพื้นที่และอื่นๆ เพราะยังมีผู้อยู่อาศัยเดิมที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องอัตราค่าเช่า 1,000-1,500 บาท/เดือน/ห้อง และทั้งต้องการห้องขนาดใหญ่ขึ้นจาก 33 ตารางเมตร ให้เป็นขนาดกว่า 40 ตารางเมตรนั้นเอง

ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทของ กคช.จะใช้เวลาพัฒนารวม 8 ปี เริ่มปี 2559 และจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 25 ชั้น และ 35 ชั้น โดยจำนวนรวม 20,292 ยูนิต โดยสร้างขึ้นเพื่อรองรับกลุ่ม ผู้ที่อยู่อาศัยเดิมเป็นลำดับแรก จำนวนทั้งหมด 6,000 ยูนิต ในปี 2559 จะสร้างบริเวณ หัวมุมสามเหลี่ยมดินแดง ในพื้นที่ 2 ไร่ อาคารสูง 25 ชั้น จำนวนรวม 334 ยูนิต โดยรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม จำนวนรวม 5 อาคาร คือ อาคารที่ 18-20 และอาคารที่ 21-22 และผู้อยู่อาศัยใหม่ในบางส่วนนั้นเอง

ในแผนของระยะเร่งด่วน 3 ปีแรก (2559-2561) ก็จะพัฒนาจำนวน 515,268 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเงินกว่า 95,596 ล้านบาท และเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย 87,589 หน่วย ก็เป็นอาคารเช่า 10,107 หน่วย โดยฟื้นฟูแฟลตดินแดง 1,581 หน่วย ก็จะวางศิลาฤกษ์เดือน เม.ย. 2559, ในอาคารเช่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลา ตราด และหนองคาย 8,000 หน่วย และอาคารเช่าซื้อ 67,901 หน่วย เช่น ในแนวรถไฟฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑล 8,000 หน่วย และในที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยรองรับชุมชนริมคลองอีก 11,044 ครัวเรือน

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการช่วยเหลือคนมีมีฐานะปลานกลางให้มีบ้านเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ก็ยังเห็นโครงการที่น่าสนใจคือ คอนโดติดรถไฟฟ้า ที่มีถึง 4 โครงการ โดยจะทำการปล่อยขายเป็นหลัก ซึ่งอาจจะมีการเช่าคอนโดกับทางเคหะ เองโดยจะเร่งพัฒนาเพื่อรอรับผู้ที่จะมาอยู่อาศัยโดยจะทำการยื่นเรื่องในไม่นานนี้ โดยอ าจจะมีการเช่าคอนโดอย่างไรหรือปล่อยขายอย่างไรเราจะมาบอกเล่ากันอีกที

บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า เช่าคอนโด ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก ประชาชาติธุรกิจ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหากำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า และอสังหาฯ กำลังล้นตลาด กว่า 1.78 แสน ยูนิต 



คอนโดราคาถูก

บล็อก รีวิวคอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณภาพจาก plus.co.th

เอเจนซี่ฯ ได้ระบุว่าบ้านและคอนโดใกล้รถไฟฟ้า และคอนโดทั่วไป นั้นยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ แม้แต่ยูนิตเหลือขาย 1.78 แสนยูนิตก็ตาม เหตุเป็นเพราะอัตราเพิ่มขึ้นไม่มากเกินไป กังวล จะมีแนวโน้มอาจล้นตลาด และหากเติมซัพพลายใหม่เพิ่มอีก ขณะซัพพลายยังสร้างไม่เสร็จมากถึง 60% ก็กลายเป็นความเปราะบางทางธุรกิจอสังหาฯแจงในโครงการประสบปัญหาขายไม่ออกและเลิกร้างถึง 129 โครงการ และยังประสบปัญหาหนักสุด โดยคอนโด กว่า 2 หมื่นยูนิต ในส่วนใหญ่ระดับราคา 1-2 ล้าน และรองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว 5 พันกว่ายูนิต โดยสาเหตุใหญ่แบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อนั้นเอง 

โดยนายโสภณ พรโชคชัย หรือประธานกรรมการบริหาร ของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ได้เปิดเผยถึงภาพรวมในการสำรวจที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และเขต ปริมณฑล ล่าสุด ณ เดือน ก.ค. 2558ที่ผ่านมา พบว่า ยังมีโครงการที่อยู่อาศัย ที่เปิดใหม่ จำนวน 488,026 แสนยูนิต รวมมูลค่ากว่า 1.64 แสน ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม มากที่สุดถึง 51% รองลงมาก็เป็น ทาวน์เฮ้าส์ 23% และบ้านเดี่ยว 19% และอื่นๆ ได้แก่พวก บ้านแฝด อาคาร พาณิชย์ และที่ดินจัดสรรต่างๆ อีก 7% 

ในขณะที่ ยูนิตเหลือขายรวมอยู่ประมาณ 1.78 แสนยูนิต แต่ก็ยังไม่ถืออยู่ขั้นภาวะ ล้นตลาดมากนัก แม้ว่ายูนิตเหลือขายจะกำลังเพิ่มขึ้น โดยตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เป็นอัตราการเพิ่มไม่มากเท่าไรนัก 

แม้ตัวเลขเหลือขายขณะนี้ จะยังไม่ถึง ขั้นวิกฤติก็ตาม แต่ก็มีแนวโน้มจะเข้าสู่วิกฤติ ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยคาดว่า คงใช้ระยะเวลา อีก 2-3 ปี ถ้าหากไม่มีการแก้ไขใดๆ หรือมีซัพพลายใหม่เพิ่มเข้ามามากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ดี ในโครงการส่วนใหญ่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จถึง 60% ซึ่งก็ถือว่ายังมีความเปราะบางในการที่จะซื้อที่อยู่อาศัย ถ้าหาก เกิดปัญหาวิกฤติ อสังหาฯขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ซื้อด้วย ผู้ประกอบการ และในสถาบันการเงินอีกด้วย 

คาดว่าทั้งปี 2558 นี้ จะได้มีโครงการเปิดใหม่ทั้งหมดอีก 107,821 ยูนิต โดยลดลงประมาณ 6% จากปีที่แล้ว 114,094 ยูนิต ในขณะที่ มูลค่า ของโครงการเปิดใหม่คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นราวๆ 21% จาก ปี 2557 โดยที่เปิดตัว 344,549 ยูนิต และเป็น 418,006 ยูนิต เนื่องจาก สินค้าราคา ไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้นเอง 

ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคอนโด ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนยูนิตและมูลค่าดดยการพัฒนาถึง 25% เพราะเป็นสินค้าที่มีผู้ซื้อไว้เก็ง กำไรมากที่สุด และส่วนสินค้าราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป 

โดยเฉพาะราคา 20 ล้านบาทนั้น มีการเปิดตัวมากทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯโดยมีจำนวนถึง 2,166 ยูนิต หรือมากเป็น 4 เท่า ในขณะ ที่มีมูลค่าสูงถึง 71,807 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5 เท่า ของ ปีที่แล้วเปิด 449 ยูนิต โดยรวมมูลค่า 12,539 ล้านบาทเท่านั้นเอง 

โดย นายโสภณ กล่าวยังว่า จากการสำรวจ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของศูนย์ฯ ก็ยังพบว่า ในขณะนี้มีได้โครงการที่ หยุดการขาย ที่ประสบปัญหา ในการขายจนต้องเลิกร้างไปถึง 129 โครงการ 

ทั้งนี้ก็ยังมีโครงการที่ยังเปิดขายอยู่ 1,634 โครงการ โดยจำนวนยูนิตที่เลิกร้างไปหรือรอการปรับปรุงใหม่นั้นมี 34,038 ยูนิต รวม มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท 

สำหรับประเภทของโครงการอสังหาฯ จะหยุดการขายไปในจำนวนดังกล่าว ในกลุ่มใหญ่ที่สุด ซึ่งได้แก่ คอนโด มากถึง 20,067 ยูนิต หรือก็คิดเป็น 59% โดยเฉพาะห้องชุดราคา 1-2 ล้านนั้นที่ตั้งอยู่ย่านชานเมือง ในรองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่ได้ประสบปัญหา ก็มีราวๆ 5,673 ยูนิต หรือคิดเป็น17% ส่วนของทาวน์เฮาส์ที่ประสบปัญหามีนั้น 3,624 ยูนิต หรือคิดเป็น 11% เท่านั้นเอง และส่วนหากเป็นทาวน์เฮาส์ ก็ราคา 1-2 ล้านบาท โดยกลุ่มอื่น ๆ เช่น บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่าจัดสรรด้วย มีเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น 

ในการผลิตที่อยู่อาศัย ในแบบบ้านเดี่ยวมักเกิดขึ้นมากเป็นอันดับ 3 แต่ในกรณีการหยุดการขาย บ้านเดี่ยวกลับได้มาเป็นอันดับ 2 กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า บ้านเดี่ยวที่มักจะขายได้ช้านั้นก็มีปัญหาอยู่พอสมควร และในที่ดินจัดสรรที่สถาบันการเงินมักไม่อำนวย สินเชื่อ นั้นเพราะหลักประกันต่ำด้วยไม่มีบ้านอยู่ด้วย และก็มักจะขายไม่ออก จนกระทั่งประสบปัญหาไปในที่สุดนั้นเอง 

หากพิจารณาจากแนวโน้มจะพบว่า ณ สิ้นปี 2557 ได้มีโครงการที่ประสบปัญหาจำนวน 122 โครงการประมาณ 34,519 ยูนิต โดยมูลค่า 81,704 ล้านบาท แต่ ณ กลางปี 2558 ได้มีจำนวนเพิ่มเป็น 129 โครงการหรือประมาณ 34,038 หน่วย มูลค่ากว่า 91,128 ล้านบาท สรุปว่า จำนวนของโครงการเพิ่ม 7 โครงการ โดยคิดเป็น 9% ยูนิตขายลดลงถึง 481 หน่วย คือติดลบ1% แต่มูลค่าได้เพิ่มขึ้น 9,424 ล้านบาท หรือประมาณ 12% ที่เป็นเช่นนี้ได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่า ยูนิตขายที่มีราคาสูงขึ้นก็จะประสบปัญหาในการขายเช่นกัน ดังนั้นในสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรนัก 

ในสำหรับสาเหตุของการล้มเลิกโครงการจนหยุดขายนั้น จะประกอบด้วย สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อต่างๆ จำนวน 37 โครงการ โดยคิดเป็น 29%, และขายไม่ออก ไม่มีคนซื้อ หรือรูปแบบสินค้า ไม่เหมาะสม อีกจำนวน 23 โครงการ โดยคิดเป็น 18%, และไม่ผ่านการประเมิน สิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อีกจำนวน 29โครงการ หรือคิดเป็น 22% , และรอปรับราคาขายใหม่อีกจำนวน 8โครงการ และคิดเป็น 6%, มีการเปลี่ยนรูปแบบโครงการ อีกจำนวน 10 โครงการ และคิดเป็น12%, อยู่ในทำเลที่ตั้งห่างไกลสิ่งอำนวยความสะดวก อีกจำนวน 15 โครงการ โดยคิดเป็น 12%, กรรมสิทธิ์ ของที่ดินและทางเข้าออกโดนเวนคืนอีกจำนวน 3 โครงการ โดยคิดเป็น 2%, ยกเลิกการขายที่เหลือนำมาปล่อยเช่าอีก จำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% และขาดผู้ที่รับเหมาและแรงงานก่อสร้าง อีกจำนวน 2 โครงการ และคิดเป็น 2% 

โดยคอนโดราคาถูก ก็มีแนวโน้มที่จะล้นตลาดมาก เพราะช่วงปลายปีได้มีโครงการคอนโดที่มาราคาที่ถูก หรือคอนโดราคาถูก กันออกมามาพอสมควร โดยหลังการซื้อได้ลลดลงมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้จะเกิดสภาวะล้นตลาดขึ้นได้

บล็อกรีวิว คอนโดใลก้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก กรุงเทพธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


4 โครงการ คอนโดใกล้รถไฟฟ้า มีคุณภาพ ทำเลดี


คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

โดยราจะขอเริ่มต้นด้วย โครงการ IDEO Mobi Sukhumvit Eastgate เป็น คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสท์เกต ที่ได้มาพร้อมกับแนวคิดในการออกแบบแห่งอนาคต ที่เหมาะกับผู้ที่ได้ชื่นชอบในความทันสมัยและมีเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ โดยสร้างไว้บนพื้นที่ 4-0-18 ไร่ รวม 844 ยูนิตเลย และขนาดห้องพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่เป็นห้อง Studio 21 ตร.ม. และในส่วนของห้องขนาด 30 ตร.ม. เป็นการออกแบบภายใน และมุ่งเน้นในการให้สำคัญกับประโยชน์ใช้สอยต่างๆ และห้องสมุดได้ออกแบบไว้ที่ชั้นล่างซึ่งได้มาพร้อมกับสวนธรรมชาติต่างๆ และให้ผู้อยู่อาศัยได้รู้สึกถึงความสงบ ในส่วนของชั้น 5 ของอาคารก็ได้แบ่งไว้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ที่มี สวน โซเชียลคลับ สระว่ายน้ำ สระเด็ก ห้องซักรีด และรวมถึงห้องออกกำลังกายต่างๆ โดยห้องพักอาศัยนั้นจะเริ่มต้นจากชั้นที่ 5 จนถึงชั้น 29 ซึ่งเป็นส่วนดาดฟ้าแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับสวนสีเขียวอีกด้วย เปิดรับวิวแม่น้ำ และวิวในเมือง ที่สัมผัสมุมมองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลย
คอนโดราคาถูก

โดย คอนโด ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท นั้นห่างเพียง 150 เมตร จาก BTS สถานีของบางนา 1 สถานี ไปสู่ Bangkok Mall และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตของกรุงเทพตะวันออกอีกด้วย ซึ่งถือเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าเลย และให้ผู้อยู่อาศัยได้เชื่อมต่อสู่ใจกลางของสุขุมวิทได้อย่างรวดเร็วภายใน 6 สถานีสู่ทองหล่อ และ 7 สถานีสู่ Emporium Emquartier กับ Emsphere ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ใน 8 สถานีไปสู่อโศก แหล่งธุรกิจใจกลางเมือง และอีกเพียง 12 สถานีสู่ Siamparagon ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วย Sky Deck & Sky Lounge โดย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.29 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจัดได้ว่าเป็นคอนโดราคาถูก มากเมื่อเทียบกับทำเลและบริการต่างๆของโครงการ


โดยโครงการต่อมาก็จะมากันที่ Ashton Asoke (แอชตัน อโศก) เป็น คอนโดมิเนียมสุดหรู โดยสร้างไว้บนที่ดินขนาดถึง 2-3-47.60 ไร่ และแบ่งเป็น 783 ยูนิต ภายในห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 30 ถึง 64 ตร.ม. โดยเปิดมุมมองการอยู่อาศัยแบบพาโนราม่าด้วย คือผู้อยู่อาศัยสามารถที่จะมองเห็นวิวกลางเมืองได้ถึง 270 องศาเลย โดยไม่ต้องมากังวลว่าห้องที่ซื้อไปนั้นจะไปได้มุมมองห้องในระดับต่ำกว่า เนื่องจากห้องชุดพักอาศัยและออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้น 11 ถึงชั้น 50 โดยจะเว้นพื้นที่ชั้นล่างไว้สำหรับเป็นที่จอดรถ และชั้น 35  นั้นจะมีไว้สำหรับส่วนกลาง และให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนไปกับสระว่ายน้ำซึ่งก็รองรับทั้งสระเด็กและสระทั่วไป และจากุซซี่ และยังมีห้องออกกำลังกาย  อบไอน้ำ ซาวน่า นอกจากนี้ก็มี ห้องสมุด  บิสิเนสเซ็นเตอร์ และยังมีบริการ ห้องซักรีด ,Sky Lounge และ โซเชียลคลับ ด้วย ในส่วนชั้นหลังคาบนสุดก็เป็นพื้นที่สวนส่วนรวม
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางก็สะดวกสบาย โดยห่างจาก MRT ของสถานีสุขุมวิทเพียง 20 เมตร และยังจาก BTS สถานีอโศกไปอีกเพียง 230 เมตร ซึ่งทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางไปอีก และเพิ่มระยะเวลาให้ผู้ได้อยู่อาศัยได้พักผ่อนมากยิ่งขึ้นไปอีก จุดเด่นอีกด้านคือทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางของแหล่งธุรกิจ และมาพร้อมกับศักยภาพในการที่จะใช้ชีวิตได้อย่างครบครันเพราะด้วยแหล่งสาธารณูปโภคมากมาย เช่น Terminal 21 EmDistrict Interchange Tower และยังรวมไปถึง รพ.บำรุงราษฎร์  รพ.สมิติเวชนอก จากนี้ก็ยังมี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ วิโรฒ รร.วัฒนาวิทยาลัย และอื่นๆอีกมากมาย แต่ถึงแม้มันจะอยู่ใจกลางเมือง ทางโครงการยังได้จัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้กว่า 1 ไร่ โดยราคาจะเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท ซึ่งอาจจะดูราคาสูง และดูไม่เป็นคอนโดราคาถูก แต่ก็เป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่เป็นคอนโดหรูที่มีทุกอย่าครบครับ พร้อมบรรยากาศธรรมาชาติที่จะพอเจอได้ยากเมื่อเทียบกับทำเลยจึงถือว่าเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่คุ้มค่ากับราคามากทีเดียวเลยค่ะ


และอีกโครงการ IDEO Q Siam – Ratchathewi สำหรับในโครงการนี้ก็เป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการ IDEO Q Ratchathewi สู่การเป็น IDEO Q Siam-Ratchathewi ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร จำนวน 36 ชั้น สร้างไว้บนพื้นที่ 2-1-60.1 ไร่และมียูนิตจำนวน 552 ยูนิต พื้นที่ในการใช้สอยภายในห้อง เริ่มต้นที่ 29.5 ถึง 69 ตร.ม. โดยห้องพักอาศัยนั้นออกแบบไว้เริ่มต้นที่ชั้นที่ 8 ถึง 36 ส่วนกลางจะจัดไว้ที่ชั้น 30 และรองรับสระว่ายน้ำ โดยมี สระเด็ก สระผู้ใหญ่ จากุซซี่  คาบาน่า และ ห้องสมุด ห้องออกกำลังกาย และยังมีบิสิเนสเซ็นเตอร์ ส่วนในชั้นดาดฟ้าก็จัดแต่งสวนไว้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย การออกแบบคอนโดใกล้รถไฟฟ้าก็ดีเยี่ยม เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งช้อปมากมาย อาทิเช่น  สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์  และ Platinum Fashion Center Central World, Gaysorn Plaza และยัง Central Embassy คอนโดนี้จึงเน้นดีไซน์ที่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของนักช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ทั้งลวดลายและรูปทรงที่ดูแล้วมีเสน่ห์ ดุจดั่งสถาปัตยกรรมแฟชั่นใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้
คอนโดราคาถูก

จุดเด่นในด้านการออกแบบของ IDEO Q สยาม-ราชเทวี ก็คือวิวของสระว่ายน้ำที่เปิดมุมมองที่โค้งกว้างพิเศษดึง 360 องศา ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงความชุ่มฉ่ำพร้อมไปกับทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพรอบด้านอีกด้วย ภายในยังเน้นการตกแต่งให้ดูหรูหรา ดุจดั่งเป็นเครื่องประดับอัญมณีแะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้นำแฟชั่นได้เป็นอย่างดีเลย พื้นที่ในโครงการจะตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ราชเทวี  ที่ใกล้ BTS สถานีราชเทวี 390 เมตร หรือหากจะต้องการเดินทางด้วยรถยนต์ ก็ยังสามารถเชื่อมต่อทุกเส้นทางของถนนสายหลักรัชดาภิเษก และพระราม 9 รามคำแหง รวมถึงวิภาวดีรังสิต จรัญสนิทวงศ์ โดยราคาเริ่มต้น 5.2 ล้านบาท ก็เป็นอีกโครงการที่ถ้ามองแค่ราคาจะดูเป็นไม่ใช่คอนโดราคาถูกเลย แต่ก็อยากให้ลองดูรายละเอียดของโครงการว่าด้วยวิวและบริการต่างๆ รวมถึงทำเลที่แสนจะดีสำหรับคนกรุง ราคานี้ก็ถือเป็นสิง่ที่เหมาะสมกันแล้ว


และขอปิดท้ายด้วย โครงการ IDEO MOBI Wong Sawang Interchange ที่มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อคุณภาพของชีวิตที่หลากหลาย ที่ได้สร้างไว้บนพื้นที่ 2-2-22.5 ไร่ จำนวน 559 ยูนิต และแบ่งเป็นห้องสตูดิโอพื้นที่ใช้สอย 21.50 ตร.ม. ที่เป็นแบบห้องนอนเดี่ยว 24.5-30 ตร.ม. และในแบบ 2 ห้องนอน 48 ตร.ม. ที่ทำให้ตอบโจทย์ทุกขนาดการอยู่อาศัยด้วย การออกแบบที่มีส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความทัดเทียมกัน และมีทั้ง Sky Pool Sky Fitness และยังได้ประสบการณ์ใหม่กับจของ Sky Outdoor Library พร้อมกับ Sky Deck เปิดรับวิวเมือง และได้เห็นวิวแม่น้ำได้อย่างเต็มที่และร่มรื่นด้วย Private Grand Park สวนที่มีขนาดใหญ่ภายในโครงการให้ทำคุณผ่อนคลายกับความเขียวขจีจากธรรมชาติในแบบส่วนตัวได้ที่นี่
คอนโดใกล้รถไฟฟ้า

ในการเดินทางที่แสนจะสะดวก ใกล้เพียง 1 ก้าวจากรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงที่สถานีบางซ่อน และห่าง 400 เมตร จากรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีบางซ่อน 1 สถานีก็ถึง Bang Sue Grand Station และยังใกล้รถไฟฟ้า 5 เส้นทาง คือสายสีม่วง สีแดง สีแดงอ่อน สีน้ำเงิน และก็ Airport Rail Link ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคอนโดใกล้รถไฟฟ้าที่สามารถตอบโจทย์ได้การอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาทเท่านั้น โดยเมื่อเทียบกับทำเลแล้วก็ถือว่าเป็นคอนโดราคาถูกเลยก็ว่าได้

บล็อกรีวิว คอนโดราคาถูก ขอขอบคุณ ภาพและเนื้อหาบางส่วนจาก banidea.com

ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อน ค่อยผ่อน หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ ดี?

ซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อน ค่อยผ่อน หรือ เก็บเงินก่อน ค่อยซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ ดี?


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก รีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ภาพจาก lh.co.th
หากเรามองแบบทั่ว ๆ ไปแล้ว ดูเหมือนว่าค่านิยมการซื้อบ้านหรือบ้านทาวน์เฮ้าส์ก่อนแล้วค่อยทยอยผ่อนนั้น จะเป็นทางเลือกที่คนส่วนมากนิยมทำกันทั่วไป นั่นเป็นเพราะว่า โดยปกติแล้วบ้านหรือบ้านทาวน์เฮ้าส์จัดเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากเราจะรอซื้อเงินสดละก็ มูลค่าของบ้านสูงเกินจะเอื้อมถึงแน่นอน อีกทั้งในการเก็บเงินสดให้ได้มูลค่าหลักล้านนั้นก็ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายนักเลย แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าการเก็บเงินก่อน และค่อยซื้อบ้านจะเป็นทางเลือกที่ผิดหลอก แต่ในทางกลับกันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับใครหลายคนเช่นกัน นั่นเป็นเพราะว่า ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านนั้นสูงมาก และอาจสูงกว่า 2 เท่าของราคาบ้านด้วยซ้ำ เช่น ซื้อบ้านในราคา 5 ล้านบาท แต่หากผ่อนแบบปกติไม่มีการรีไฟแนนซ์ หรือไม่โปะเงินต้น ซึ่งผู้ซื้อจะต้องจ่ายยอดถึง 11 ล้านบาทเลย เท่ากับได้บ้านสองหลังแต่จ่ายเพียงหลังเดียวเท่านั้น

ถ้าหากมีศักยภาพเพียงพอที่จะเก็บเงินได้ไวเรา ก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้เยอะ แถมการที่เราเป็นหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะต้องเสียเวลาติดต่อดำเนินการยุ่งยากไม่น้อยเลยทีเดียว

ในการตัดสินใจว่าเราจะเป็นหนี้ก่อน หรือเราจะค่อย ๆ เก็บเงินไป จึงอาจจะขึ้นอยู่กับวิถีชีวิต และความจำเป็น โดยศักยภาพทางการเงินของในแต่ละบุคคลนั้น ไม่มีทางเลือกไหนถูกผิดแน่นอน มีแต่เหมาะสมหรือไม่เท่านั้น โดยระบบการเงินในทุกช่องทางก็ต่างออกแบบมาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเองค่ะ

จะว่าไปแล้วทั้งใน 2 กรณีนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวเลือกเท่านั้นเอง ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ให้เลือกให้เห็นอีกมาก เช่น บางคนก็เลือกที่จะซื้อที่ดินไว้ก่อน แล้วทิ้งไว้ 4-5 ปี จึงจะคิดสร้างบ้าน หรือแม้เดิมทีที่ดินอาจจะตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่สะดวกเลย แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานก็ได้เกิดความเจริญค่อย ๆ เข้าถึง และมูลค่าที่ดินย่อมสูงขึ้นอีกด้วย เราอาจแบ่งขายที่ดินแล้วก็นำกำไรส่วนนั้นมาใช้ในสร้างบ้าน เสมือนได้บ้านฟรีเลย

“เช่าตลอดชีพ ไม่คิดจะซื้อ” เราอาจเคยเห็นกรณีนี้ ก็จะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ โดยผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ได้คิดเช่าบ้านตลอดชีพ โดยไม่คิดจะซื้อ นั้นเพราะหากนำตัวเลขทางการเงินมาวิเคราะห์แล้ว สมมุติเทียบมูลค่ากับบ้านแล้ว หลังละ 5 ล้านบาท แต่หากผ่อนต้องจ่ายเดือนละ เดืนประมาณ 3 หมื่นบาท รวมยอดแล้ว 30 ปีก็เป็นเงิน 11 ล้านบาท โดยผู้คนบางกลุ่มจึงคิดว่า ถ้าหากเขาเช่าบ้านเดือนละ 15,000 บาท ก็จะเท่ากับ เช่าปีละ 1.8 แสนบาท นั่นก็หมายถึงว่า เขาสามารถเช่าบ้านได้นานถึง 61 ปี และแถมยังจ่ายต่อเดือนน้อยกว่าอีกด้วยซ้ำไป

ถ้าหากคุณกำลังอยู่ในวัย 25 ปีขึ้นไป ซึ่งตัวเลข 61 ปี ก็เป็นตัวเลขที่น่านำมาคิดทบทวน ก็เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์เราก็มีชีวิตกันเพียง 70 ปีเท่านั้น เมื่อตัดอายุช่วงวัยเรียนซึ่งได้มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู และชีวิตเราก็จะเหลือค่าเฉลี่ยเพียง 50 ปี เท่านั้น การเช่าบ้านมูลค่า 15,000 ต่อเดือน ก็จึงเป็นตัวเลขที่พอเพียงต่อการอยู่และอาศัยในช่วงที่ชีวิตที่เหลือแล้ว

ข้อดี ก็คือคุณจะสามารถเปลี่ยนบ้านใหม่ได้เรื่อย ๆ และคุณสามารถย้ายสถานที่ได้ตามที่คุณต้องการ และคุณไม่ต้องวิตกกังวลกับทำเลที่ถูกทิ้งร้างไว้ และไม่จำเป็นต้องไปเสียค่าบำรุงรักษาบ้านเลยค่ะ เพราะหน้าที่นี้ก็เป็นของผู้ให้เช่ารับผิดชอบไป สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ต่างไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินใด ๆ เลยค่ะ

โดยเฉพาะยุคนี้แล้ว เป็นยุคที่ผู้คนโสดมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่เพียงลำพังมากขึ้น และไม่รู้จะเก็บบ้านไว้ให้ใครอีก เช่าตลอดชีพก็จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างจะมีอิสระมากกว่าตัวเลือกอื่น ๆ เลย แต่ในข้อดีก็ต่างจะมีข้อเสียอยู่เสมอ โดยจะเลือกวิธีไหน อยู่ที่ใจต้องการของเรา

ข้อสรุปที่ดีที่สุดก็ยังไม่สามารถเลือกได้ เพราะในแต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกันไป ซึ่งในบางคนต้องไปทำงานที่ต่างๆ ก็อาศัยการเช่าเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเช่าบ้านทาวส์เฮ้าส์ คอนโดติดรถไฟฟ้า หรือบ้านต่างๆ ก็จะเป็นอะไรที่คุ้มกว่า หรือบ้านคนที่มีทายาทต่อไป และทำกิจการหรือธุรกิจในพื้นที่นั้นก็ควรจะสร้างหรือทำการซื้อเอง เพราะเรามีที่ทำมาหากินเป็นถิ่นฐานแล้ว แต่ก็ควรมาดูอีกว่าจะเก็บเงินเพื่อสร้างเลยหรือเราจะค่อยๆ ผ่อนเอาหลังจากซื้อแล้ว ซึ่งอันนี้ก็แตกต่างกันแล้วแต่ความคิดของแต่ละคน ซึ่งการจะลงมือทำอะไรนั้นก็ควรจะหาข้อมูลให้ดีก่อน เช่น ถ้าคิดจะกู้ ควรจะดูว่าดอกเบี้ยเท่าไหร และจะใช้เวลากี่ปี หรือคนคิดจะเก็บก่อนก็ควรจะดูจากเศรษฐกิจในช่วงนั้นด้วยว่าเป็นยังไง สามารถเก็บได้มั้ย หรือราคาของการซื้อบ้านจะมีราคาที่สูงขึ้นอีกมากแค่ใหนในอนาคต เป็นต้น ซึ่งที่จะขอแนะนำที่สุดคือการศึกษาหาความรู้ให้ดีก่อนจะลงทำอะไร จะได้รับมือกับเหตุไม่คาดคิดได้ทัน และก็ขอให้ทุกคนได้บ้านตามที่หวังกันนะค่ะ

บล็อกรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก banidea.com

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ รวมยอดขาย ทะลุ 900 ลบ.

ตลาดคอนโดราคาถูกยังดี อนันดาฯ ฟุ้งยอดขาย 'ยูนิโอ' ทะลุ 900 ลบ.

คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก next.in.th/


          คุณชานนท์ เรืองกฤตยา หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทเราได้เปิดขายโครงการยูนิโอ คอนโด ซึ่งได้เป็นคอนโดมิเนียมที่มีราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อยูนิตนั้น จากการเปิดขายภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา และสามารถปิดการขายไปได้ 3 อาคาร จากทั้งหมด 6 อาคาร รวมมูลค่ากว่า 900 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวมถึง 2,096 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันโครงการได้ผ่านการพิจารณา EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ยังคาดว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ภายในประมาณเดือนมีนาคม 2560 นี้

         โดยทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อที่เพื่ออยู่อาศัยจริงและให้ความสนใจโครงการเป็นจำนวนมาด้วย โดยในผู้ซื้อทั้งหมดจะต้องผ่านการ Pre Approve เสียก่อนการทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งจะทำให้การถูกปฎิเสธสินเชื่อจากสถาบันทางการเงินนั้นลดลงได้

          สำหรับในสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมี่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านต่อยูนิต ซึ่งได้เป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพง หากเราอยู่ในทำเลที่ใกล้แหล่งงานและทำให้เดินทางได้สะดวก ก็ถือว่ามันเป็นเซ็กเม้นท์ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว โดยเฉพาะคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้และราคาต่ำกว่าล้าน เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ๋ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายนั้น ก็เป็นพนักงานบริษัทที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นบ้านหลังแรกนั้นเอง 

          โครงการ ยูนิโอ คอนโด ( UNIO  Condo ) นี้ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low rise ที่สูง 8 ชั้น มีจำนวน 1,932 ยูนิต โดยมูลค่าโครงการ 2,096 ล้านบาท ในราคา 999,900 บาทต่อยูนิต ตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 และยังใกล้ MRT สถานีท่าพระ 900 เมตร ซึ่งก็เป็น Interchange ของสายบางซื่อ-ท่าพระด้วย และสายหัวลำโพง-บางแคอีก ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นคอนโดราคาถูกที่หาได้ยากมากเพราะนอกจากจะเป็นคอนโดที่ราคาถูกแล้วยังติดรถไฟฟ้าด้วย



รมว.คมนาคม เตรียมชง ครม. ขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพิ่ม4สถานี

คอนโดราคาถูก
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก mrta.co.th


เพิ่งจะได้ลงมือทุบและรื้อสะพานข้ามแยกเกษตรไปก็เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้และยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีด้วย ก็ยังมีข่าวดีตามมาติดๆว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้เตรียมเสนอขยายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างถึง 2เส้นทาง ทางทิศเหนือคือเส้นทางหมอชิต-คูคต และทิศใต้ คอเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ ออกไปอีกโดยฝั่งละ 4 สถานีเลย

โดยทางทิศเหนือจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีคูคตนั้น จะเพิ่มไปสิ้นสุดที่คลอง 5 หรือลำลูกกา โดยส่วนด้านทิศใต้ไปสิ้นสุดที่สถานีบางปู โดยจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีเคหะสมุทรปราการ (หรือซอยเทศบาลบางปู50) ซึ่งในล่าสุดโครงการทั้ง 2 ช่วง นี้ ได้ผ่านการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)แล้ว จึงได้สามารถผลักดันเข้าสู่โครงการลงทุนเป็นการเร่งด่วนได้เลย เพื่อจะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางของคนชานเมืองได้ให้เข้ามาในเขตกรุงเทพชั้นในได้สะดวกยิ่งขึ้น และคาดว่าจะเสนอโครงการให้ ครม.พิจารณาได้อีกประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปีหน้านี้

ในส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู ในช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลืองนี้ ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ก็ได้มีการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายโดยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐด้ววย(โดยคณะกรรมการพีพีพี)แล้ว ก็อยู่ระหว่างรอการพิจารณา โดยได้คาดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้น่าจะเกิดขึ้นได้ก่อน เนื่องจากในโครงการผ่านอีไอเอแล้ว ยังเป็นส่วนสายสีเหลือง และยังมีประเด็นในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงต้องส่งรายละเอียดเพิ่มเติมได้ และยังจะต้องมีการปรับแก้ผล กระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ

ไม่นานก็คงจะมีคอนโดตามมาแน่ๆ ในเขตที่เพิ่มเติมไปนั้น ส่วนใหญ่ยังไม่มีคอนโดมากนัก ต่อจากนี้ไม่กี่เดือนต้องมีการเปิดตัว คอนโดติดรถไฟฟ้าแน่นอน ซึงจะเป็นคอนโดราคาถูกหรือคอนโดราคาแพงก็ต้องมารอรุ้นกัน



โดยมีการทุบซากอาคารเก่านาน 20 ปี และผุดคอนโดหรู โค้งแม่น้ำเจ้าพระยา


คอนโดติดรถไฟฟ้า
บล็อก ริวิวคอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคถภาพจาก supalai.com


คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ ขิงบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงที่นำมาพัฒนาโครงการใหม่ล่าสุดได้ คุณศุภาลัย ริวา แกรนด์นั้น ก็ได้ตั้งดั้งเดิมเป็นโครงการที่ได้มีชื่อว่า "เอสวี การ์เด้น" ของบริษัท สหวิริยา ซิตี้ จำกัด(มหาชน)นั้นน ซึ่งตอนนั้นก็ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยบริษัทศุภาลัยก็ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากเอกชนรายหนึ่งซึ่งเป็นการประมูลที่ดินมาจากกรมบังคับคดีอีกทอดหนึ่งนั้นเอง

สำหรับในที่ดินแปลงงามดังกล่าว ที่ได้ซื้อมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว โดยในราคาตารางวาละ 2 แสนบาท ในสำหรับโครงการเก่า ที่มีอายุกว่าเกือบ 20 ปีนั้น ปัจจุบันก็ได้เริ่มทำการทุบโครงการสร้างเก่าทิ้งและจะได้ทำการก่อสร้างเป็นโครงการใหม่ทั้งหมดนั้นเอง ทั้งนี้แล้วเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่า ในโครงสร้างนี้จะปลอดภัยแน่นอน โดยเราคาดว่าจะทำการทุบให้แล้วเสร็จภายในต้น ’59 นี้ และเจึงริ่มก่อสร้างใหม่ในปลายปี ‘59 นี้ สำหรับโครงการนี้ จะเปิดให้ทำการจองห้องชุด วันที่ 16 -22 พ.ย 58 นี้ ณ ที่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 โดยตั้งเป้าการเปิดจองในครั้งนี้ ก็จะสามารถสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 – 3,000 ล้านบาทแน่นอน

ศุภาลัย ริวา แกรนด์ นี้ ได้ตั้งอยู่บนที่ดิน 11 ไร่ โดยเป็นคอนโดมิเนียม 3 อาคาร จำนวนยูนิต 720 ยูนิต และขนาดห้องเริ่มที่ 53.50 – 433 ตร.ม ราคาอยู่ที่ 3.8-44 ล้านบาท  เฉลี่ยต่อตารางเมตร 83,000 บาทนั้นเอง ซึ่งคอนโดมิเนียมดังกล่าวนี้จะเป็นโครงการสุดท้ายของปีนี้แล้ว ส่วนโครงการแนวราบเปิดอีกราว 3- 4 โครงการภายในสิ้นปีนี้แน่นอน รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท แน่นนอนว่าไม่ใช่คอนโดราคาถูกอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ทางบริษัท ก็ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 28 โครงการ โดยรวมมูลค่า 35,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นแนวราบ 20 โครงการ มูลค่า 20,000 กว่าล้านบาท  และในแนวสูงไม่ต่ำกว่า 7โครงการ ที่ตีเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาทนั้นเอง

บล็อก รีวิว คอนโดติดรถไฟฟ้า ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก home.co.th 

ข้อดี คอนโดโลวไลส์ และวิธีแก้ปัญหาที่จอดรถในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

รีวิวคอนโด ข้อดี คอนโดโลวไลส์ 



คอนโดราคาถูก
บล็อก รีวิวคอนโด  ขอขอบคุณภาพจาก thinkofliving.com/


ในปัจจุบันนี้ในกรุงเทพและปริมณฑล นั้นเต็มไปด้วยแหล่งที่ทำงานและแหล่งธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงจะทำให้ต้องมีการสร้าง คอนโดแบบโลวไลส์ ที่มักจะเป็นคอนโดราคาถูก โดยวันนี้เราจะมารีวิวคอนโดแบบโลวไลส์ กันเพื่อที่จะรองรับความต้องการของลูกค้าต่างกลุ่มแบบคนเมือง ผู้พิถีพิถันกับในทุกรายละเอียด เน้นในการอยู่สบาย ท่ามกลางความสะดวกครบครันต่งๆ เราจึงอยากนำเสนอข้อดีต่างๆ ของคอนโดโลวไลส์ให้ชมกันเลยค่ะ

1.จะมีความเป็นส่วนตัว
โดยคอนโดที่ออกแบบให้เป็นโลว์ไลส์ และสัดส่วนยูนิตของอาคารก็จะถูกลดลงด้วย คนที่อาศัยจึงเยอะไม่มากจนแออัดเกินไป และทำให้ลดปัญหาที่ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเพื่อนข้างห้องของเราจะการทำกิจกรรมใช้สอยต่างๆ ของบริการส่วนรวมมากจนเกินไป เช่น ฟิตเนา ว่ายน้ำ มุมห้องสมุด จึงทำให้บรรยากาศนั้นทำให้ดูสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวมีมากขึ้นไปอีก

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย
เมื่อเราอยู่ในโครงการที่มีขนาดสร้างเล็ก และทุนในการสร้างบางส่วนน้อยกว่า ราคาก็จึงถูกกว่าไฮไรส์ โดยตัวอย่างโครงการใหม่ของพฤกษาที่ชื่อว่า “The Privacy เรวดี” ราคาก็ยังเริ่มต้นยังอยู่ที่ ล้านต้นๆเท่านั้นเอง ขณะที่คอนโดสูงๆทั่วไปส่วนใหญ่ราคาจะ 2 ล้านอัพเสมอ ประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างสูงเลย

3. หมดกังวลเรื่องที่จอดรถไปเลย
ด้วยจำนวนชั้นน้อยผู้อาศัยน้อย รถประจำตัวจึงมีไม่มากเท่าพวกคอนโดสูงๆ ทั่วไป ไม่ต้องมานั่งปวดหัววนรีบร้อนหาที่จอดรถให้วุ่นวายไป หรือออกเดินทางลำบากอีก เพราะที่จอดรถคงจะเหลือพอใช้งานสำหรับทุกคนแน่ๆ

4. บรรยากาศคอนโดที่เป็นมิตร
คอนโดใหญ่ๆ นั้น ที่คนอาศัยเยอะก็อาจจะดูวุ่นวายไป เพราะมากคนปัญหาก็เยอะตามมาด้วย แต่ไม่ใช่ว่าคอนโดขนาดเล็กอยู่แล้วจะไม่มีปัญหาเลยค่ะ คอนโดที่ไหนก็มีปัญหากันบ้างและไม่มากน้อยต่างกัน เพียงแต่คอนโดที่มีขนาดเล็ก ถ้ามีการการนัดประชุมลูกบ้านก็จะทำได้ง่ายกว่า เพราะคนน้อยกว่า แล้วการที่คนน้อย ก็ยังไม่ต้องมาแย่งใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการมากไป ทำให้บรรยากาศระหว่างเพื่อนสร้างความเป็นมิตรกันมากขึ้นอีกด้วย




แก้ปัญหาที่จอดรถในคอนโดใกล้รถไฟฟ้า

คอนโดใกล้รถไฟฟ้า
บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า catdumb.com


เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าคอนโดฯ ส่วนใหญ่นั้นมักมีที่จอดรถไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าด้วยแล้ว ยิ่งพอยากมาเพราะจำนวนคนที่พักอาศัยมีจำนวนมาก และทำให้เกิดปัญหาตามาคือต้องแย่งกันจอด จอดซ้อนคันกัน หรือบางทีก็อาจจะต้องไปจอดริมถนนแถวๆคอนโดฯนั้นเอง ซึ่งโดยทั่วไปตามกฏหมายแล้วได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่าถ้าห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตร จะต้องมีที่จอดรถ 1 คัน แต่ถ้าขนาดของพื้นที่ของห้องนั้นไม่ถึง 60 ตร.ม ละก็จะให้เหมารวมว่าในพื้นที่ 120 ตร.ม จะสามารถจอดได้ 1 คันค่ะ แน่นอนว่าเกิดปัญหาการแย่งพื้นที่จอดรถเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะคอนโดใกล้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะทำห้องไม่ใหญ่มากเพื่อจะได้มีจำนวนห้องเยอะๆ เลยทำให้จำนวนห้องนั้นมีมากกว่าจำนวนที่จอดรถอยู่มาก เพราะคนก็อยากมีรถและซื้อมาจอดไว้ทำให้รถมีมากเกินไป แต่ก็มีวิธีแก้ไขและหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ โดยเพื่อเป็นป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวคอนโดฯ ทั้งหลายด้วย

1. ก่อนซื้อก็ควรศึกษาข้อมูลก่อนว่าที่จอดรถมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ

2. ถ้าต้องการอยู่คอนโดฯโดยที่เราต้องใช้รถมาใช้ ให้มองหาคอนโดฯที่จะมีตัวเลือกการเดินทางแบบอื่นด้วย เช่นคอนโดใกล้รถไฟฟ้า หรือคอนโดที่มีราคาถูก เพราะอย่างน้อยจะมีคนที่ไม่ใช้รถอยู่ในคอนโดฯนั้นเยอะขึ้น และก็ควรมีที่จอดรถประมาณ 50 – 60% ของทั้งหมด

3. หรือถ้าต้องการอยู่คอนโดฯนั้น โดยไม่ใช้รถให้เลือกคอนโดใกล้รถไฟฟ้ามากขึ้นและมีที่จอดรถประมาณ 40%ของทั้งหมดค่ะ

4. ซื้อคอนโดฯที่มีกรรมสิทธิ์ในที่จอดรถด้วย (โดยต้องระบุกรรมสิทธิ์ชัดเจนในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วยค่ะ) แต่ก็อาจต้องยอมรับเรื่องราคาที่อาจแพงสุดๆไปด้วย

ในการจะทำให้คอนโดมีที่จอดรถได้ 100% นั้นถือเป็นเรื่องที่ยากเกินไป เพราะราคาคอนโดฯนั้นจะมีราคาที่แพงแน่นอน ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้อคอนโดฯเราก็ควรศึกษาให้ดีว่ามีที่จอดรถเพียงพอหรือเปล่าค่ะ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อไปในอนาคตได้ค่ะ

บล็อก รีวิวคอนโด ขอขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก home.co.th

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู แผ่วกำลังซื้อลด ราคาสูงเสี่ยงดับ

คอนโดราคาถูก
บล็อกคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ภาพจาก terrabkk.com

คอลลิเออร์ส ได้ชี้สัญญาณในตลาดคอนโดมิเดียม ที่ขายใหม่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่ทำเลแจ้งวัฒนะนั้นเริ่มแผ่วลง เหตุเพราะถูกดูดซับไปก่อนหน้านี้ จำนวนมาก ในราคาขายเกิน 6 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้นเสี่ยงดับ หากการสร้างรถไฟฟ้ายังไม่ชัดเจน คาดว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มราคาขยับปรับ เพิ่มขึ้นราว 20% ในด้านศุภาลัย รับปี 58 ที่ยอดขายไม่กระเตื้อง แต่ก็ไม่หวั่นเดินหน้าเปิดโครงการที่ 4 ต่อเนื่องกันอย่างมั่นใจศักยภาพของ พื้นที่นี้

โดย นายสุรเชษฐ กองชีพ หรือรองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย จำกัด ก็ได้เปิดเผยถึงทำเลถนนแจ้งวัฒนะที่ในอดีตนั้นไม่ค่อยมีความน่าสนใจมากนัก แต่พอหลังจากศูนย์ราชการกรุงเทพฯ ได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ ก็จึงเริ่มเห็น ความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่อยู่อาศัยด้วย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมนั้น จากการสำรวจพบว่า ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขายจำนวนมากทีเดียว ในปี 2553 - 2554 รวมกันมากกว่า 4,957 หน่วย โดยให้ผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะมีได้กำลังซื้อจากข้าราชการที่ต้องย้ายเข้ามาประจำที่ ศูนย์ราชการแห่งนี้ โดยรวมทั้งคนที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ที่เพื่อปล่อยเช่า แต่ก็ไม่ได้รับในการตอบรับจากตลาดเท่าใดนักและส่งผลให้ ตลาดคอนโดมิเนียมบนถนนแจ้งวัฒนะนั้นได้ชะลอตัวลงในปีต่อๆ มานั้นเอง และได้กลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2557 ที่เนื่องจากกระแส โดยโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู แต่ก็พบว่าอัตราการขายของโครงการที่เปิดในปี 2557 เป็นต้นมานั้น มีไม่มากเท่าที่ควรจน ทำให้บางโครงการต้องยกเลิกการขายไปในที่สุดเลย 

และเมื่อแยกพิจารณาตามทำเลที่ผู้ประกอบการได้เข้ามาลงทุนพัฒนาในโครงการในช่วงระหว่างปี 2550-สิงหาคม 2558 ก็พบว่า ช่วงห้าแยกปากเกร็ดได้ทางพิเศษศรีรัช ก็มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 4,337 หน่วย โดยมีอัตราการขายมากกว่าถึง 90% ราคาขาย เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. นั้น และยังพัฒนาโดยผู้ประกอบการรายเล็กเกือบทั้งหมดด้วย ในขณะที่พื้นที่นี้ตั้งแต่ทางพิเศษศรี รัช-แยกหลักสี่ ได้มีคอนโดมิเนียมเปิดขาย ประมาณ 5,618 หน่วย โดยมีอัตราการขายค่อนข้างสูงเช่นกันคือเกือบ 90% เช่นกัน โดยราคาขาย เฉลี่ยจะค่อน ข้างสูงเฉลี่ยที่ประมาณถึง 5.2 หมื่นบาทต่อตร.ม. เลยทีเดียว และในพื้นที่นี้ก็ยังมีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประกอบการรายเล็ก โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้เข้ามาในพื้นที่นั้นส่วนใหญ่มาในปี 2557 พร้อมกับได้ตั้งราคามากกว่าโครงการอื่นๆ แต่ทำให้ไม่ประสบ ความสำเร็จเท่าที่ควรนัก 

นายสุรเชษฐ ยังได้กล่าวต่อว่า สำหรับราคาขายของคอนโดมิเนียมที่ได้เปิดขายในช่วงระหว่างปี 2555 - 2556 จะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ก็ว่าราคาขายของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วงปี 2557-ครึ่งแรกปี 2558 จะอยู่ที่ประมาณ 6.3 หมื่นบาทต่อตร. ม. โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 26% และยังคงมีแนวโน้มที่จะได้ปรับเพิ่มขึ้นไปอีกมากกว่า 20% ในอนาคตนี้ โดยเฉพาะโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่หลังจากปี 2558 เพราะว่าได้มีรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูที่ได้เริ่มมีความชัดเจนมาเป็นปัจจัยสนับสนุนในตอนนี้ และขณะที่ราคาที่ดินใน ปัจจุบัน หากติดถนนแจ้งวัฒนะก็จะมีราคาเริ่มต้นประมาณ 2 แสนบาทต่อตร.ว. โดยเพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เท่าเลย 

หากว่าโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูยังมีความชัดเจนมากขึ้นกว่านี้ จะทำให้ถนนแจ้งวัฒนะนั้นมีความน่าสนใจ และได้มีโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายมากขึ้นอย่างแน่นอนในตอนนั้น แต่ตลาดคอนโดมิเนียมก็อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควรเป็น โดยเฉพาะโครงการที่เปิดและขายในราคาที่สูงกว่าราคาเฉลี่ยในตลาดไว้นอกจากนี้โครงการใหม่ๆ ที่ได้จะเปิดขายต้องแข่งขันกับโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่เข้าอยู่แล้วอีกหลายโครงการอีกแต่มีราคาขายต่ำกว่ามากอีกด้วย 

และ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ก็ได้กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมี ได้มีโครงการบนถนนแจ้งวัฒนะ แล้ว 3 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ และยอดขายมากกว่า 95% ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้ง วัฒนะ มียอดขายปัจจุบัน 50% และสุดท้ายโครงการศุภาลัย วิสต้า ห้าแยกปากเกร็ด ก็มียอดขายแล้ว 70% โดยคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดในแนว รถไฟฟ้าสายสีชมพูก็มากกว่า 10% 

ตอนนี้ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงจนปัจจุบัน ยอดขายในโครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในพื้นที่แจ้งวัฒนะได้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะ โครงการศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ที่แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการกว่า 2 พันล้าน บาท แต่กลับมียอดขายเพียง 50% แต่ถ้าพิจารณาแล้ว ในโครงการนี้ก็เป็นโครงการต่อยอดจากโครงการลอฟท์ แจ้งวัฒนะ เพราะมีระยะห่างกันไม่มากเพียง 500 เมตร เท่านนั้น เฉลี่ยยอดขายทั้ง 2 โครงการจะอยู่ที่ 75% ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลย ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ของบางรายต้องพับโครงการลงอีก เนื่องจากจะตั้งราคาขายสูงเกินไปคือ และอยู่ที่ประมาณ 8-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. แต่ในของเราเฉลี่ยราคาขายอยู่ที่ 6 หมื่นบาทต่อตร.ม.เท่านั้นเอง 

ในล่าสุด บริษัทก็ได้เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ ที่สถานีแคราย โดยมูลค่าโครงการประมาณ 1.1 พันล้านบาท โดยยังถือเป็นอีก 1 โครงการคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) แต่ก็เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ด้วย โดยได้เชื่อว่าโครงการ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็จะเป็นระบบคมนาคมที่เอื้อประโยชน์ให้ต่อการเดินทางของผู้พักอาศัยในย่านแคราย ปากเกร็ด และมีนบุรีอีก ในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองให้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จก็ประมาณต้นปี2563 นี้ 

โดยคอนโดราคาถูกที่กำลังจะในปีหน้านี้เพราะ คอนโดแถวนั้มีราคาที่ค่อนข้าจะสูง ถ้ามีโครการคอนโดราคาถูก็จะช้วนให้ขายออกได้แน่นอนค่ะ

บล็อก รีวิว คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ขอขอบคุณ ที่มาจาก ฐานเศรษฐกิจ